9 มิ.ย. เวลา 09:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ปั้น “Thai Brands” เป็นแม่เหล็กท่องเที่ยว ดัน Amazing Thailand Grand Sale 2026

ททท. ปั้น “Thai Brands” เป็นแม่เหล็กท่องเที่ยว ดัน Amazing Thailand Grand Sale 2026 คาดกระตุ้นเงินสะพัดกว่า 700 ล้านบาท
จากเดิมที่ “Amazing Thailand Grand Sale” ถูกจดจำในฐานะแคมเปญลดราคาสินค้าประจำปี ปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำลังพยายามพาโครงการก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเปลี่ยนจากการกระตุ้นยอดขายสู่การสร้าง “ประสบการณ์” ผ่านแบรนด์ไทยและอัตลักษณ์ท้องถิ่น หวังให้นักท่องเที่ยวไม่ได้เดินทางมาเพียงเพื่อช้อปปิ้ง แต่ได้สัมผัสเรื่องราว ผู้คน และเสน่ห์ของแต่ละพื้นที่ควบคู่กันไป
ปั้น “Thai Brands” เป็นแม่เหล็กท่องเที่ยว ดัน Amazing Thailand Grand Sale 2026
ภายใต้แนวคิด “Unforgettable Experience of Thai Brands” ททท. ตั้งเป้าผลักดันสินค้าไทยให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวไทย พร้อมกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 โดยคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า 700 ล้านบาท
นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า แม้ Amazing Thailand Grand Sale จะจัดต่อเนื่องมาหลายปี แต่ปีนี้ ททท. ต้องการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงช้อปปิ้งให้มีบทบาทมากขึ้น เนื่องจากการใช้จ่ายด้านสินค้าและอาหารยังเป็นหนึ่งในรายได้สำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
จากสถิติปี 2568 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณ 39.9 ล้านคน สร้างรายได้รวมราว 1.9 ล้านล้านบาท หรือมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 41,000 บาทต่อคนต่อทริป โดยนอกจากค่าที่พักและค่าอาหารแล้ว การจับจ่ายซื้อสินค้ายังคงเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่สร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจท่องเที่ยว
ดันดีไซเนอร์ไทยสู่จุดขายใหม่ของการท่องเที่ยว
หนึ่งในหัวใจสำคัญของโครงการปีนี้ คือการผลักดันสินค้าและแบรนด์ไทยให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ท่องเที่ยว นายณัฐ ระบุว่า ผู้ประกอบการและดีไซเนอร์ไทยมีศักยภาพสูงทั้งด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า งานหัตถกรรม หรือเครื่องประดับ ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นสินค้าท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าและความประทับใจให้นักท่องเที่ยวได้
และอีกหนึ่งความแปลกใหม่ของปีนี้ คือการพัฒนาเส้นทาง Shopping Route ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับการจับจ่ายในแต่ละพื้นที่
ททท. เตรียมจัดทำแผนที่และเส้นทางแนะนำในหลายจังหวัด ทั้งเชียงใหม่ อุดรธานี ชลบุรี สงขลา และภูเก็ต เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวควบคู่กับการค้นพบสินค้าและแบรนด์ท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ มุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ให้การช้อปปิ้งไม่จำกัดอยู่เพียงในห้างสรรพสินค้า แต่เชื่อมโยงเข้ากับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัด
สำหรับ Amazing Thailand Grand Sale 2026 ททท. ได้ออกแบบกิจกรรมส่งเสริมการขาย 4 รูปแบบ ประกอบด้วย
1. Go Shop Get Bag : นักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายครบ 2,000 บาทต่อใบเสร็จในสถานประกอบการที่ร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์และแลกรับ Shopping Bag ได้ที่จุด Redemption
2. Once Shop One Prize : เมื่อซื้อสินค้าครบ 2,000 บาท และลงทะเบียนใบเสร็จผ่านเว็บไซต์โครงการ จะมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ ทั้งรถยนต์ EV และแพ็กเกจท่องเที่ยว รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท
3. Shop On Top : ผู้ที่มียอดใช้จ่ายสะสมสูงสุดผ่านระบบออนไลน์ จะมีโอกาสรับของรางวัลพิเศษจากแบรนด์ไทย รวม 10 รางวัล มูลค่ากว่า 200,000 บาท
4. Top Seller : สำหรับสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ หากมียอดขายตามเกณฑ์ที่กำหนด จะได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณในระดับ Diamond, Gold, Silver และ Bronze เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
พฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยน ห้างไม่ใช่แค่ที่ช้อปปิ้งอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม นายณัฐ มองว่า ปัจจุบันศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ซื้อสินค้าเท่านั้น แต่กลายเป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยว
ทั้งการรับประทานอาหาร การพักผ่อน การพบปะสังสรรค์ และการค้นพบแบรนด์ใหม่ๆ ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ต้องการประสบการณ์มากกว่าการซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว
ด้านนางสาวกาญจนา ชนาเกียรติขจร ผู้ก่อตั้ง BWILD ISAN (บีไวลด์ อีสาน) และตัวแทนผู้ประกอบการ Thai Brands กล่าวว่า จุดแข็งสำคัญของสินค้าไทยคือการนำวิถีชีวิต วัฒนธรรม และเรื่องราวท้องถิ่นมาถ่ายทอดผ่านงานออกแบบ
โดยกล่าวเพิ่มเติมว่า แบรนด์ของตนเริ่มต้นจากการนำรากเหง้าความเป็นคนอีสานมาสร้างสรรค์เป็นผลงานแฟชั่น จนได้รับความสนใจจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เพราะผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียงตัวสินค้า แต่ต้องการสัมผัสเรื่องราวและอัตลักษณ์ที่อยู่เบื้องหลัง
อีกทั้งยังมองว่าแคมเปญ Amazing Thailand Grand Sale เป็นโอกาสสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรายย่อยและนักสร้างสรรค์ในภูมิภาคได้แสดงศักยภาพมากขึ้น
แม้ปัจจุบันผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้จากทุกที่ แต่การเดินทางมาสัมผัสสถานที่จริง พบปะผู้ผลิต ช่างฝีมือ และชุมชน ยังคงเป็นประสบการณ์ที่ออนไลน์ทดแทนไม่ได้
“การมาซื้อของถึงพื้นที่จริง คุณได้เจอรอยยิ้ม ได้เจอผู้คน ได้เห็นกระบวนการสร้างสรรค์ และได้สัมผัสบรรยากาศของชุมชน ซึ่งเป็นคุณค่าที่แตกต่างจากการซื้อสินค้าผ่านหน้าจอ”
ปีนี้ ททท. ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งภาคค้าปลีก โรงแรม สปา สถาบันการเงิน รวมถึงสายการบิน Bangkok Airways ที่เข้ามาร่วมสนับสนุนการเดินทางและประสบการณ์ท่องเที่ยวตลอดแคมเปญ
ทั้งนี้ ททท. คาดหวังว่าแคมเปญในปีนี้จะไม่เพียงช่วยกระตุ้นยอดใช้จ่ายระยะสั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการผลักดัน “แบรนด์ไทย” ให้กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องเดินทางมาเยือนประเทศไทยในอนาคต
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/277186
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา