9 มิ.ย. เวลา 05:10 • การตลาด

เกรียง มีกี่แบบ? มือใหม่ควรรู้ก่อนซื้อผิด!

เกรียง ดูเหมือนเครื่องมือธรรมดาๆ หน้าตาเรียบง่ายๆ จนหลายคนคิดว่า "เกรียง อันไหนก็ใช้ได้เหมือนกัน" แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นครับ! เกรียง มันมีหลายแบบ ทั้งหน้าแบน มีฟัน เป็นยาง ใบแคบ ใบกว้าง แต่ละแบบออกแบบมาสำหรับงานที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นงานปูน งานฉาบ งานปูกระเบื้อง งานโป๊วผนัง หรืองาน DIY ทั่วไป
ปัญหาของมือใหม่หลายๆคนส่วนใหญ่ไม่ใช่ไม่รู้จัก เกรียง แต่รู้จักแบบเหมารวมไปหมด จนหยิบผิดประเภท เช่น เอาเกรียงโป๊วไปฉาบปูน หรือใช้เกรียงเรียบแทนเกรียงหวีตอนปูกระเบื้อง ผลคืองานไม่เรียบ กระเบื้องไม่แน่น หรือมีโพรงใต้แผ่น ซึ่งบางครั้งปัญหาไม่ได้มาจากฝีมือ แต่เริ่มตั้งแต่เลือกเกรียงผิดตั้งแต่แรก
ในบทความนี้จะช่วยให้เข้าใจว่า เกรียง แต่ละแบบใช้กับงานไหน และถ้าเป็นมือใหม่ควรเริ่มซื้ออะไรก่อน เพื่อไม่ให้เสียเงินซื้อผิด หรือใช้ผิดจนงานออกมาไม่สวยครับ
เกรียง คืออะไร? ทำไมถึงเป็นเครื่องมือที่ดูง่ายแต่เลือกยาก
เกรียง คือเครื่องมือสำหรับปาด เกลี่ย และแต่งผิววัสดุ เช่น ปูน กาวซีเมนต์ ปูนฉาบ และปูนโป๊ว พูดง่าย ๆ คือช่วยให้เราควบคุมเนื้อวัสดุบนพื้นผิวได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเกลี่ยให้เรียบ ปาดให้ได้ความหนา กดให้แนบพื้นผิว หรือสร้างร่องให้วัสดุยึดเกาะ
สิ่งที่ทำให้เลือกยากคือ เกรียง ไม่ได้มีหน้าที่เดียวครับ แม้จะชื่อเหมือนกัน แต่รายละเอียดอย่างรูปทรง ขนาด ความแข็ง วัสดุของใบ และลักษณะขอบ ล้วนมีผลกับงานจริงทั้งหมด บางแบบออกแบบมาให้ปาดผิวเรียบ บางแบบกดปูนเข้าร่อง บางแบบสร้างร่องกาวใต้กระเบื้อง และบางแบบใช้เก็บงานละเอียดเท่านั้น
สำหรับมือใหม่ แบ่งได้เป็นกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้ครับ ได้แก่ เกรียงฉาบปูน เกรียงโป๊ว เกรียงก่ออิฐ เกรียงขัดมัน เกรียงหวี เกรียงยางยาแนว เกรียงมุม และเกรียงเฉพาะทาง ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกันออกไป
เกรียงฉาบปูน ใช้ปาดและแต่งผิวปูนให้เรียบ
เกรียงฉาบปูน เป็นแผ่นโลหะหน้าเรียบขนาดค่อนข้างกว้าง ใช้ปาดปูนฉาบ เกลี่ยปูนบนผนัง หรือแต่งผิวให้เรียบ เหมาะกับงานที่ต้องการพื้นที่สัมผัสมาก เช่น ฉาบผนัง ฉาบเสา หรือซ่อมผิวปูนบริเวณกว้าง
จุดเด่นคือหน้ากว้าง ทำให้ปาดปูนได้ต่อเนื่อง ลดรอยต่อระหว่างแนวปาด และช่วยให้ผิวงานเรียบสม่ำเสมอขึ้น
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักเจอคือเลือกเกรียงที่ใหญ่หรือแข็งเกินไป จนควบคุมยาก ปูนเป็นคลื่น หรือเกิดรอยลาก ถ้าใช้ซ่อมผนังบ้านทั่วไป แนะนำให้เริ่มจากขนาดกลางที่จับถนัดมือก่อน เพราะควบคุมง่ายและใช้ได้กับงานซ่อมหลายแบบ
เหมาะกับงานไหน? งานฉาบผนัง ซ่อมผิวปูน เกลี่ยปูนฉาบสำเร็จรูป แต่งผิวหลังซ่อมรอยแตก หรืองานที่ต้องปาดวัสดุเป็นแผ่นเรียบในพื้นที่กว้าง ถือเป็นเกรียงตัวแรกที่ควรมีสำหรับงานซ่อมผนังครับ
เกรียงโป๊ว ใช้งานซ่อมเล็ก อุดรอย และเก็บรายละเอียด
เกรียงโป๊ว เป็นเกรียงที่คนซ่อมบ้านเองคุ้นเคยมาก ใบแบน บาง ขนาดไม่ใหญ่ มีทั้งแบบแคบและกว้าง ใช้ปาดวัสดุโป๊วผนัง อุดรอยแตกเล็ก ๆ เก็บรอยหัวสกรู รอยต่อแผ่นยิปซัม หรือซ่อมผิวในบริเวณที่ไม่ใหญ่มาก
จุดเด่นคือควบคุมง่าย เหมาะกับงานละเอียด เช่น รูตะปู รอยกระเทาะ หรือเก็บรอยก่อนทาสี แต่ไม่เหมาะกับงานฉาบพื้นที่ใหญ่ เพราะใบเล็กและยืดหยุ่นกว่า ทำให้งานช้า เกิดรอยต่อเยอะ และควบคุมความเรียบได้ยาก มือใหม่หลายคนเอาไปใช้ฉาบผนังกว้าง แล้วสงสัยว่าทำไมงานไม่เรียบ ทั้งที่ปัญหาอยู่ที่เลือกเกรียงผิดประเภทตั้งแต่แรก
ควรมีขนาดไหน? แนะนำให้มีอย่างน้อย 2 ขนาด คือขนาดเล็กสำหรับตักวัสดุและอุดรอยแคบ กับขนาดกลางสำหรับปาดเก็บผิว ถ้าจะซื้อแค่อันเดียว เลือกขนาดกลางก่อนได้เลย เพราะใช้ได้กับงานหลายแบบครับ
เกรียงก่ออิฐ ตักและปาดปูนสำหรับงานก่อ
เกรียงก่ออิฐ หรือเกรียงใบโพธิ์ มีใบทรงปลายแหลมหรือสามเหลี่ยมมน ออกแบบมาสำหรับตักปูน วางปูนบนแนวก่อ และแต่งมุมได้สะดวก เหมาะกับงานก่ออิฐ ก่อบล็อก ก่อขอบแปลง ซ่อมแนวอิฐ หรืองานที่ต้องตักปูนเป็นจุด ๆ
สิ่งที่มือใหม่ควรรู้คือเกรียงชนิดนี้ไม่ใช่เครื่องมือสารพัดประโยชน์ครับ ใช้ตักและวางปูนได้ดี แต่ถ้าเอาไปฉาบผนังให้เรียบหรือโป๊วผิวละเอียด จะไม่ถนัด เพราะรูปทรงใบไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการปาดเรียบในพื้นที่กว้าง
เกรียงหวี เครื่องมือสำคัญสำหรับงานปูกระเบื้อง
เกรียงหวี มีฟันหรือร่องที่ขอบใบ ใช้ปาดกาวซีเมนต์ให้เป็นร่องสม่ำเสมอก่อนปูกระเบื้อง ร่องเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงาม แต่ช่วยควบคุมปริมาณกาวและทำให้กาวกระจายตัวได้ดีเมื่อกดแผ่นกระเบื้องลงไป ถ้าใช้เกรียงเรียบปาดกาวแทน กาวอาจหนาไม่สม่ำเสมอหรือเกิดโพรงใต้แผ่น ซึ่งทำให้กระเบื้องแตกร้าว มีเสียงกลวง หรือหลุดร่อนได้ในภายหลัง
เกรียงหวี มีหลายขนาดฟัน ให้เลือกตามขนาดกระเบื้อง โดยกระเบื้องแผ่นเล็กใช้ฟันเล็ก กระเบื้องแผ่นใหญ่ใช้ฟันใหญ่ขึ้น ไม่ควรเดาสุ่ม เพราะฟันเล็กเกินไปทำให้กาวไม่เต็มหลังแผ่น ส่วนฟันใหญ่เกินไปกาวจะล้นและควบคุมระดับกระเบื้องได้ยากครับ
เกรียงยางยาแนว ปาดยาแนวโดยไม่ทำร้ายผิวกระเบื้อง
หลังปูกระเบื้องเสร็จ งานยาแนวควรใช้เกรียงยางโดยเฉพาะ ไม่ใช่เกรียงโลหะ เพราะส่วนที่สัมผัสพื้นผิวเป็นยางหรือวัสดุยืดหยุ่น ช่วยกดยาแนวเข้าร่องได้ดีโดยไม่ขูดขีดหน้ากระเบื้อง ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือใช้เกรียงโลหะปาดยาแนวแทน เพราะคิดว่าแค่ให้เต็มร่องก็พอ แต่เครื่องมือแข็งมักทิ้งรอยไว้บนผิวกระเบื้อง และเก็บงานได้ไม่สะอาดเท่า
สิ่งที่มือใหม่ควรจำคือ เกรียงหวีและเกรียงยางใช้แทนกันไม่ได้ครับ เกรียงหวีใช้ตอนปาดกาวซีเมนต์ก่อนวางกระเบื้อง ส่วนเกรียงยางใช้หลังกระเบื้องเซตตัวแล้วเพื่อปาดยาแนว ทั้งสองมีหน้าที่คนละช่วงของงาน
เกรียงมุม เก็บงานบริเวณมุมให้เรียบร้อย
เกรียงมุม ออกแบบมาเพื่อเก็บงานบริเวณมุมโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นมุมผนัง มุมเสา มุมด้านในหรือด้านนอกของงานฉาบ รูปทรงใบช่วยให้ปาดและแต่งผิวมุมได้เรียบร้อยกว่าใช้เกรียงแบนธรรมดา สำหรับมือใหม่ที่ทำงานซ่อมเล็ก ๆ ยังไม่จำเป็นต้องซื้อทันที แต่ถ้างานมีมุมเยอะ เช่น ซ่อมมุมผนังที่บิ่น ฉาบเสา หรือแต่งขอบมุมก่อนทาสี เกรียงมุมจะช่วยให้งานดูดีขึ้นและประหยัดเวลาได้มาก
อย่างไรก็ตาม เกรียงมุมต้องใช้ร่วมกับเทคนิคที่ถูกต้องด้วย ถ้าปูนมากเกินหรือแรงกดไม่สม่ำเสมอ มุมก็ยังบวม เป็นคลื่น หรือไม่ตรงได้อยู่ดีครับ
ซื้อเกรียงผิดงาน ส่งผลเสียยังไงบ้าง
  • งานช้าลง เครื่องมือไม่เข้ากับลักษณะงาน เช่น ใช้เกรียงโป๊วเล็กฉาบผนังกว้าง ต้องปาดหลายรอบ เกิดรอยต่อเยอะ และเสียเวลาโดยไม่จำเป็น
  • งานไม่เรียบหรือไม่แน่น เช่น ใบแข็งเกินไปทำให้ควบคุมผิวบางได้ยาก หรือใช้เกรียงเรียบแทนเกรียงหวีตอนปูกระเบื้อง ทำให้กาวกระจายไม่สม่ำเสมอและเกิดโพรงใต้แผ่น
  • วัสดุสิ้นเปลือง ควบคุมปริมาณไม่ได้ เช่น เกรียงหวีฟันใหญ่เกินทำให้ใช้กาวมากเกินไป ส่วนฟันเล็กเกินทำให้กาวไม่พอสำหรับการยึดเกาะ
  • เข้าใจผิดว่าตัวเองไม่มีฝีมือ ทั้งที่จริงแล้วปัญหาอยู่ที่เครื่องมือ ไม่ใช่คนใช้ ถ้าเลือกเกรียงให้ถูกประเภท งานจะควบคุมง่ายขึ้นมาก และผลลัพธ์ก็ดีกว่าการฝืนใช้เกรียงผิดแบบครับ
สรุป
เกรียง แต่ละแบบออกแบบมาสำหรับงานที่ต่างกัน และใช้แทนกันไม่ได้ทั้งหมดครับ สรุปสั้น ๆ คือ เกรียงฉาบใช้ปาดผิวปูน เกรียงโป๊วใช้อุดรอยและเก็บงานละเอียด เกรียงก่ออิฐใช้ตักและวางปูนก่อ เกรียงหวีใช้ปูกระเบื้อง เกรียงยางใช้ยาแนว และเกรียงมุมใช้เก็บขอบมุมให้เรียบร้อย เกรียง ราคาไม่สูง แต่เลือกผิดก็เสียทั้งเวลาและวัสดุได้เหมือนกัน ก่อนซื้อทุกครั้ง ลองถามตัวเองก่อนว่า "งานที่จะทำคืออะไร" แล้วค่อยเลือกให้ตรงประเภท เท่านี้ก็ช่วยให้งานช่างของมือใหม่เริ่มต้นได้ง่ายขึ้นมากครับ
เลือก เกรียง ด้านล่างนี้
โฆษณา