วันนี้ เวลา 03:30 • ธุรกิจ

อดีตลูกจ้าง Toshiba คิดค้นชิป NAND ให้สมาร์ตโฟนและ AI ทั้งโลก แต่ได้ค่าไอเดียหลักพันบาท

รู้ไหมว่า รูปภาพนับพันรูป เพลงนับร้อยเพลง หรือแม้แต่แอปพลิเคชันสารพัดประโยชน์ในสมาร์ตโฟนที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ อาจไม่เกิดขึ้นเลย
ถ้าไม่มีชายที่ชื่อว่า ฟูจิโอ มาสุโอกะ ผู้คิดค้นชิปหน่วยความจำ NAND Flash
ซึ่งปัจจุบัน NAND Flash เป็นอีกกลุ่มของหน่วยความจำ ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นมหาศาลจาก AI อีกด้วย ทำให้หุ้นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำนี้ อย่าง SanDisk +496.57% หรือ Kioxia +572.16% ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
แต่รู้ไหมว่า แม้คุณฟูจิโอ มาสุโอกะ จะคิดไอเดียที่เปลี่ยนโลกได้ขนาดนี้ เขากลับได้ค่าไอเดียจากอดีตนายจ้างอย่าง Toshiba เพียงหลักพันบาท
จนเกิดคดีความฟ้องร้องกันหลักร้อยล้านบาท แต่สุดท้าย Toshiba จ่ายเป็นเม็ดเงินที่คิดเป็นเงินปัจจุบันแค่ราว 40 ล้านบาทเท่านั้น
เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จริง ๆ แล้วประวัติของคุณฟูจิโอ มาสุโอกะ ไม่ธรรมดา เพราะเขาจบการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ ระดับปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยโทโฮกุ ในปี 1971
หลังจากได้รับปริญญาไม่นาน เขาก็ได้เข้ามาทำงานกับ Toshiba โดยเขาได้รับมอบหมายให้วิจัยและพัฒนาชิปหน่วยความจำ
ในตอนนั้นเรียกได้ว่าเป็นยุคทองของบริษัทญี่ปุ่น ที่สามารถก้าวขึ้นมาผลิตชิปหน่วยความจำของโลก โดยเฉพาะชิปหน่วยความจำประเภท DRAM
แม้ตอนนั้นญี่ปุ่นจะเชี่ยวชาญการผลิตชิปหน่วยความจำประเภทนี้ แต่คุณฟูจิโอ มาสุโอกะ กลับมองว่า ชิปหน่วยความจำแบบนี้มีข้อเสียที่ยังแก้ไม่ได้อยู่
ข้อเสียนั่นก็คือ ถ้าเมื่อไรที่ชิปหน่วยความจำแบบ DRAM ไม่มีไฟฟ้าหล่อเลี้ยง ข้อมูลที่เก็บไว้ในนั้นก็จะหายไปทั้งหมดแทน
เขาจึงแอบใช้เวลาว่างที่เหลือจากการทำงานวิจัยชิป DRAM หันมาวิจัยและพัฒนาชิปหน่วยความจำรูปแบบใหม่ ที่สามารถทำงานได้แม้ไฟฟ้าจะดับก็ตาม
จนในที่สุดในปี 1980 หรือผ่านไปราว 9 ปีนับจากเขามาทำงานกับ Toshiba ก็สามารถคิดค้นชิปหน่วยความจำแบบใหม่โดยตั้งชื่อว่า NOR Flash ขึ้นมา
ผลงานชิ้นใหม่นี้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังสหรัฐฯ ในงานประชุมนานาชาติของวงการวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเขาได้นำมันไปนำเสนอในเชิงวิชาการในปี 1984
การนำเสนอในครั้งนั้น ทำให้มีบริษัทผลิตชิปจากสหรัฐฯ ให้ความสนใจ โดยเฉพาะ Intel ที่ติดต่อมาขอซื้อตัวอย่างชิปหน่วยความจำแบบนี้กับ Toshiba
คราวนี้ Toshiba ก็เริ่มงง เพราะตัวเองผลิตแค่ชิปหน่วยความจำแบบ DRAM และไม่เคยผลิตชิปหน่วยความจำ NOR Flash ที่ว่านี้เลย
แต่ Toshiba ก็ยังคงไม่ได้สนใจชิปหน่วยความจำที่คุณฟูจิโอ มาสุโอกะ คิดค้นเท่าไรนัก เพราะยุคนั้นยังเป็นยุคทองที่บริษัทญี่ปุ่นสามารถขายชิป DRAM ได้เป็นกอบเป็นกำ
ซึ่งในตอนนั้น ในบรรดา 10 บริษัท ที่ผลิตชิปหน่วยความจำที่ใหญ่สุดของโลก เป็นบริษัทญี่ปุ่นไปแล้วถึง 6 แห่ง ครองส่วนแบ่งตลาดมากถึง 38%
โดยมีเบอร์ 1 อย่าง NEC ตามมาด้วย Toshiba, Hitachi, Fujitsu, Mitsubishi และ Matsushita
ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจมากนักที่ Toshiba ยังคงให้ความสนใจกับชิปหน่วยความจำ DRAM แทนที่จะหันไปสนใจชิปหน่วยความจำ NOR Flash ที่เพิ่งคิดค้นมาใหม่
แต่คุณฟูจิโอ มาสุโอกะ ก็ยังไม่หยุดแค่นี้ แม้ NOR Flash จะยังคงแพงเมื่อเทียบกับฮาร์ดดิสก์ที่สามารถทำงานได้แบบเดียวกัน เขาก็ยังคงพัฒนามันไปเรื่อย ๆ
จนในปี 1987 หรืออีก 7 ปีถัดมานับจากคิดค้น NOR Flash ได้สำเร็จ เขาก็สามารถคิดค้นชิปหน่วยความจำแบบ NAND Flash ที่มีความจุข้อมูลมากขึ้นกว่าเดิมได้
แม้เทคโนโลยีชิปหน่วยความจำแบบใหม่ที่คิดค้นขึ้นจะดีแค่ไหน แถมสิ่งนี้ก็อาจเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการชิปหน่วยความจำที่สามารถใช้งานได้แม้ไฟฟ้าดับก็ตาม
แต่พอเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่ต้องตามมาด้วยการลงทุนโรงงานเพิ่มเติม เลยทำให้ฝ่ายบริหารของ Toshiba ลังเลที่จะต้องทำอะไรที่ทำให้ความเสี่ยงของตัวเองสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม สุดท้าย Toshiba ก็ลดความเสี่ยงของตัวเองลงด้วยการหันไปจับมือกับ SanDisk ในปี 2000 เพื่อผลิตชิปหน่วยความจำแบบใหม่นี้ร่วมกันแทน
แม้ Toshiba ยอมรับไอเดียของเขา แต่ผลสุดท้ายที่เขาได้รับกลับมา นั่นคือรางวัลค่าไอเดียไม่กี่ร้อยดอลลาร์สหรัฐ หรือราวหลักพันบาทในยุคนั้น
เพราะมองว่าก็เป็นหน้าที่ของพนักงานในการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับบริษัทอยู่แล้ว
ก่อนที่ในอีก 2 ปีต่อมา ฟางเส้นสุดท้ายของเขาก็ขาดลง เพราะถูกลดบทบาทและโยกย้ายไปสู่ตำแหน่งที่ห่างไกลจากแผนกวิจัยหลัก ทำให้ไม่มีงบมาสนับสนุนเหมือนเดิม
เขาเลยตัดสินใจยื่นใบลาออกจาก Toshiba ในปี 1994 และหันกลับเข้าสู่วงการวิชาการอย่างเต็มตัวในฐานะศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยโทโฮกุที่ตัวเองเคยจบมา
แม้ตัวเขาเองจะหันออกสู่โลกวิชาการเต็มตัว แต่ด้วยผลงานการคิดค้นชิปหน่วยความจำของเขา ทำให้บริษัท Unisantis Electronics เชิญเขามาในตำแหน่ง CTO
ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ดูแลเทคโนโลยีของบริษัท เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีหน่วยความจำที่ใช้พลังงานต่ำลง
แต่เรื่องราวของเขากับ Toshiba ยังไม่จบลง เพราะในปี 2004 เขาตัดสินใจฟ้องกลับ Toshiba ให้จ่ายค่า
ไอเดียสิทธิบัตรชิปหน่วยความจำใหม่ที่คิดค้นขึ้น
โดยเรียกร้องให้จ่ายค่าตอบแทนสูงถึง 8.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินปัจจุบันหลังหักเงินเฟ้อแล้ว ก็สูงถึงราว 489 ล้านบาทเลยทีเดียว
คดีความนี้ยืดเยื้อไปราว 2 ปี ก่อนที่เขาจะยอมความให้ Toshiba จ่ายเพียง 758,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินปัจจุบันแค่ราว 40 ล้านบาทเท่านั้น
แม้ตัวเขาจะได้เงินน้อยลงจากที่เรียกร้องในตอนแรก แต่คดีความครั้งนี้ก็ได้สั่นสะเทือนให้กฎหมายสิทธิบัตรญี่ปุ่นต้องปฏิรูปครั้งใหญ่ตามมา
โดยในฉบับปี 2004 กรรมสิทธิ์ของสิทธิบัตรตกเป็นของพนักงานผู้ประดิษฐ์เท่านั้น แต่ฉบับล่าสุดปี 2015 กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของนายจ้างโดยสมบูรณ์แทน
เรื่องราวทั้งหมดนี้ จริง ๆ ก็น่าคิดว่า ถ้าโครงสร้างค่าตอบแทนของคุณฟูจิโอ มาสุโอกะ เป็นสิทธิ์ในการซื้อหุ้นหรือ Options ของบริษัท แบบที่บริษัทในสหรัฐฯ ชอบทำ
หรือเป็นสิทธิ์ค่าตอบแทนที่มอบรางวัลให้อย่างงามกับเขา
ในรูปแบบอื่น บางทีคดีความร้อยล้านบาทแบบนี้อาจไม่เกิดขึ้นก็เป็นได้
แต่ไม่ว่าจะเป็นไปในทางไหน วันนี้ธุรกิจชิปหน่วยความจำของ Toshiba ก็ถูกขายทิ้งออกไปแล้ว และตกไปอยู่ในมือของเจ้าของคนใหม่แทน
โดยอดีตธุรกิจชิปหน่วยความจำนี้มีชื่อว่า Kioxia ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าบริษัทกว่า 8 ล้านล้านบาท ใหญ่กว่า Toshiba ในยุครุ่งเรืองสุดไปแล้วเสียอีก..
โฆษณา