Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Kunsue Noi - กุนซือน้อย
•
ติดตาม
9 มิ.ย. เวลา 19:28 • หุ้น & เศรษฐกิจ
บทที่ 1: โลกมันไม่ได้สวย... ตั้งแต่วินาทีที่ก้าวขาเข้าตลาดหุ้น
ตอนเข้ามาเล่นหุ้นใหม่ๆ... สารภาพตรงนี้เลยว่า “ฉันห่วยมาก” หาหุ้นไม่เป็น ดูพื้นฐานไม่รู้เรื่อง เครื่องมืออะไรที่เขาว่าดีก็จิ้มมั่วซั่วไปหมด ความรู้ในหัวมีอยู่แค่สองอย่างคือ ‘เนี่ยหุ้นถูก’ กับ ‘ฉันอยากรวยเร็ว’ ผลลัพธ์น่ะเหรอ? ครึ่งปีแรกพังยับเยิน เจ็บสาหัสชนิดที่ถ้าเป็นคนอื่นคงถอดใจปิดพอร์ตหนีไปนอนร้องไห้แล้ว
แต่โทษที... คนอย่างฉันมันประเภท “ใจไม่ยอมแพ้” ยิ่งโดนตบหน้าจนชา มันยิ่งกระตุ้นความแค้นให้สู้ยิบตา!
ในเมื่อรู้ตัวว่าไม่ได้เก่งกาจขนาดจะไปงัดกับเจ้ามือรายตัว งั้นลองถอยมาเล่น กองทุน ก็ได้ ตอนนั้นรอบตัวมีแต่เสียงสะท้อนมาว่า “เล่นกองทุนมันรวยช้า ไม่ทันกินหรอก” ช่างแม่งดิ! นาทีนั้นฉันไม่ได้สนคำว่ารวยช้าหรือรวยเร็ว เป้าหมายแรกและเป้าหมายเดียวในหัวคือ “ฉันต้องรอดในตลาดนี้ให้ได้ก่อน!” ใครจะนิยามคำว่ารอดไว้ยังไงฉันไม่รู้ แต่สำหรับฉัน ตราบใดที่ทุนยังไม่หมด... เตรียมตัวไว้เลย ฉันสู้ต่อแน่!
หลังจากนั้นคือช่วงเวลาของการลงนรกฝึกวิชา ฝึกคัดหุ้นคัดกองทุนมันทุกวัน หัดแกะกราฟ หัดไล่ดูเครื่องมือประกอบ ดึงข้อมูลข่าวสารมาเช็ก นึกอะไรออกที่พอจะเป็นอาวุธได้กวาดมาใช้หมด จนกระทั่งครบ 1 ปี... ฉันหันกลับไปมองกระจกแล้วตะโกนบอกตัวเองว่า:
“เฮ้ย! ฉันยังอยู่เว้ย!”
จากที่เจ็บปวดปางตายตอนเริ่มต้น ตอนนี้เริ่มตั้งหลักได้ แม้จะยังไม่มั่นคงร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่พอเปิดดูตัวเลขในพอร์ต... เออ ว่ะ มันเริ่มมาถูกทาง หน้าที่ฉันคือทำต่อไป คัดต่อไป รักษาวินัยแบบบ้าคลั่งนี้ไว้ให้มั่น
เชื่อไหม... จากปีแรกที่ตัวเลขแดงเถือกจนแทบล้มละลาย พอจบปีที่ 2 พอร์ตมันโตกลับมาจนน่าตกใจ! กำไรรวมพุ่งไป 20%+ ต่อปี ตอนนั้ฉันยังงงๆ ถามตัวเองด้วยความซื่อว่า “มันเยอะมั้ยหว่า?” เพราะฉันไม่รู้เลยว่าไอ้ที่เขาว่าเยอะน่ะมันต้องเท่าไร แต่จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าพวกเซียนๆ เขาบอกได้ 10% ต่อปีก็เก่งระดับเทพแล้ว แต่ฉันไม่สนหรอกว่าดูยังไง รู้แค่ว่าตัวเลขสีเขียวมันดีกว่าสีแดงแน่ๆ!
แต่ก็นั่นแหละ... โลกของตลาดหุ้นมันไม่เคยปล่อยให้เราเคลิ้มได้นาน
เปิดต้นปีที่ 2 มาได้ไม่ทันไร โดนหมัดฮุคเข้าเต็มเปา! กำไรที่เคยสะสมมาหายวับไปกับตาเกือบครึ่ง พอร์ตแดงเดือดชนิดที่คนทั่วไปเห็นแล้วต้องอุทานว่า “ฉิบหายแล้ว!” ฉันนั่งจ้องหน้าจอ มองความพังพินาศตรงหน้าอยู่เป็นเดือนๆ
นาทีนั้น... ถ้าใช้อารมณ์นำทาง ทุกอย่างคือจบ
ฉันสูดหายใจลึกๆ แล้วบอกตัวเองว่า “เอาว่ะ ในเมื่อตลาดมันไม่เป็นใจ มึงต้องเปลี่ยนแผนใหม่ และแผนใหม่นี้ต้องดีกว่าเดิม!” ฉันตัดสินใจลงมือ “ผ่าตัดใหญ่ให้พอร์ตตัวเอง” โละสิ่งที่ไม่ใช่ ตัดเนื้อร้ายทิ้งอย่างเลือดเย็น แต่การผ่าตัดครั้งนี้ที่ทำด้วยความนิ่ง นิ่งสะกดทุกความกลัว โยนความเฮงซวยรอบตัวทิ้งไปให้หมด ท่องจำใส่สมองไว้ตลอดเวลาว่า “อย่าใช้อารมณ์เด็ดขาด ไม่งั้นพัง!”
หลังจากผ่านสมรภูมิวัดใจครั้งนั้นมาได้... ครึ่งปีต่อมา พอร์ตดีดบวกกลับมาได้ถึง 14-16% ชดเชยส่วนที่เสียไปได้สำเร็จ และสิ่งที่ได้แถมมา ซึ่งมีค่ามากกว่าตัวเงินคือ... สายตาของกุนซือน้อยที่มองตลาดได้เฉียบคมและชำนาญมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า!
ถ้าอยากรู้ว่าโลกของคนที่รอดอย่างสง่างามเขาคุยกันด้วยภาษาแบบไหน... ขยับเข้ามาอ่านบทต่อไปนี่สิ!
---
บทที่ 1: โลกมันไม่ได้สวย... ตั้งแต่วินาทีที่ก้าวขาเข้าตลาดหุ้น
ตอนเข้ามาเล่นหุ้นใหม่ๆ... สารภาพตรงนี้เลยว่า “ฉันห่วยมาก” หาหุ้นไม่เป็น ดูพื้นฐานไม่รู้เรื่อง เครื่องมืออะไรที่เขาว่าดีก็จิ้มมั่วซั่วไปหมด ความรู้ในหัวมีอยู่แค่สองอย่างคือ ‘เนี่ยหุ้นถูก’ กับ ‘ฉันอยากรวยเร็ว’ ผลลัพธ์น่ะเหรอ? ครึ่งปีแรกพังยับเยิน เจ็บสาหัสชนิดที่ถ้าเป็นคนอื่นคงถอดใจปิดพอร์ตหนีไปนอนร้องไห้แล้ว
แต่โทษที... คนอย่างฉันมันประเภท “ใจไม่ยอมแพ้” ยิ่งโดนตบหน้าจนชา มันยิ่งกระตุ้นความแค้นให้สู้ยิบตา!
ในเมื่อรู้ตัวว่าไม่ได้เก่งกาจขนาดจะไปงัดกับเจ้ามือรายตัว งั้นลองถอยมาเล่น กองทุน ก็ได้ ตอนนั้นรอบตัวมีแต่เสียงสะท้อนมาว่า “เล่นกองทุนมันรวยช้า ไม่ทันกินหรอก” ช่างแม่งดิ! นาทีนั้นฉันไม่ได้สนคำว่ารวยช้าหรือรวยเร็ว เป้าหมายแรกและเป้าหมายเดียวในหัวคือ “ฉันต้องรอดในตลาดนี้ให้ได้ก่อน!” ใครจะนิยามคำว่ารอดไว้ยังไงฉันไม่รู้ แต่สำหรับฉัน ตราบใดที่ทุนยังไม่หมด... เตรียมตัวไว้เลย ฉันสู้ต่อแน่!
หลังจากนั้นคือช่วงเวลาของการลงนรกฝึกวิชา ฝึกคัดหุ้นคัดกองทุนมันทุกวัน หัดแกะกราฟ หัดไล่ดูเครื่องมือประกอบ ดึงข้อมูลข่าวสารมาเช็ก นึกอะไรออกที่พอจะเป็นอาวุธได้กวาดมาใช้หมด จนกระทั่งครบ 1 ปี... ฉันหันกลับไปมองกระจกแล้วตะโกนบอกตัวเองว่า:
“เฮ้ย! ฉันยังอยู่เว้ย!”
จากที่เจ็บปวดปางตายตอนเริ่มต้น ตอนนี้เริ่มตั้งหลักได้ แม้จะยังไม่มั่นคงร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่พอเปิดดูตัวเลขในพอร์ต... เออ ว่ะ มันเริ่มมาถูกทาง หน้าที่ฉันคือทำต่อไป คัดต่อไป รักษาวินัยแบบบ้าคลั่งนี้ไว้ให้มั่น
เชื่อไหม... จากปีแรกที่ตัวเลขแดงเถือกจนแทบล้มละลาย พอจบปีที่ 2 พอร์ตมันโตกลับมาจนน่าตกใจ! กำไรรวมพุ่งไป 20%+ ต่อปี ตอนนั้ฉันยังงงๆ ถามตัวเองด้วยความซื่อว่า “มันเยอะมั้ยหว่า?” เพราะฉันไม่รู้เลยว่าไอ้ที่เขาว่าเยอะน่ะมันต้องเท่าไร แต่จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าพวกเซียนๆ เขาบอกได้ 10% ต่อปีก็เก่งระดับเทพแล้ว แต่ฉันไม่สนหรอกว่าดูยังไง รู้แค่ว่าตัวเลขสีเขียวมันดีกว่าสีแดงแน่ๆ!
แต่ก็นั่นแหละ... โลกของตลาดหุ้นมันไม่เคยปล่อยให้เราเคลิ้มได้นาน
เปิดต้นปีที่ 2 มาได้ไม่ทันไร โดนหมัดฮุคเข้าเต็มเปา! กำไรที่เคยสะสมมาหายวับไปกับตาเกือบครึ่ง พอร์ตแดงเดือดชนิดที่คนทั่วไปเห็นแล้วต้องอุทานว่า “ฉิบหายแล้ว!” ฉันนั่งจ้องหน้าจอ มองความพังพินาศตรงหน้าอยู่เป็นเดือนๆ
นาทีนั้น... ถ้าใช้อารมณ์นำทาง ทุกอย่างคือจบ
ฉันสูดหายใจลึกๆ แล้วบอกตัวเองว่า “เอาว่ะ ในเมื่อตลาดมันไม่เป็นใจ มึงต้องเปลี่ยนแผนใหม่ และแผนใหม่นี้ต้องดีกว่าเดิม!” ฉันตัดสินใจลงมือ “ผ่าตัดใหญ่ให้พอร์ตตัวเอง” โละสิ่งที่ไม่ใช่ ตัดเนื้อร้ายทิ้งอย่างเลือดเย็น แต่การผ่าตัดครั้งนี้ที่ทำด้วยความนิ่ง นิ่งสะกดทุกความกลัว โยนความเฮงซวยรอบตัวทิ้งไปให้หมด ท่องจำใส่สมองไว้ตลอดเวลาว่า “อย่าใช้อารมณ์เด็ดขาด ไม่งั้นพัง!”
หลังจากผ่านสมรภูมิวัดใจครั้งนั้นมาได้... ครึ่งปีต่อมา พอร์ตดีดบวกกลับมาได้ถึง 14-16% ชดเชยส่วนที่เสียไปได้สำเร็จ และสิ่งที่ได้แถมมา ซึ่งมีค่ามากกว่าตัวเงินคือ... สายตาของกุนซือน้อยที่มองตลาดได้เฉียบคมและชำนาญมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า!
ถ้าอยากรู้ว่าโลกของคนที่รอดอย่างสง่างามเขาคุยกันด้วยภาษาแบบไหน... ขยับเข้ามาอ่านบทต่อไปนี่สิ!
---
การลงทุน
หุ้น
missiontothemoon
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย