Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
KOBAYASHI MARU : The Engineer's Vision
•
ติดตาม
10 มิ.ย. เวลา 13:46 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
Ep.2 | Special Addition : การพบกันของจักรวาลวิทยาและเกมการ์ด
อ้างอิงข้อมูลจากเพจFacebook SCIWAYS
https://www.facebook.com/share/p/1BA5gLHEe4/
เมื่อความเป็นอนันต์ไม่มีอยู่จริงทางกายภาพ
ขอย้อนหลังกลับไปที่ Ep.2 : Battle of Osiris
และเรื่อง Silent Constraint นิดนึงครับ
เมื่อเช้านี้ (10 มิ.ย.) ผมได้อ่านบทความจากFacebook SCIWAYS แล้วไอเดียการเขียนมัน "ป๊อป" ขึ้นมาในหัวดื้อๆ เลยคิดว่าต้องรีบเอามาเขียนก่อนที่มันจะระเหยหายไปเปล่าๆ
ใครยังไม่ได้กดติดตามเพจนี้รีบกดติดตามด่วน แนะนำมากเลยครับ ความรู้วิทยาศาสตร์แน่นๆเข้มๆเลย
ซึ่งตามลิงค์ด้านบนจะเป็นบทความเกี่ยวกับผลงานวิจัยชิ้นสุดท้ายของ สตีเฟน ฮอว์คิง (Stephen Hawking) ที่ทำร่วมกับ โธมัส เฮิร์ทอก (Thomas Hertog) ได้รับการตีพิมพ์เมื่อเดือนเมษายนปี 2018 ในชื่อ A Smooth Exit from Eternal Inflation?
ตามทฤษฎีเดิมอย่าง การขยายตัวชั่วนิรันดร์ (Eternal Inflation) นั้น นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อกันว่า หลังจากเกิดบิ๊กแบง (Big Bang) เอกภพของเราก็พองตัวออกอย่างรวดเร็วและให้กำเนิดจักรวาลฟองสบู่ (Pocket universes) แตกแขนงแยกตัวออกไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนภาพรวมของจักรวาลมีโครงสร้างแฟร็กทัลที่วนลูปไปแบบอนันต์
ซึ่งในทางวิศวกรรม ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเชิงกลหรือSoftware เราต่างล้วนทราบกันดีว่า "ไม่มีระบบใดทางกายภาพที่เป็นอนันต์" ทุกอย่างล้วนมีจุดวิกฤต (Yield Point), มีขีดจำกัดของวัสดุ และมี Boundary Condition หรือเงื่อนไขขอบเขตที่คอยควบคุมระบบนั้นอยู่เสมอ
ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างตึกระฟ้าที่รับแรงได้ถึงจุดหนึ่ง, มอเตอร์ที่มีแรงบิดสูงสุดได้ค่าหนึ่ง หรือแม้กระทั่ง "ความไร้ขีดจำกัด" ในการ์ดเกมและการขยายตัวของเอกภพ
จากภาพลวงตาของความ "ไร้ขีดจำกัด" ในสมรภูมิท้าทายอำนาจพระเจ้า
ย้อนกลับไปใน Ep.2 (Battle of Osiris) เราได้เห็นการชิงไหวชิงพริบในโลกของการ์ดเกม เมื่อมอนสเตอร์ระดับเทพเจ้าอย่าง "โอซิรีส" มีความสามารถอันทรงพลัง (แถมขี้โกงสุดๆ) คือการ "เพิ่มพลังโจมตีได้อย่างไร้ขีดจำกัด" ตามจำนวนการ์ดบนมือ ผู้เล่นทั่วไปเมื่อเผชิญหน้ากับคำว่าไร้ขีดจำกัด ย่อมเกิดความสิ้นหวังและคิดว่านี่คือสถานการณ์ Kobayashi Maru ที่ไม่มีทางชนะ
แต่เมื่อเราถอดแว่นตาของผู้เล่นออก แล้วสวมแว่นตาของวิศวกรเข้าไปมองระบบนี้ เราจะพบเงื่อนไขที่ซ่อนอยู่ (Silent Constraint) พลังโจมตีที่เป็นอนันต์นั้น ต้องแลกมาด้วยการจั่วการ์ดอย่างต่อเนื่อง และข้อจำกัดทางกายภาพที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือ "จำนวนการ์ดในกองมีวันหมด"
จังหวะการพลิกกระดานจึงไม่ใช่การพยายามหาพลังที่มากกว่าไปงัดกับระบบ แต่คือการเร่งกลไกให้คู่แข่งจั่วการ์ดจนหมดกอง ทลายภาพลวงตาของคำว่าไร้ขีดจำกัดของพระเจ้าลงด้วยข้อจำกัดทางกายภาพที่เรียบง่ายที่สุด
สู่ผลงานทิ้งทวนของสุดยอดอัจฉริยะ "สตีเฟน ฮอว์คิง"
ความน่าทึ่งคือ หลักการเรื่องข้อจำกัดที่ซ่อนอยู่นี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกระดานเกม หรือในงานออกแบบเครื่องจักร แต่มันคือ "ความจริงระดับจักรวาล"
หลายสิบปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อในทฤษฎี "การขยายตัวชั่วนิรันดร์" (Eternal Inflation) ที่อธิบายว่าหลังเกิดเหตุการณ์ Big Bang เอกภพของเราพองตัวและแตกแขนงแยกตัวออกไปเป็นจักรวาลฟองสบู่ (Pocket Universes) เรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนภาพรวมของพหุภพ (Multiverse) กลายเป็นโครงสร้างที่วนลูปไปแบบอนันต์ และเต็มไปด้วยกฎทางฟิสิกส์ที่ยุ่งเหยิงสะเปะสะปะจนเกินกว่าจะทำความเข้าใจได้
จนกระทั่งในเดือนเมษายน ปี 2018 เพียง 10 วันก่อนที่ สตีเฟน ฮอว์คิง (Stephen Hawking) อัจฉริยะผู้ไขความลับของจักรวาลจะจากโลกนี้ไป เขาได้ทิ้งผลงานวิจัยชิ้นสุดท้ายที่ทำร่วมกับ โธมัส เฮิร์ทอก ในชื่อ A Smooth Exit from Eternal Inflation?
ฮอว์คิงและเฮิร์ทอกได้นำสมการคณิตศาสตร์ขั้นสูงจากทฤษฎีสตริง (String Theory) เข้ามาแก้สมการจุดกำเนิดเอกภพ และผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณใหม่นั้นเรียบง่ายและทรงพลังอย่างยิ่ง แต่หักมุมความเชื่อเดิมของวงการวิทยาศาสตร์ไปอย่างสิ้นเชิง
สมการชี้ให้เห็นว่า แท้จริงแล้วพหุภพไม่ได้ขยายตัวแบบไร้ขีดจำกัด แต่มันมี "ขอบเขตที่จำกัด" (Finite) และมีโครงสร้างภาพรวมที่ค่อนข้างราบเรียบเป็นระเบียบ นั่นหมายความว่า ต่อให้มีจักรวาลคู่ขนานอื่นอยู่จริง พวกมันก็ถูก "ตีกรอบ" ด้วยข้อจำกัดและกฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์ที่คล้ายคลึงกับจักรวาลของเรา
- ทฤษฎีเดิมที่เชื่อในความไร้ขีดจำกัด
ตามทฤษฎีการขยายตัวชั่วนิรันดร์ (Eternal Inflation) นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่าหลังเกิดบิกแบง (Big Bang) เอกภพพองตัวและแตกแขนงแยกตัวเป็นจักรวาลฟองสบู่ (Pocket universes) ไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุดวนลูปไปแบบอนันต์
- ความยุ่งเหยิงของความเป็นอนันต์
ปัญหาของการที่ทุกอย่างเป็นอนันต์และแตกแขนงไปเรื่อยๆ คือ กฎทางฟิสิกส์ในจักรวาลอื่นๆ จะสะเปะสะปะไปหมด จนหมดหวังที่จะใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไปคาดเดาหรือทดสอบได้
- การค้นพบ Silent Constraint ของเอกภพ
สตีเฟน ฮอว์คิง และ โธมัส เฮิร์ทอก ได้นำสมการทางคณิตศาสตร์จากทฤษฎีสตริง (String theory) และหลักการโฮโลกราฟี (Holography) เข้ามาช่วยตัดมิติของเวลาในสภาวะเริ่มต้นทิ้งไป ผลลัพธ์ที่หักมุมคือ พหุภพไม่ได้ขยายตัวแบบไร้ขีดจำกัด แต่มันมี "ขอบเขตที่จำกัด" และมีโครงสร้างภาพรวมที่ค่อนข้างราบเรียบ (Finite and reasonably smooth)
- ความเป็นระเบียบภายใต้ข้อจำกัด
การที่จักรวาลมีขอบเขตจำกัด หมายความว่าหากจักรวาลคู่ขนานอื่นๆมีอยู่จริง พวกมันก็น่าจะถูกตีกรอบให้มีกฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์และเคมีที่คล้ายคลึงกับจักรวาลของเรา
- การสังเกตการณ์ที่รอการพิสูจน์
ทฤษฎีนี้สามารถพิสูจน์ได้ผ่านการสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วงดึกดำบรรพ์ (Primordial gravitational waves) ที่ทิ้งร่องรอยจางๆ ไว้บนรังสีไมโครเวฟพื้นหลังของเอกภพ (CMB) ซึ่งในอนาคตจะใช้หอสังเกตการณ์อวกาศอย่าง LISA เข้ามาช่วยตรวจจับ
มันน่าทึ่งมากเลยใช่ไหมล่ะครับ ที่ทฤษฎีจักรวาลวิทยาที่ซับซ้อนที่สุดในโลก กลับมาทาบลงบนหลักการพื้นฐานที่สุดของการออกแบบ นั่นก็คือ "ทุกระบบล้วนมีเงื่อนไขขอบเขต" (Boundary Condition) ได้พอดีเป๊ะแบบไม่น่าเชื่อ
ถ้าจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลยังต้องมีขอบเขตและกฎเกณฑ์ที่จำกัดเพื่อไม่ให้เกิดความโกลาหล (Chaos) ก็ไม่แปลกเลยที่ในระบบการทำงาน หรือในสนามรบ การฝืนทำสิ่งที่เกินข้อจำกัดทางกายภาพ เช่น การสั่งให้ช่างที่เหนื่อยล้าฝืนผลิตธนูแสนดอกให้ทันใน 10 วัน หรือ การที่ยานอวกาศพยายามแบกเชื้อเพลิงปริมาณมากออกไปจากโลก
ทั้งหมดนั้นย่อมนำไปสู่ความพังพินาศ นี่คือเครื่องยืนยันชั้นดีว่า การถอยออกมามองหา "ข้อจำกัดที่แท้จริง" คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนกฎของเกมอย่างชาญฉลาด
Chief Engineer's Log : The Universal Boundary
ไม่ว่าคุณจะกำลังเผชิญหน้ากับพระเจ้าที่มีพลังโจมตีไร้ขีดจำกัด การออกแบบระบบส่งกำลังเครื่องจักรกลที่ซับซ้อน หรือการพยายามทำความเข้าใจความกว้างใหญ่ของเอกภพ ความจริงแท้ประการหนึ่งที่เชื่อมโยงทุกสรรพสิ่งเข้าด้วยกันคือ "ความเป็นอนันต์" เป็นเพียงแนวคิดทางคณิตศาสตร์ แต่มันไม่มีอยู่จริงในโลกกายภาพ
ทุกระบบ ทุกกติกา และทุกสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะล็อกผลให้เราแพ้ไว้แล้ว หรือดูเหมือนจะยิ่งใหญ่จนไร้ทางต่อกร ล้วนมี Silent Constraint หรือขอบเขตจำกัดซ่อนอยู่เสมอ
หน้าที่ของเราในฐานะผู้แก้ปัญหา ไม่ใช่การตื่นตระหนกกับความยิ่งใหญ่เหล่านั้น แต่คือการถอยออกมามองภาพกว้าง เพื่อหาขอบเขตของระบบให้เจอ เพราะทันทีที่คุณมองเห็นข้อจำกัด คุณก็จะมองเห็น "จุดบอด" ที่จะใช้แฮ็กกติกานั้นได้ในที่สุด
เทคโนโลยี
ความรู้รอบตัว
อวกาศ
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย