Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
WealthThink
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
12 มิ.ย. เวลา 04:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ทำไม คนถือกองทุน S&P 500 จะไม่ได้ลงทุนใน SpaceX แม้บริษัทใหญ่เป็น Trillion Dollar Company
คืนนี้คงเป็นคืนที่นักลงทุนหลายคนเฝ้ารอ เพราะบริษัท SpaceX ของ Elon Musk กำลังจะ IPO เข้าตลาดหุ้น
โดยมีการคาดการณ์ไว้ว่า SpaceX น่าจะมีมูลค่าตลาด หรือ Market Cap ประมาณ 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นการ IPO ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ซึ่งจะทำให้ SpaceX กลายเป็นบริษัท Trillion Dollar Company ตั้งแต่วันแรก และเป็นบริษัทที่ใหญ่อันดับ 8 ของโลก แซงหน้า Saudi Aramco ทันทีที่ตลาดเปิด
แต่ถึงแม้บริษัทจะมีมูลค่ามหาศาลแบบนี้ แต่รู้หรือไม่ว่า เงินลงทุนของคนที่ถือกองทุนอิงดัชนี S&P 500 ซึ่งมักจะรู้กันว่าเป็นกองทุนที่ “ลงทุนในหุ้นใหญ่สุด 500 ตัวของสหรัฐฯ”
จะไม่ได้ถูกแบ่งไปลงทุนในบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง SpaceX เลย แม้แต่บาทเดียว
และถ้าหากสงสัยว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
ลงทุนในดัชนี S&P 500 = ลงทุนกับบริษัทใหญ่สุด 500 บริษัทของสหรัฐฯ คือประโยคที่เป็นจริงเพียงแค่ครึ่งเดียว
เพราะการที่จะเป็นสมาชิกของดัชนี S&P 500 ได้ เพียงแค่ใหญ่อย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ
โดย S&P Global ผู้จัดทำดัชนี S&P 500 นั้น มีกฎเกณฑ์เพิ่มเติม สำหรับบริษัทใหญ่ที่จะเข้ามาเป็นสมาชิก ซึ่งกระทบ SpaceX ในทันที หลัก ๆ แล้วอีก 3 ข้อคือ
1. ต้องมี Free Float หรือก็คือสัดส่วนหุ้นที่เปิดให้นักลงทุนทั่วไปสามารถซื้อขายได้ในตลาด อย่างน้อย 10%
2. เมื่อรวมผลกำไรขาดทุนในรอบ 4 ไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทต้องมีกำไร และต้องมีกำไรในรอบไตรมาสล่าสุดด้วย
3. ต้องซื้อขายในตลาดมาแล้วอย่างน้อย 12 เดือน
ทีนี้เมื่อเทียบกับ SpaceX จะเห็นได้ว่า แม้บริษัทจะใหญ่เป็น Trillion Dollar Company ก็จริง
แต่จาก Free Float ของ SpaceX ซึ่งปล่อยออกมาให้นักลงทุนรายย่อยซื้อขายแค่ที่ประมาณ 4%
ประกอบกับผลประกอบการของ SpaceX ที่ขาดทุนประมาณ 4,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025
แถมในไตรมาส 1 ปี 2026 ก็ยังขาดทุนอีก 4,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
SpaceX จึงไม่ผ่านคุณสมบัติของการเป็นหุ้นในดัชนี S&P 500 ในตอนนี้ แม้จะเป็น Trillion Dollar Company ตั้งแต่วันแรกที่ซื้อขายก็ตาม
และถึงแม้จะมีข้อเสนอให้ผ่อนผันเกณฑ์ดังกล่าว แต่สุดท้ายคณะกรรมการ Index Committee ของ S&P Global ก็ยังยืนกรานที่จะใช้เกณฑ์เดิมต่อไป
ด้วยเหตุผลว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยรักษาความเป็นตัวแทนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ความสมดุลระหว่างการครอบคลุมภาคธุรกิจต่าง ๆ และความสามารถในการลงทุนของดัชนีในระยะยาว
หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ แม้จะใหญ่แค่ไหน S&P Global ก็จะไม่ยอมอ่อนข้อให้ ในการคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี S&P 500 ที่มีเม็ดเงินกว่า 13 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ กำลังลงทุนอยู่
และด้วยเกณฑ์ที่เข้มงวดนี้ก็หมายความว่า บริษัทยักษ์ใหญ่อื่น ๆ ที่เป็นที่ฮือฮา ซึ่งกำลังจะตบเท้า IPO เข้าตลาดหุ้นในปีนี้
เช่น Anthropic เจ้าของ AI Claude และ OpenAI เจ้าของ ChatGPT ก็จะไม่ถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของดัชนี ที่คนถือกองทุน S&P 500 จะได้ลงทุน
อย่างไรก็ตาม ทางฟากของดัชนีคู่แข่งอย่าง Nasdaq นั้นถือเป็นภาพตรงกันข้าม
เพราะได้ทำการปรับเกณฑ์สำหรับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เข้ามา IPO ที่แทบจะเรียกได้ว่า เอื้อกับการนำ SpaceX เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของดัชนี Nasdaq-100 แบบสุด ๆ
ทั้งอนุญาตให้สามารถจัดเข้าดัชนีได้เลย หลังซื้อขายได้ 15 วัน จากที่แต่ก่อนต้องรอพิจารณารายไตรมาส แถมยกเว้นเกณฑ์ Free Float ขั้นต่ำ 10% ให้ด้วย
รวมถึงดัชนีคู่แข่งอีกเจ้าอย่าง MSCI ที่ก็มีการเปิดเผยว่าจะนับ SpaceX เข้าดัชนี MSCI ประมาณ 10 วันหลังซื้อขาย แทนที่จะต้องรอประเมินรายไตรมาสตามปกติ
นอกจากนี้ก็ยังมีดัชนีอื่น ๆ เช่น FTSE Russell ที่ปรับเกณฑ์ให้รองรับ SpaceX เข้ามาในดัชนีด้วยเช่นกัน
จะเห็นได้ว่าตอนนี้ S&P Global กำลังตัดสินใจสวนทางกับคนส่วนใหญ่ ในการให้ SpaceX เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในดัชนีของตัวเอง
ซึ่งถ้าหากเรามองการตัดสินใจของทาง S&P Global ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะดัชนี S&P 500 นั้น ถือเป็นดัชนีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในสายตาของนักลงทุนทั่วโลก
การรีบรับบริษัทที่ยังไม่มีกำไรเข้ามาทำให้เกิดความผันผวนของดัชนี ก็จะส่งผลกระทบต่อนักลงทุนรายย่อยในวงกว้าง
และอาจลามไปสู่ความน่าเชื่อถือของตัวบริษัท ที่จะถูกนักลงทุนตั้งคำถามด้วย ถ้าหากราคาของหุ้นไม่ได้วิ่งไปตามความคาดหวัง
ทาง S&P Global จึงน่าจะมองว่า เบรกไว้ก่อนตอนนี้ดีกว่า เพราะถ้าหากในวันข้างหน้า SpaceX มีการปล่อย Free Float เพิ่มและเริ่มทำกำไรได้จริง ๆ
SpaceX จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของดัชนี S&P 500 ในตอนนั้นก็ยังไม่สาย
เราจึงต้องติดตามกันต่อไป ว่าการตัดสินใจของ S&P Global ในครั้งนี้
จะคิดถูกที่เบรกความร้อนแรงของ SpaceX เพื่อให้บริษัทพิสูจน์ตัวเอง และลดความผันผวนของดัชนีไว้
หรือนี่จะกลายเป็นการตกรถครั้งใหญ่ ที่ทำให้คนถือกองทุนอิงดัชนี S&P 500 รู้สึกเสียดายกันแน่..
#WealthPreservation
#กองทุน
#SpaceX
References
-
https://financefeeds.com/spacex-valuation-after-ipo-spcx-year-one/
-
https://companiesmarketcap.com/
-
https://finance.yahoo.com/markets/stocks/articles/elon-musks-spacex-wont-fast-163102681.html
-
https://press.spglobal.com/2026-06-04-S-P-Dow-Jones-Indices-Consultation-on-Treatment-of-MegaCap-Companies-Results
-
https://www.truewealth.ch/blog/the-trillion-dollar-ipos-are-coming-a-case-for-staying-passive
-
https://www.ssga.com/it/en_gb/institutional/insights/mega-cap-ipos-implications-for-institutional-investors-and-index-managers
-
https://www.globalbankingandfinance.com/msci-confirms-early-index-inclusion-rules-ahead-spacex-ipo/
-FORM S-1 บริษัท Space Exploration Technologies Corp.
-NASDAQ Index Methodology - NASDAQ100 Index
หุ้น
การลงทุน
2 บันทึก
10
2
2
10
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย