วันนี้ เวลา 00:00 • หนังสือ

Blockdit Originals คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ ตอน 24

คำถาม 1
ไม่ประสงค์ออกนาม : ทำไมมีคนบอกว่าจุดสว่างบนฟ้ากลางคืนแต่ละจุดอาจไม่ใช่ดาวหนึ่งดวง? จริงหรือไม่? ถ้าจริง เป็นไปได้อย่างไร?
วินทร์ เลียววาริณ : จริงครับ
ดาวบนฟ้ากลางคืนที่เราเห็น จำนวนมากเห็นด้วยตาเปล่าเป็นจุดจุดเดียว แต่ความจริงเป็นดาวคู่
เรียกว่า binary star system
สมัยโบราณ เรามองแต่ละจุดเป็นดาวหนึ่งดวง จนกระทั่งเราประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์ส่องดูท้องฟ้า พบว่ามีดาวบางคู่อยู่ใกล้กันมาก และมีดาวคู่แบบนี้มากกว่าที่คิด มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่
จึงเป็นที่มาของบทสรุปว่า มีระบบดาวคู่
เฉพาะในดาราจักรทางช้างเผือกของเรา น่าจะมีระบบดาวคู่มากถึงหนึ่งในสามของดวงดาวทั้งหมด
อย่างดาวซิริอุสที่ส่องสว่าง ก็เป็นดาวคู่
ดาวที่อยู่ตรงปลายด้ามตะบวยของหมู่ดาว Big Dipper (Ursa Major) ดูเป็นจุดเดียว แต่เป็นสองดวงคือ Mizar and Alcor (แปลว่าอาชากับนักขี่)
สองดวงนี้ค้นพบโดยนักดาราศาสตร์เปอร์เซียโบราณ
แปลว่าคนโบราณก็ดูออกแล้วว่ามันมีสองดวง
แล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นนักดาราศาสตร์เปอร์เซีย?
สังเกตไม่ยาก เวลาเห็นชื่อใดมีคำว่า Al (อัล) ให้เดาว่ามาจากภาษาเปอร์เซีย
ศาสตร์ที่ขึ้นต้นด้วย Al ก็เป็นศาสตร์ที่คิดค้นโดยพวกเปอร์เซีย เช่น Algebra - พีชคณิต Algorithm - อัลกอริธึม เป็นต้น
นอกจากระบบดาวคู่แล้ว ก็ยังมีระบบดาวสามดวง อย่างในเรื่องดาวซานถี่
ซานแปลว่า 3 ถี่แปลว่า body (ดาว)
คนโบราณรู้เรื่องดาวดีมาก ทั้งที่เครื่องไม้เครื่องมือไม่มากเท่าปัจจุบัน น่าจะเพราะสมัยนั้นไม่มีสมาร์ทโฟนให้ไถ ตกค่ำก็มองท้องฟ้าสังเกตดวงดาวแก้เหงา
คำถาม 2
ไม่ประสงค์ออกนาม : ไกลปืนเที่ยงคืออะไร?
วินทร์ เลียววาริณ : ตามมาตรฐานโลก เรากำหนดเวลาหลังเที่ยงคืนถึงก่อนเที่ยงวันว่า AM และหลังเที่ยงวันถึงเที่ยงคืนว่า PM
8 AM คือ 8 โมงเช้า
11 AM คือ 11 โมงเช้า
3 PM คือบ่าย 3
7 PM คือหนึ่งทุ่ม
ที่มาของการใช้เวลาแบบนี้ ย้อนหลังไปไกลในประวัติศาสตร์
คนโบราณใช้ดวงอาทิตย์เป็นหลักในการบอกเวลา แล้วทำให้ใช้งานสะดวกขึ้นโดยประดิษฐ์นาฬิกาแดด (sundial) ใช้เงาแดดที่ทอดลงฐานบอกเวลา
จนถึงยุคโรมัน คิดจะตั้งชื่อแต่ละช่วงเวลาเพื่อให้เป็นระบบ เป็นที่มาของ AM กับ PM
ทั้งสองเป็นคำละติน
AM ย่อมาจาก Ante Meridiem แปลว่าก่อนเที่ยง
PM ย่อมาจาก Post Meridiem แปลว่าหลังเที่ยง
Meridiem คือจุดที่อาทิตย์อยู่เหนือหัว คือเที่ยงตรง
แล้วเราจะบอกเวลาเที่ยงวันกับเที่ยงคืนยังไง เพราะที่จุด Meridiem มันอาจเป็นได้ทั้ง AM และ PM
วิธีแก้ก็เอาที่สบายใจของคนกำหนด นั่นคือเที่ยงวันใช้ 12 PM เที่ยงคืนใช้ 12 AM
ตกลงเอาตามนี้แหละ ไม่ต้องมีเหตุผล
คนไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ก็มีการบอกเวลาโดยการตีฆ้องในตอนกลางวัน และตีกลองตอนกลางคืน
เป็นที่มาของคำว่า โมง กับ ทุ่ม
‘โมง’ มาจากเสียงของฆ้อง
‘ทุ่ม’ มาจากเสียงกลอง
อีกวิธีหนึ่งของการบอกเวลาในเมืองหลวงโดยอิงเที่ยงวันแบบ AM และ PM เช่นกัน เรียกว่าปืนเที่ยง ทางการจะยิงปืนใหญ่ตอนเที่ยงตรง เมื่อแดดส่องตรงลงมา ไม่เห็นเงา
นอกจากจะยิงปืนใหญ่เพื่อบอกเวลาแล้ว ยังยิงเพื่อแจ้งอัคคีภัยด้วย
ถ้าไฟไหม้นอกกรุงเทพฯ ยิงนัดเดียว ถ้าไฟไหม้ภายในกรุงเทพฯ ก็ยิงสามนัด
ตำแหน่งที่ยิงปืนใหญ่บอกเวลาเที่ยงนี้เปลี่ยนไปหลายครั้งหลายจุด เช่น ป้อมพระบรมมหาราชวังใกล้วัดพระเชตุพน ป้อมทัศนานิกร ป้อมวิชัยประสิทธิ์ ท่าราชวรดิฐ เป็นต้น
เชื่อกันว่าธรรมเนียมการยิงปืนใหญ่บอกเวลานี้ น่าจะมาจากพวกอังกฤษที่สิงคโปร์
เสียงปืนใหญ่ที่ยิงดังไปทั่วเมือง ดังนั้นเสียงปืนจึงใช้เป็นมาตรวัดความเจริญของท้องที่
ท้องที่ใดอยู่ไกลจากเมืองหลวงจนไม่ได้ยินเสียงปืนใหญ่ เรียกว่า ไกลปืนเที่ยง หมายถึงพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลความเจริญ
ทางการยกเลิกการยิงปืนใหญ่ในปี พ.ศ. 2477 น่าจะเพราะนาฬิกาพกกับนาฬิกาข้อมือเริ่มแพร่หลายมากขึ้น
ราวปี 2513–2515 เราก็เริ่มใช้นาฬิกาอะตอมพร้อมกับการประกาศที่โทรศัพท์หมายเลข 181 “สัญญาณต่อไปนี้เป็นเวลา…”
นอกจากระบบ AM กับ PM แล้ว ก็มีคนคิดระบบแบบไม่มีวันเข้าใจผิด นั่นคือแบ่งจำนวนชั่วโมงทั้งหมดเป็น 24 ชั่วโมง เริ่ม 0.00 ที่เวลาเที่ยงคืน ตีหนึ่งคือ 01.00
6 โมงเช้าคือ 06.00 ไล่ไปเรื่อยๆ จนถึง 12.00 คือเที่ยงวัน แล้วไล่ต่อไปเป็น 13.00 14.00 ไปจนถึง 23.59 แล้วจบที่ 0.00 ตามเดิม
ระบบนี้เรียก Military Time
แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีคนใช้ระบบ AM กับ PM เพราะความเคยชิน
สำหรับนักเขียนอาชีพ AM กับ PM ไม่มีความแตกต่าง เพราะต้องทำงานทั้งคู่
1
โฆษณา