5 ชั่วโมงที่แล้ว • ธุรกิจ

Data Center ในอวกาศ ทำได้จริงแค่ไหน ?

รูปนี้ คือ AI1 ดาวเทียม Data Center ในอวกาศของ SpaceX โดยอีลอน มัสก์
แปลว่าแนวคิด Data Center ในอวกาศ จริง ๆ แล้วก็มีความเป็นไปได้จริง แต่ต้องบอกว่าเรายังพูดไม่ได้ขนาดนั้น
เพราะแม้หลายคนจะคิดว่า อวกาศมันเย็น Data Center ก็น่าจะระบายความร้อนได้ดีกว่าบนโลก แถมยังมีพื้นที่กว้างขวาง ไม่จำกัดเหมือนอยู่บนโลก
แต่ความจริงแล้ว มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น แถมยังมีความท้าทายที่ยังรออยู่อีกมากมาย
แล้วสุดท้าย แนวคิดนี้จะทำได้จริงแค่ไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า Data Center ต้องใช้อะไร
จริง ๆ แล้ว Data Center ก็ทำงานคล้ายกับร่างกายมนุษย์
มนุษย์เรามีสมอง Data Center ก็มีสมองจากระบบชิปประมวลผลต่าง ๆ
มนุษย์ต้องการกินอาหาร Data Center ก็ต้องการเช่นกัน เพียงแต่อยู่ในรูปของอาหารที่ชื่อว่า ไฟฟ้า
มนุษย์เป็นสัตว์เลือดอุ่นที่ต้องรักษาอุณหภูมิของร่างกายไม่ให้ร้อนหรือเย็นไป Data Center ก็ต้องมีระบบรักษาอุณหภูมิของตัวเองเช่นกัน
อวกาศมีอาหารให้กับ Data Center แบบไม่จำกัด เพราะมีแสงอาทิตย์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยผลิตจากแผงโซลาร์เซลล์ที่ทำงานได้เต็มที่แบบไม่มีฝนตกเหมือนในโลก
แถมอวกาศยังกว้างใหญ่ไพศาล พื้นที่ไม่จำกัดเหมือนที่ดินบนโลก มันเลยเกิดเป็นแนวคิดว่า ทำไมเราถึงไม่เอา Data Center ไปไว้นอกโลกเสียเลย
แม้จะแก้ปัญหาเรื่องอาหารให้กับ Data Center ได้ แต่สิ่งที่ยังเป็นความท้าทายอีกอย่าง นั่นคือ ระบบรักษาอุณหภูมิ
ปกติแค่ Data Center ทำงาน มันก็จะเกิดความร้อนขึ้นในตัวเอง ซึ่งถ้าไม่ระบายความร้อนออก การทำงานของมันจะเกิดความผิดปกติทันที
เปรียบเสมือนคนที่มีอุณหภูมิในร่างกายสูงเกินไป ก็ทำให้อวัยวะภายในเริ่มทำงานผิดปกติได้
ดังนั้นแม้เราจะคิดว่าอวกาศมันเย็น ก็อาจจะเข้าใจว่า ความร้อนที่เกิดใน Data Center ก็น่าจะไหลไปสู่อากาศเย็นตามหลักวิทยาศาสตร์ทั่วไป
แต่ปัญหาคือ อวกาศไม่มีอากาศ นั่นแปลว่า ข้างใน Data Center ก็ยังร้อนเหมือนเดิม และจะร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไม่ได้เอาความร้อนออกไปสู่ข้างนอก
พอเป็นแบบนี้ สิ่งที่จะต้องแก้ตามมาคือ ก็ต้องสร้างระบบระบายความร้อนออกมาสู่อวกาศให้ได้
ระบบความร้อนที่ว่านี้ เรียกว่า แผงแผ่รังสีหรือ Radiator Panel ซึ่งถ้าลองสังเกตรูปบทความ มันคือแผงแนวตั้งยาว ๆ ราว 20 เมตรนั่นเอง
แล้วรังสีมาจากไหน อะไรคือการแผ่รังสี ?
จริง ๆ แล้ว ทุก ๆ ความร้อนมันจะมีการแผ่รังสีออกมาเสมอ เหมือนเวลาเรารู้สึกร้อนเมื่อเข้าใกล้กองไฟ
คราวนี้แผงรังสีของ Data Center ในอวกาศก็ใช้ความรู้นี้
ด้วยการเอาน้ำหรือสารอะไรบางอย่างดึงความร้อนออกมาจากข้างในตัว Data Center
จากนั้นก็นำไปไว้ที่แผงแผ่รังสี รอให้รังสีความร้อนแผ่ออกมาเรื่อย ๆ จนสารพาความร้อนเย็นลง แล้วกลับไปนำความร้อนข้างในให้เย็นลงอีกรอบ วนแบบนี้ซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ
แต่ปัญหาคือ วิธีนี้ก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนได้เร็วแบบที่ทำกันบนโลก ซึ่งใช้วิธีเอาความร้อนออกมาด้วยน้ำหรือของเหลวได้อย่างรวดเร็วกว่า
ดังนั้น จึงเป็นโจทย์ความท้าทายเรื่องความเร็วในการระบายความร้อน ที่จะไม่ให้การทำงานของ Data Center ในอวกาศได้รับผลกระทบ
อีกปัญหาที่ตามมานอกจากความเร็วในการระบายความร้อนแล้ว พอมีแผงแผ่รังสี แปลว่า มวลของ Data Center ในอวกาศก็จะมากขึ้นตามไปด้วย
พอเราต้องการความรวดเร็วในการระบายความร้อน เราก็ต้องสร้างแผงแผ่รังสีที่ใหญ่ตามมาจนมันหนักขึ้น กลายเป็นปัญหาวนไปแบบนี้เรื่อย ๆ แทน
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาตอนอยู่บนโลก เพราะก่อนมันจะไปอยู่บนอวกาศ มวลที่มากขึ้นหมายถึง น้ำหนักที่จรวดต้องแบกทะยานฝ่าแรงโน้มถ่วงโลก จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
แปลง่าย ๆ ว่า ยิ่งแผงใหญ่ น้ำหนักยิ่งเยอะ ค่าส่งยิ่งแพงมหาศาล จนอาจไม่คุ้มทุน
อีกทั้งแม้ในอวกาศจะไร้น้ำหนัก แต่วัตถุยังมีมวล และความเฉื่อย ถ้า Data Center นั้นมีมวลมากเกินไป การจะจุดระเบิดไอพ่น เพื่อปรับวงโคจรไม่ให้ตกหล่นลงมาสู่ชั้นบรรยากาศโลก ก็จะต้องใช้เชื้อเพลิงที่มากขึ้นตามไปด้วย
พอต้องแบกเชื้อเพลิงเพิ่ม ดาวเทียมก็หนักขึ้นไปอีก กลายเป็นปัญหาวนลูปไม่รู้จบ
นอกจากเรื่องน้ำหนักแล้ว อุณหภูมิในอวกาศก็เป็นเรื่องท้าทายด้วยเช่นกัน
เพราะเมื่อเจอแสงอาทิตย์ อุณหภูมิจะสูงถึง 100 องศาเซลเซียส แต่พอไม่เจอแสงอาทิตย์ อุณหภูมิจะติดลบถึง 100 องศาเซลเซียส
การที่อุณหภูมิร้อนและเย็นสลับกันแบบนี้ วัสดุที่ใช้สร้าง Data Center บนอวกาศก็เป็นเรื่องท้าทาย เพราะจะต้องปกป้องการทำงานภายในไปด้วย
และสิ่งที่ท้าทายมากสุด ไม่ใช่เรื่องอุณหภูมิหรือน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของการทำงานที่ต้องเสถียร
เพื่อไม่ให้การทำงานหน่วงหรือช้าเกินไป Data Center จำเป็นต้องโคจรให้ใกล้กับโลก ซึ่งอาจเกิดความเสี่ยงที่จะตกลงมาสู่โลกได้
เพราะชั้นบรรยากาศอาจขยายตัวเมื่อเจอรังสีจากดวงอาทิตย์ ทำให้ Data Center พวกนี้อาจต้องชนกับชั้นบรรยากาศ จนกระทบกับความเร็วในการโคจรตามมา
นอกจากนี้แล้ว การทำงานที่ต้องเสถียรก็อาจเจอความท้าทายกับปัญหา Bit Flip อีกด้วย
รังสีในอวกาศ อาจมีผลให้ระบบชิปประมวลผลทำงานผิดเพี้ยน จากการที่รังสีพวกนี้ไปรบกวนกระแสไฟฟ้าข้างใน
เพราะในการประมวลผล ค่า 0 และ 1 จะถูกแทนที่ด้วยประจุไฟฟ้าขนาดเล็กมาก ดังนั้นถ้ารังสีเปลี่ยน ค่าเหล่านี้
ก็จะทำให้การทำงานผิดพลาดไปได้เลยทันที
สุดท้ายแล้ว ถ้าถามว่า Data Center ในอวกาศทำได้จริงแค่ไหน ก็ต้องบอกว่า มีความเป็นไปได้ แต่ก็ต้องเจอความท้าทายที่ว่ามาทั้งหมดนี้
ปัญหาใหญ่ไม่ได้อยู่ที่เรื่องของการสร้าง แต่ปัญหาหลักอยู่ที่ระบบรักษาอุณหภูมิ และต้องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และแม้จะแก้ปัญหาหลักพวกนี้ได้แล้ว ความท้าทายหลักอยู่ที่โมเดลการหารายได้ ต้องปล่อย Data Center ในอวกาศออกไปแค่ไหนถึงจะคุ้มทุน
เพราะต้องไม่ลืมว่า การเอา Data Center ไปวางไว้นอกโลก 1 ครั้ง ก็ต้องใช้จรวดในการส่งออกไป ซึ่งแต่ละครั้งก็ใช้เงินไม่น้อยเลยทีเดียว
ซึ่งนี่ก็อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่บริษัทจรวดต่าง ๆ โดยเฉพาะ SpaceX พยายามสร้างจรวดยักษ์ที่บรรทุกได้เยอะ เพื่อขนของไปโยนไว้ในอวกาศในทีเดียวนั่นเอง..
โฆษณา