13 มิ.ย. เวลา 06:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ

🔍 Beyond Insight | หุ้นเวียดนามพักฐาน แต่ Growth Story ยังเติบโต

Beyond Wealth | 13 มิถุนายน 2569
ตลาดหุ้นเวียดนามปีนี้ยังอยู่ในช่วง “พักฐาน” หลังช่วงก่อนหน้าปรับขึ้นแรง ก่อนถูกกดดันจากแรงขายทำกำไรและปัจจัยเสี่ยงภายนอก ทำให้ดัชนี VN-Index ย่อตัวลงในช่วงสั้น และกดดันผลตอบแทนกองทุนหุ้นเวียดนามหลายกองให้ยังตามดัชนีไม่ทัน
อย่างไรก็ตาม หากดูภาพรวมทั้งปี VN-Index ยังไม่ได้อ่อนแอมากนัก โดยปัจจุบันยังบวกอยู่ราว +0.79% YTD เคลื่อนไหวบริเวณ 1,791 จุด แม้ในช่วง 6 เดือนก่อนหน้าตลาดจะปรับขึ้นได้ค่อนข้างดี แต่ในช่วง 30 วันที่ผ่านมาเริ่มเห็นแรงขายทำกำไร ทำให้ดัชนีพักฐานลงประมาณ -5%
จากข้อมูลกองทุนหุ้นเวียดนาม 47 กองทุน ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2569 พบว่าผลตอบแทนเฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ประมาณ -3.42% โดยมีเพียง 3 กองทุน หรือราว 6% ที่ยังให้ผลตอบแทนเป็นบวก ขณะที่อีก 44 กองทุน หรือประมาณ 94% ยังติดลบ
กองทุนที่ทำผลงานดีที่สุดในปีนี้คือ TVIETNAM ของ บลจ.ทิสโก้ ให้ผลตอบแทน +4.16% ขณะที่กองทุนที่ปรับตัวลงมากที่สุดคือ PRINCIPAL VNEQ-USD ของ บลจ.พรินซิเพิล ที่ -10.30%
ประเด็นที่น่าสนใจคือ กองทุนหุ้นเวียดนามในไทยหลายกอง underperform ดัชนี ส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างพอร์ตที่ไม่ได้มีน้ำหนักในหุ้นขนาดใหญ่บางตัวที่ช่วยหนุนตลาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะหุ้นในเครือ Vingroup อย่าง Vinhomes หรือ VHM ที่ปรับขึ้น +11.85% YTD และ Vingroup หรือ VIC ที่ปรับขึ้น +15.27% YTD
ดังนั้น แม้ภาพรวม VN-Index จะยังบวกเล็กน้อยในปีนี้ แต่กองทุนที่มี active positioning แตกต่างจากดัชนี โดยเฉพาะกองที่ไม่ได้ถือหุ้นกลุ่ม Vingroup ในสัดส่วนสูง จึงอาจทำผลงานตามดัชนีไม่ทันในรอบนี้
อย่างไรก็ตาม การปรับฐานของหุ้นเวียดนามรอบนี้ไม่ได้สะท้อนว่าพื้นฐานระยะยาวเปลี่ยนไป เศรษฐกิจเวียดนามยังเติบโตในระดับสูง ขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียนยังมีแนวโน้มขยายตัว และ Valuation ยังอยู่ในระดับที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโต
ภาพของกำไรยังมีสัญญาณบวกต่อเนื่อง โดย Earnings Revision ของตลาดหุ้นเวียดนามปรับขึ้นประมาณ +5% ในช่วง 1 เดือน และ +6% ในช่วง 3 เดือน สะท้อนว่าตลาดไม่ได้มีแค่ Valuation ที่ยังถูก แต่คาดการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียนยังถูกปรับขึ้นต่อเนื่องด้วย
IMF คาดว่าเศรษฐกิจเวียดนามจะเติบโต 7.1% ในปีนี้ และ 6.7% ในปีหน้า ขณะที่รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าหมายเชิงรุก ต้องการผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตในระดับสูงต่อเนื่องถึงปี 2030 ผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับภาคการผลิต และการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ
อีกประเด็นสำคัญคือโอกาสที่เวียดนามจะถูกยกระดับจาก Frontier Market เป็น Emerging Market โดย FTSE Russell ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง อาจช่วยดึงเม็ดเงิน Passive Fund จาก ETF และกองทุนต่างประเทศกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นเวียดนามมากขึ้น
ด้าน Valuation หุ้นเวียดนามยังถือว่าน่าสนใจ โดย Forward 12M P/E อยู่ที่ประมาณ 10.24 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 11.25 เท่า ขณะที่คาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนยังเติบโตได้ราว +20% สะท้อนว่าตลาดยังมีส่วนผสมของ “ถูก + โต” ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญของตลาดเวียดนามในระยะกลางถึงยาว
📌 มุมมอง Beyond Wealth
หุ้นเวียดนามอาจยังผันผวนในระยะสั้นจากแรงขายทำกำไร ความเสี่ยงภายนอก และ Sentiment ตลาดโลก แต่ในเชิงโครงสร้าง เวียดนามยังเป็นหนึ่งในตลาด Growth Play ที่น่าจับตาในเอเชีย
การที่กองทุนไทยบางกองทำผลตอบแทนต่ำกว่าดัชนีในช่วงนี้ ไม่ได้แปลว่ากลยุทธ์ผิดเสมอไป แต่อาจสะท้อนความแตกต่างของสไตล์การบริหารพอร์ต โดยเฉพาะกองทุนที่เน้นคุณภาพ งบการเงิน หรือหลีกเลี่ยงหุ้นบางกลุ่มที่ราคาขึ้นแรงในระยะสั้น
สำหรับนักลงทุนที่รับความผันผวนได้ และมองการลงทุนระยะกลาง-ยาว เรามองว่าการปรับฐานของหุ้นเวียดนามรอบนี้เป็นจังหวะทยอยสะสมได้ โดยกองทุนที่เราแนะนำคือ K-VIETNAM ซึ่งเหมาะสำหรับการลงทุนในธีม Vietnam Growth ระยะกลางถึงยาว เน้นรับโอกาสจากเศรษฐกิจที่เติบโตสูง กำไรบริษัทจดทะเบียนที่ยังถูกปรับขึ้น และโอกาสจากการยกระดับตลาดในอนาคต
ทั้งนี้ หุ้นเวียดนามยังเป็นตลาดที่มีความผันผวนสูงกว่าตลาดพัฒนาแล้ว นักลงทุนจึงควรกำหนดสัดส่วนให้เหมาะกับความเสี่ยงของพอร์ต และไม่ควรลงทุนแบบกระจุกตัวมากเกินไป
#BeyondWealth #VietnamEquity #KVIETNAM #กองทุนเวียดนาม #GrowthPlay
โฆษณา