14 มิ.ย. เวลา 02:04 • การศึกษา

⚠️อย่าแพ้เสียงในหัว เพราะ การด่าทอหรือใส่ร้ายผู้อื่นบนอินเทอร์เน็ต เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานหมิ่นประมาทหรือการใส่ความ บอกเลยไม่คุ้ม สะใจตอนนี้🤣 แต่ไปเสียใจในศาล😭

📚ความหมายของคำว่า "หมิ่นประมาท"
การหมิ่นประมาท หรือ การใส่ความ หมายถึง การกล่าวหาหรือยืนยันข้อเท็จจริง (ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นความจริงหรือไม่) ที่ทำให้เสียหาย โดยต้องมีบุคคลอื่นรับรู้ข้อความนั้น หากด่ากันสองต่อสอง จะไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาท แต่อาจเป็นความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า อธิบายง่ายๆว่า มีคนมานินทาเรา ให้คนอื่นฟัง เราสามารถฟ้องคนที่นินทาได้ถ้าเรามีหลักฐานนั่นเอง
⚖️ โดยความผิดฐานหมิ่นประมาท แบ่งออกเป็น 2 กรณีดังนี้
⚖️ 1) กรณีหมิ่นประมาททั่วไป (มาตรา 326): ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือเกลียดชัง
โทษตามกฎหมาย : จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท
⚖️ 2) กรณีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา (มาตรา 328): หากเป็นการโพสต์ข้อความ รูปภาพ หรือแชร์เรื่องราวในโซเชียลมีเดีย ถือเป็นการโฆษณา โทษจะหนักขึ้น
โทษตามกฎหมาย : จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
✨️ดังนั้น จะเห็นได้ว่า การโพสต์ในโซเชียลมีเดียให้บุคคลอื่นเกิดความเสียหาย เป็นการโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทลงบนอินเทอร์เน็ตถือเป็นการโฆษณาตามมาตรา 328 นั่นเอง แม้ว่าความนั้นจะเป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม
⚠️ระวัง!!! กรณีในการโพสต์โซเชียลมีเดีย : ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการโพสต์ต่างกรรมต่างวาระ (ต่างวันเวลา) จะนับเป็นความผิดแยกต่างหากจากกัน (หลายกรรม) ซึ่งต้องรับโทษสะสมทุกครั้ง(อ้างอิงฎีกา 2624/2567)
⚠️แต่ความผิดดังกล่าว เป็นความผิดต่อส่วนตัว (ยอมความได้) ผู้เสียหายต้องมาแจ้งความร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน
📚กรณีศึกษาเพิ่มเติม
⚖️ การกระทำด้วยความสุจริต (มาตรา 329): กฎหมายยกเว้นโทษให้หากเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรม หรือเพื่อป้องกันตนเอง/ส่วนได้เสียตามคลองธรรม
✨️ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 คือ กฎหมายที่บัญญัติถึง "เหตุยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาท" โดยระบุว่าหากบุคคลใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดๆ "โดยสุจริต" ใน 4 กรณีตามที่กฎหมายกำหนด ผู้นั้นจะไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทเลย
✨️ หัวใจสำคัญของการพิจารณาตามมาตรานี้คือ "ความสุจริต" ซึ่งหมายถึง การกระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ มุ่งหวังผลในทางที่ชอบ หรือเป็นการกระทำตามหน้าที่ ไม่ใช่การมุ่งร้ายหรือใส่ความผู้อื่น โดยมีรายละเอียดทั้ง 4 อนุมาตรา ดังนี้
1. เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม
เป็นการแสดงความเห็นหรือข้อความเพื่อปกป้องผลประโยชน์ สิทธิ หรือความปลอดภัยของตนเองตามสมควร เช่น
❤️ การโพสต์เตือนภัยให้คนระวังมิจฉาชีพ
❤️ การแจ้งเบาะแสการทุจริตในที่ทำงานให้กับผู้บังคับบัญชาตามสายงาน
2. ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่
เป็นการแสดงความเห็นหรือข้อความของเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำไปตามอำนาจหน้าที่ของตน เช่น
❤️ตำรวจแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา
❤️เจ้าหน้าที่ออกหนังสือเตือนประชาชนถึงการดำเนินกิจการที่อาจเป็นอันตราย
3. ติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ
เป็นการวิพากษ์วิจารณ์บุคคลหรือสิ่งต่างๆ ตามวิสัยของวิญญูชน (คนทั่วไป) พึงกระทำได้ โดยเป็นการวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์ ติชมด้วยเหตุและผล ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคายด่าทอ เช่น
การวิจารณ์ผลงานศิลปะ การแสดง หรือสินค้า
❤️ การติชมการทำงานของนักการเมืองหรือบุคคลสาธารณะโดยสุจริตใจ
4. ในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม
การรายงานข่าวหรือบอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง เช่น
❤️ การนำเสนอข่าวการพิจารณาคดีในศาลที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ
❤️ การเล่าถึงเหตุการณ์ในที่ประชุมที่มีการเปิดเผยเรื่องราวต่างๆ ต่อที่ประชุมอย่างชัดเจน
⚠️ สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม:
หากการแสดงความคิดเห็นเข้าข่ายเหตุผลข้างต้น จะถือว่า "ไม่มีความผิด" ตั้งแต่แรก (ผู้เสียหายจะฟ้องร้องเอาผิดไม่ได้) แต่หากพิสูจน์แล้วว่ากระทำการโดยมีเจตนากลั่นแกล้ง ใส่ร้าย หรือมีอคติ (ขาดความสุจริต) ก็จะไม่สามารถอ้างมาตรา 329 นี้เพื่อพ้นผิดได้
📚 กฎหมายอื่นๆ ที่มักถูกพ่วงด้วยกัน
⚖️ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์: ข้อมูลที่นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หากเป็นข้อความหมิ่นประมาทหรือเป็นเท็จ อาจโดนฟ้องร้องพ่วงความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) การนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ บิดเบือน หรือปลอม โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือประชาชน โดยอธิบายกฎหมายดังกล่าว ได้ดังนี้
1) ขอบเขตความผิด: จะเน้นไปที่การนำเข้า "ข้อมูลที่เป็นเท็จ" เข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต
2) ลักษณะคดี: เป็นความผิดต่อแผ่นดิน (ยอมความไม่ได้)
โทษตามกฎหมาย: จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
📚สรุปความแตกต่างและผลกระทบความผิดฐานหมิ่นประมาทของ พรบ.คอมพิวเตอร์และประมวลกฎหมายอาญา
⚖️ กรณีศึกษาที่ 1 การกระทำเดียวกันอาจผิดทั้งสองกฎหมาย: การด่าทอหรือใส่ความผู้อื่นด้วยข้อความเท็จบนโซเชียลมีเดีย เจ้าหน้าที่มักจะพิจารณาส่งฟ้องทั้งข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1)
⚖️ กรณีศึกษาที่ 2 ผลในทางคดี: เนื่องจาก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ไม่สามารถยอมความได้ ดังนั้น แม้ผู้โพสต์และผู้เสียหายจะตกลงยอมความกันในคดีหมิ่นประมาทอาญา คดีในส่วนของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก็อาจจะยังดำเนินต่อไปได้ตามดุลยพินิจของอัยการและศาล
📚ข้อมูลอ้างอิง
⚖️ ประมวลกฎหมายอาญา
[1]มาตรา 326 บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
[2]มาตรา 328 บัญญัติไว้ว่า ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
[3] มาตรา 329 บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต
               (1) เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม
               (2) ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่
               (3) ติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ หรือ
               (4) ในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม
               ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท
⚖️ พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์
[4] มาตรา 14  บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(1) โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา
(2) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน
(3) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา
(4) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
(5) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (1) (2) (3) หรือ (4)
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง (1) มิได้กระทำต่อประชาชน แต่เป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ผู้กระทำ ผู้เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้เป็นความผิดอันยอมความได้
โฆษณา