Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
1 ชั่วโมงที่แล้ว • หนังสือ
บทที่ 87
อากาศยิ่งหนาวลงเรื่อย ๆ มันเทศในไร่ก็ถูกพวกเราเก็บเกี่ยวกลับมาอย่างต่อเนื่อง
ปีนี้มันเทศออกหัวดกมาก แค่ดูจากดินที่นูนโป่งขึ้นตามแปลงก็รู้แล้ว ใช้จอบแซะตามรอยแตกของดินลงไป ข้างใต้ก็จะเจอหัวมันเทศลูกใหญ่ ๆ ซ่อนอยู่ ฉันตัดเถามันเทศออกก่อน จากนั้นใช้จอบพรวนดิน ส่วนงานที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของเจียงหยางกับชิงซาน
ชิงซานคัดหัวมันเทศลูกใหญ่ใส่ลงในตะกร้าใบใหญ่ที่วางอยู่ด้านข้าง ส่วนเจียงหยางก็เก็บหัวเล็ก ๆ ที่ยังเหลืออยู่ในดิน
ท้องฟ้าฤดูใบไม้ร่วงสดใสโปร่งสบาย ข้างคันนาเต็มไปด้วยดอกเบญจมาศป่า และดอกไม้สีทองคล้ายทานตะวัน ฝูงนกจำนวนมากบินขึ้นบินลงอยู่ในทุ่งรกร้างไกลออกไป เสียงจิ๊บจ๊าบคึกคักดังอยู่รอบหู
มันเทศตะกร้าแล้วตะกร้าเล่าถูกพวกเราขนเข้าไปเก็บในห้องใต้ดิน จนเกือบเต็มไปกว่าครึ่ง แต่ในไร่ก็ยังเก็บไม่หมด ส่วนที่เหลือเป็นต้นที่ปลูกซ่อมทีหลัง ฉันตั้งใจจะปล่อยให้โตต่ออีกสักระยะ อย่างไรเสียหัวมันเทศสำหรับทำพันธุ์ก็เก็บกลับมาแล้ว ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกน้ำค้างแข็งทำลาย
หลังเก็บมันเทศเสร็จ ฉันก็ทำมันเทศแห้งที่เจียงหยางเฝ้ารอคอยมานาน
เลือกหัวขนาดพอดี ไม่เล็กไม่ใหญ่ ปอกเปลือกแล้วนำไปนึ่งในลังถึงใบใหญ่ รอจนเนื้อสีเหลืองอ่อนเปลี่ยนเป็นสีทองเข้มราวกับน้ำผึ้ง จากนั้นนำออกมาผึ่งให้เย็น หั่นเป็นเส้น แล้ววางบนตะแกรงไม้ไผ่ตากแดดในลานบ้าน ก็จะได้มันเทศแห้งแสนอร่อย
ไม่ต้องใส่เครื่องปรุงอะไรเลย ขั้นตอนก็ไม่ซับซ้อน มันเทศแห้งที่ทำง่าย ๆ แบบนี้กลับเป็นของกินเล่นที่ดีที่สุด
ต่างจากเกาลัดแห้งที่กินมากแล้วจะรู้สึกฝืดคอ มันเทศแห้งทั้งหวานและเหนียวนุ่ม ความหวานของมันเทศก็เป็นความหวานที่ไม่มีวันเลี่ยน
ฉันชอบมันเทศแห้งตอนเพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ มากที่สุด ช่วงที่ยังไม่แห้งสนิท เนื้อยังนุ่มอยู่บ้าง เคี้ยวแล้วหนึบติดฟันเล็กน้อย คล้ายขนมเยลลี่ชนิดหนึ่งที่ฉันเคยชอบกินในอดีต แต่รสชาติดีกว่ามาก
ก่อนวันสิ้นโลก ฉันเคยซื้อมันเทศแห้งบรรจุห่อจากร้านค้า แพ็กเกจสวยงามก็จริง แต่รสชาติธรรมดามาก อย่างน้อยก็สู้มันเทศแห้งที่ฉันทำตอนนี้ไม่ได้
พอตากจนแห้งดีแล้ว สีของมันเทศก็เข้มขึ้น กลายเป็นสีเหมือนน้ำผึ้งที่ตกตะกอน
ตั้งแต่ฉันทำมันเทศแห้งขึ้นมา เวลาเจียงหยางออกจากบ้าน ในถุงของเขาก็จะมีมันเทศแห้งกับเกาลัดสุกติดอยู่เสมอครึ่งถุง
เวลาพวกเราออกไปทำงาน พอพักครึ่งทาง เขาก็จะหยิบถุงของตัวเองออกมา แบ่งของกินให้พวกเรา จากนั้นทั้งสามคนก็นั่งกินไป มองท้องฟ้าไป มองภูเขาไกล ๆ ไป
ฤดูใบไม้ร่วงมาช้ามาก แต่พอรู้ตัวว่ามันมาถึงแล้ว มันก็จากไปเร็วขึ้นเรื่อย ๆ วันหนึ่งหนาวกว่าอีกวัน ราวกับฤดูหนาวอยู่ใกล้แค่เอื้อม
ฤดูหนาวหลังวันสิ้นโลกไม่เหมือนฤดูหนาวในอดีต ตอนนี้มันหนาวกว่า และมาถึงเร็วกว่ามาก
เมื่อสายลมหนาวจัดขึ้น จนแม้แต่เจียงหยางกับชิงซานยังยอมสวมเสื้อคลุมที่ฉันดัดแปลงให้ ฉันก็เริ่มคิดว่าจะกลับไปฮั่นหยางซื่ออีกครั้งดีไหม
ก่อนฤดูหนาวจะมาถึง ฉันอยากไปเก็บของกลับมาเพิ่มอีกสักรอบ
ฉันเอาเรื่องนี้ไปคุยกับเจียงหยางและชิงซาน
เจียงหยางยังจำฮั่นหยางซื่อได้ พอนึกถึงสุนัขกลายพันธุ์ตัวใหญ่ในถ้ำบนภูเขาสวนสาธารณะ เขาก็ดูไม่ค่อยพอใจนัก
ส่วนชิงซานกลับไม่มีความรู้สึกพิเศษกับที่นั่น เพียงบอกว่าแล้วแต่ฉันตัดสินใจ
พอเจียงหยางได้ยินชิงซานพูดแบบนั้น ก็รีบพูดตามอย่างไม่ยอมน้อยหน้า
“ผมก็จะไปกับแม่เหมือนกัน!”
“งั้นก็ดี พวกเราเตรียมตัวก่อน อีกสองสามวันค่อยออกเดินทาง คราวนี้ต้องเตรียมตัวให้ดี แล้วขนของกลับมาให้มากหน่อย” ฉันตอบ
การเดินทางครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนมาก
ตอนนั้นมีแค่ฉันกับชิงซานสองคน แต่ตอนนี้พวกเราไปกันสามคน
ถ้าครั้งก่อนตอนเดินอยู่บนถนน ฉันยังรู้สึกโดดเดี่ยวและเย็นชาอยู่ในใจ
ตอนนี้ ความรู้สึกโดดเดี่ยวนั้นหายไปแล้ว
ครั้งหนึ่งฉันเคยสูญเสียทั้งครอบครัวและเพื่อนฝูง
แต่ตอนนี้ ฉันมีบ้านอีกครั้ง
ฉันมีชีวิตอยู่เพื่อพวกเขา
มีชีวิตอยู่เพื่อโลกใบเล็กที่พวกเราสร้างร่วมกัน
และพยายามเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง เพื่อให้พวกเรามีชีวิตที่ดีขึ้น
ฉันต้องยอมรับว่า มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่หวาดกลัวความโดดเดี่ยว
เมื่อรอบตัวเต็มไปด้วยผู้คน ความโดดเดี่ยวอาจเป็นเพียงความเศร้าในจิตใจ
คุณยังสามารถเดินอยู่ท่ามกลางฝูงชน และลิ้มรสความโดดเดี่ยวนั้นได้
แต่เมื่อโลกมนุษย์พังทลายลง
เมื่อรอบตัวไม่เหลือมนุษย์คนอื่น
ไม่เหลือสิ่งใดที่มนุษย์เคยสร้างไว้
เมื่อคุณรับรู้ถึงการมีอยู่ของตัวเองเพียงลำพังอย่างแท้จริง
ความโดดเดี่ยวก็จะกลายเป็นอาวุธร้ายแรงถึงชีวิต
ครั้งหนึ่งฉันเคยจมดิ่งอยู่ในความเดียวดายและความว่างเปล่าอันน่าหวาดกลัวนั้น
แต่ตอนนี้
เจียงหยางกับชิงซานได้ช่วยฉันไว้
บางที ในวันที่ฉันเลือกยอมรับพวกเขา
ฉันก็คงได้ช่วยตัวเองไว้เช่นกัน
เส้นทางไปฮั่นหยางซื่อยังคงเดินทางลำบากเหมือนเดิม
พวกเราขี่รถสามล้อคันที่เคยนำกลับมาครั้งก่อน ออกจากแนวเทือกเขาที่ทอดยาว
เมื่อเคลื่อนตัวไปตามถนนที่เต็มไปด้วยหญ้าสูงท่วมหัวเข่า สีของท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยน
เมฆบนฟ้าหนาทึบขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับฝนกำลังจะตก
ก่อนที่ฝนจะเทลงมา พวกเราก็มาถึงปั๊มน้ำมันข้างทางแห่งหนึ่ง
และทันทีที่เพิ่งเข้าไปถึง
ฝนด้านนอกก็เทกระหน่ำลงมาราวกับสาดจากถังน้ำ
ภายในปั๊มน้ำมันที่ปกคลุมด้วยฝุ่นหนา ลมเย็นพัดหวีดหวิว
ประตูและผนังร้านสะดวกซื้อถูกทำลายไปนานแล้ว ข้างในเละเทะไม่เหลือสภาพ ไม่อาจกันลมได้เลย
พวกเราจึงนั่งพิงกำแพง มองสายฝนที่ตกอยู่ด้านนอกเงียบ ๆ.
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย