เมื่อวาน เวลา 13:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก-พรีเมียร์ลีก เดิมพัน 2 หมื่นล้าน JAS-MONO สู่ Sports OTT

  • กลุ่ม JAS-MONO ทุ่มเงินลงทุนกว่า 2.1 หมื่นล้านบาท คว้าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกและพรีเมียร์ลีก เพื่อเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่การเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคอนเทนต์กีฬา (Sports OTT)
  • ใช้พรีเมียร์ลีกเป็นคอนเทนต์หลักในการสร้างฐานสมาชิกต่อเนื่องตลอดปี และใช้ฟุตบอลโลกเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้ชมจำนวนมากเข้าสู่แพลตฟอร์ม Monomax
  • ดำเนินกลยุทธ์แบบ Hybrid โดยรีแบรนด์ช่อง MONO29 เป็น MONOMAX SPORTS เพื่อสร้างการรับรู้ผ่านฟรีทีวี ควบคู่กับการสร้างรายได้หลักจากค่าสมาชิกผ่านแอปพลิเคชัน Monomax
ดีลลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 และ 2030 ของบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS มูลค่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,300 ล้านบาท ไม่ใช่เพียงการซื้อสิทธิ์ถ่ายทอดสดรายการกีฬาระดับโลก แต่เป็นจิ๊กซอว์สำคัญของยุทธศาสตร์ใหม่ที่กลุ่ม JAS-MONO กำลังวางเดิมพัน เพื่อเปลี่ยนธุรกิจจากโทรคมนาคมและสื่อ ไปสู่แพลตฟอร์มคอนเทนต์กีฬาระดับพรีเมียม
ดีลนี้ครอบคลุมรายการของ FIFA จนถึงปี 2030 รวม 16 รายการ ตั้งแต่ FIFA World Cup 2026, FIFA Women’s World Cup 2027, FIFA Futsal World Cup 2028, ฟุตบอลเยาวชนชายและหญิงระดับโลก, FIFA Club World Cup, FIFA Intercontinental Cup, FIFA eSports / EA Sports FC ไปจนถึง FIFA World Cup 2030
สำหรับฟุตบอลโลก 2026 JAS วางแผนถ่ายทอดสดครบ 104 นัดผ่าน Monomax และออกอากาศผ่านฟรีทีวีมากกว่า 40 นัด รวมถึงนัดเปิดสนามและรอบชิงชนะเลิศ ขณะเดียวกันเปิดแพ็กเกจ Monomax Sports Premium ราคา 5,999 บาท รับชมได้ 2 หน้าจอ พร้อมเงื่อนไขผ่อน 0% นาน 10 เดือน
บอลโลกต่อยอดดีลพรีเมียร์ลีก
ก่อนดีล FIFA กลุ่ม JAS-MONO วางฐานธุรกิจกีฬาด้วยการคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกอังกฤษและเอฟเอ คัพ มูลค่ากว่า 19,000 ล้านบาท หรือราว 559.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุม 3 ประเทศ ระยะเวลา 6 ฤดูกาล ตั้งแต่ปี 2568 ถึง 2574 โดยเริ่มถ่ายทอดสดฤดูกาลแรกตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2568
พรีเมียร์ลีกถือเป็นคอนเทนต์หลักของโมเดล Sports OTT เพราะมีการแข่งขันต่อเนื่องทุกสัปดาห์ตลอดฤดูกาล ต่างจากฟุตบอลโลกหรือทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นช่วง ๆ การมีพรีเมียร์ลีกอยู่ในมือจึงช่วยสร้างเหตุผลให้ผู้ชมสมัครสมาชิก และใช้งานต่อเนื่องมากกว่าการเข้ามาดูเฉพาะอีเวนต์ใหญ่
ผลของดีลพรีเมียร์ลีกเริ่มสะท้อนผ่านฐานสมาชิก Monomax ที่เพิ่มขึ้นแตะ 1.6 ล้านราย แม้ยังต่ำกว่าเป้าหมาย 2 ล้านราย แต่ถือเป็นฐานตั้งต้นสำคัญสำหรับการต่อยอดธุรกิจ โดย JAS ยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมายสมาชิก 2 ล้านรายในปีนี้
ขณะเดียวกัน JAS-MONO ยังเติมคอนเทนต์กีฬาอื่น ทั้งวอลเลย์บอลโลก ฟุตบอลยูโร และรายการระดับโลก เพื่อให้แพลตฟอร์มมีคอนเทนต์ต่อเนื่องในช่วงที่พรีเมียร์ลีกพักฤดูกาล
เมื่อนับรวมดีลพรีเมียร์ลีก 19,000 ล้านบาท กับดีล FIFA ราว 2,300 ล้านบาท เม็ดเงินลงทุนด้านลิขสิทธิ์กีฬาของ JAS ขยับขึ้นไปกว่า 21,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนว่า JAS-MONO ไม่ได้เข้ามาทดลองตลาด แต่กำลังวางเดิมพันระยะยาวกับธุรกิจคอนเทนต์กีฬา
รีแบรนด์ MONO29 ปูทาง Sports Ecosystem
อีกความเคลื่อนไหวสำคัญก่อนดีลบอลโลก คือการรีแบรนด์ช่องฟรีทีวีหมายเลข 29 จาก MONO29 เป็น “MONOMAX SPORTS” เพื่อปรับ Business Model ไปสู่ Hybrid Distribution ใช้ทั้งฟรีทีวีและสตรีมมิ่งเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงผู้ชม
การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับภาพลักษณ์ช่อง แต่เป็นการจัดวางบทบาทใหม่ของ MONO ให้ชัดขึ้นในฐานะแพลตฟอร์มกีฬา โดย MONOMAX SPORTS จะเน้นถ่ายทอดสดและนำเสนอรายการกีฬาเป็นหลัก เพื่อสร้าง Premium Sport Ecosystem ร่วมกับบริการสตรีมมิ่ง Monomax
ในโมเดลนี้ ฟรีทีวีทำหน้าที่ขยายฐานผู้ชมวงกว้าง สร้างการรับรู้ และดึงคนเข้าสู่คอนเทนต์กีฬา ส่วน Monomax เป็นช่องทางสำหรับผู้ชมที่ต้องการดูครบ ดูต่อเนื่อง และยอมจ่ายค่าสมาชิกแบบ Subscription
จุดนี้คือหัวใจของยุทธศาสตร์ JAS-MONO เพราะรายได้จาก OTT ไม่ได้พึ่งพาเม็ดเงินโฆษณาเหมือนทีวีดิจิทัล แต่พึ่งฐานสมาชิกที่จ่ายเงินซ้ำ หากทำได้จริง ธุรกิจกีฬาจะกลายเป็นแหล่งรายได้ประจำ มากกว่ารายได้จากเรตติ้งหรือสปอนเซอร์รายอีเวนต์
เป้าหมายคือ Sports OTT ระดับภูมิภาค
เป้าหมายของ JAS-MONO ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดไทย JAS ระบุว่าการลงทุนในลิขสิทธิ์ระดับโลกไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับเฉพาะผู้ชมในประเทศเท่านั้น แต่ต้องการต่อยอดสู่ตลาดภูมิภาค โดยเริ่มเห็นสัญญาณจากรายได้สิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกในเวียดนาม และการขยายธุรกิจไปยังกัมพูชา
หากโมเดล Sports OTT เดินได้ในอาเซียน ขนาดตลาดของ JAS-MONO จะใหญ่กว่าประเทศไทยหลายเท่า เพราะฟุตบอลเป็นคอนเทนต์ที่มีฐานผู้ชมกว้าง และสามารถต่อยอดผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลได้มากกว่าระบบฟรีทีวีหรือเคเบิลแบบเดิม
อย่างไรก็ตาม การขยายสู่ตลาดภูมิภาคไม่ง่าย แต่ละประเทศมีพฤติกรรมผู้ชม กำลังซื้อ และพันธมิตรทางธุรกิจแตกต่างกัน JAS-MONO จึงต้องพิสูจน์ว่าโมเดลที่ผสาน MONOMAX SPORTS กับ Monomax สามารถปรับใช้ในตลาดนอกประเทศไทยได้จริง
โจทย์ใหญ่หลังฟุตบอลโลก
แม้ฟุตบอลโลกจะเป็นแม่เหล็กดึงผู้ชมจำนวนมากเข้าสู่ระบบได้ในช่วงสั้น ๆ แต่คำถามสำคัญคือ Monomax จะรักษาสมาชิกเหล่านั้นไว้ได้มากแค่ไหนหลังทัวร์นาเมนต์จบ เพราะความสำเร็จของโมเดลนี้ไม่ได้วัดเพียงยอดสมัครช่วงฟุตบอลโลก แต่วัดจากความสามารถในการเปลี่ยนผู้ชมชั่วคราวให้เป็นสมาชิกระยะยาว
อีกโจทย์คือภาระต้นทุนลิขสิทธิ์กีฬา ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูงและทยอยจ่ายต่อเนื่องหลายปี แม้ผู้บริหาร JAS ยืนยันว่าบริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอ และไม่จำเป็นต้องพึ่งสถาบันการเงิน แต่ผลประกอบการหลังช่วงฟุตบอลโลกจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าคอนเทนต์ราคาแพงเหล่านี้สามารถแปลงเป็นรายได้จริงได้มากน้อยเพียงใด
ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS กล่าวว่าดีลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลก ไม่ถือว่าแพง เพราะเป็นการลงทุนระยะยาว และเป็นการสร้างแบรนด์ MONOMAX Sport โดยฟุตบอลโลก 2026 อาจไม่สร้างรายได้และทำกำไร แต่คาดหวังว่าจะสามารถสร้างรายได้และกำไร
ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2030 ซึ่งถือเป็นทัวร์นาเมนต์ประวัติศาสตร์เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี นับตั้งแต่จัดขึ้นครั้งแรกในปี 1930 โดย FIFA ได้ยืนยันรูปแบบการจัดการแข่งขันแบบข้ามทวีปครอบคลุม 3 ทวีป (ยุโรป, แอฟริกา, และอเมริกาใต้) และกระจายไปใน 6 ประเทศ
ดีลฟุตบอลโลก 2026 จึงไม่ใช่ปลายทางของ JAS-MONO แต่เป็นด่านทดสอบสำคัญของธุรกิจใหม่ หากพรีเมียร์ลีกทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์รายสัปดาห์ ฟุตบอลโลกช่วยดึงผู้ชมจำนวนมากเข้าสู่ระบบ และ MONOMAX SPORTS ขยายฐานผ่านฟรีทีวีได้จริง Monomax ก็มีโอกาสขยับจากสตรีมมิ่งไทยไปสู่ Sports OTT ระดับอาเซียน
โฆษณา