Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
BeautyInvestor
•
ติดตาม
14 มิ.ย. เวลา 23:23 • หุ้น & เศรษฐกิจ
⚠️ Breaking: สหรัฐ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพพร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สวัสดีค่ะทุกคน นิคกี้กลับมาแล้วพร้อมข่าวใหญ่ที่กำลังสะเทือนตลาดพลังงานทั้งโลกในเช้าวันนี้ค่ะ หลังจากสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ยืดเยื้อและคร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคน ในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็ออกมาประกาศพร้อมกันว่าได้บรรลุ “ข้อตกลงชั่วคราว” หรือ interim agreement ที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมเปิดทางไปสู่การเจรจารอบใหม่ยาว 60 วัน เพื่อตัดสินอนาคตของโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน วันนี้นิคกี้จะพาทุกคนไปไล่เรียงทีละประเด็นว่าดีลนี้มีอะไรบ้าง ตลาดตอบรับอย่างไร และทำไมเรายังวางใจไม่ได้เต็มร้อยค่ะ
📜 หัวใจของดีล เปิดช่องแคบแลกกับเวลาเจรจานิวเคลียร์ 60 วัน
ใจความสำคัญที่สุดของข้อตกลงครั้งนี้คือ สหรัฐและอิหร่านตกลงที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาเดินเรือได้อีกครั้ง ซึ่งเท่ากับเป็นการยุติสงครามที่คร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคน และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ดีลนี้เปิดทางไปสู่ช่วงเจรจารอบใหม่ยาวถึง 60 วัน เพื่อตัดสินชะตากรรมของโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน พูดง่ายๆ คือทั้งสองฝ่ายซื้อเวลาให้ตัวเองราวสองเดือนเพื่อนั่งคุยเรื่องที่ยากที่สุดกันต่อค่ะ
1
เจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศจะเดินทางไปพบกันที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันที่ 19 มิถุนายน เพื่อลงนามในข้อตกลงอย่างเป็นทางการ และนิคกี้อยากให้ทุกคนสังเกตจุดนี้ให้ดีนะคะ เพราะการที่ยังต้องนัดวันไปเซ็นกันทีหลัง แทนที่จะปิดดีลให้จบในวันที่ประกาศเลย เป็นสัญญาณว่ารายละเอียดบางอย่างอาจจะยังตกลงกันไม่ลงตัว นี่คือเหตุผลข้อแรกที่เราต้องมองดีลนี้ด้วยความระมัดระวัง
✈️ ดราม่าวันเซ็นสัญญา กับวันเกิดครบ 80 ปีของทรัมป์
เรื่องที่น่าสนใจมากคือจังหวะเวลาของการเซ็นค่ะ ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยพูดไว้ตั้งแต่วันเสาร์ว่าข้อตกลงจะถูกลงนามในวันอาทิตย์ ซึ่งบังเอิญตรงกับวันเกิดครบรอบ 80 ปีของเขาพอดี และเจ้าตัวก็ผลักดันอย่างหนักให้ดีลเดินหน้าให้ทันวันนั้น แต่สุดท้ายการลงนามกลับถูกเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 19 มิถุนายนแทน
เหตุผลของการเลื่อน ทรัมป์ระบุว่าเป็นเรื่องของ “การเก็บกู้ทุ่นระเบิด” ออกจากช่องแคบ โดยช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานได้ก็ต่อเมื่อข้อตกลงถูกลงนามเรียบร้อยแล้ว เขาโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจมากว่า ดีลครั้งยิ่งใหญ่นี้จะนำสันติภาพและความมั่นคงมาสู่ทั้งภูมิภาค
ลองนึกภาพดูค่ะว่าสถานการณ์ก่อนหน้านี้หนักแค่ไหน เพราะตลอดช่วงที่ผ่านมามีเรือหลายร้อยลำติดค้างอยู่ทั้งสองฝั่งของเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกปั่นป่วนอย่างหนัก การที่ช่องแคบจะกลับมาเปิดได้อีกครั้งจึงเป็นข่าวที่ตลาดรอคอย
🗞️ ใครประกาศก่อน และทำไมสองฝ่ายเล่าคนละเรื่อง
จุดที่นิคกี้คิดว่าสะท้อนความซับซ้อนของดีลนี้ได้ดีที่สุด คือการที่แต่ละฝ่ายเล่าเรื่องเดียวกันด้วยมุมที่ต่างกันสุดขั้วค่ะ คนที่ออกมาประกาศข่าวนี้เป็นคนแรกไม่ใช่สหรัฐหรืออิหร่านโดยตรง แต่เป็นนายกรัฐมนตรีปากีสถาน เชห์บาซ ชารีฟ ตามมาด้วยทรัมป์และสื่อทางการของอิหร่าน
ที่น่าสนใจคือมุมการเล่าเรื่องของฝั่งอิหร่าน เพราะสื่อทางการอิหร่านนำเสนอดีลนี้ในลักษณะว่าเป็นการยอมจำนนของสหรัฐ โดยสถานีโทรทัศน์ของรัฐถึงขั้นพาดหัวว่า อิหร่านได้บีบบังคับให้ศัตรูสหรัฐ–อิสราเอลยุติสงครามในทุกแนวรบอย่างเป็นทางการ ส่วนเนื้อหาฉบับเต็มของข้อตกลง ทางการอิหร่านบอกว่าจะเผยแพร่หลังจากที่มีการลงนามเรียบร้อยแล้ว
1
ในแง่ของสาระสำคัญ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะไม่โจมตีซึ่งกันและกัน และอิหร่านจะได้รับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปที่การขายน้ำมันในต่างประเทศของตน นี่คือสิ่งที่อิหร่านต้องการมาตลอด เพราะรายได้จากน้ำมันคือเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจประเทศ
🛢️ ตลาดน้ำมันตอบรับทันที Brent ร่วงกว่า 3%
ทีนี้มาดูฝั่งตลาดกันค่ะ ราคาน้ำมันปรับตัวลงทันทีหลังข่าวออกมา แม้ว่ารายละเอียดของดีลจะยังไม่จบก็ตาม โดยน้ำมัน Brent ร่วงลงมากกว่า 3% ลงไปแตะระดับราว 84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งต่อเนื่องจากที่ปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือนอยู่แล้ว ส่วนน้ำมัน West Texas Intermediate หรือ WTI ก็เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับ 81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
เหตุผลที่ราคาน้ำมันลงก็เข้าใจไม่ยากค่ะ เพราะเมื่อความเสี่ยงที่ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดต่อไปลดลง ตลาดก็คลายความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันที่จะหายไปจากระบบ ราคาที่เคยถูกดันขึ้นด้วยความกลัวจึงค่อยๆ ย่อตัวลงตามสถานการณ์ที่ผ่อนคลายขึ้น
💲 เงินดอลลาร์อ่อนค่า สะท้อนความเสี่ยงที่ลดลง
อีกหนึ่งสัญญาณที่บอกว่าตลาดเริ่ม “เปิดรับความเสี่ยง” มากขึ้น คือการเคลื่อนไหวของค่าเงินค่ะ เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินในกลุ่ม G-10 (กลุ่มสกุลเงินหลักของประเทศพัฒนาแล้ว) ในช่วงการซื้อขายเช้าตรู่ของเอเชีย โดยเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า Aussie เป็นสกุลที่นำการแข็งค่า
จุดนี้น่าสนใจตรงที่ ดอลลาร์ออสเตรเลียมักถูกมองว่าเป็นสกุลเงินที่อ่อนไหวต่อความเสี่ยง เวลาตลาดกล้าเสี่ยงมากขึ้นเงินสกุลนี้มักจะได้อานิสงส์ การที่ Aussie นำการแข็งค่าในวันนี้จึงเป็นภาพสะท้อนว่านักลงทุนคลายความตึงเครียดลงไปได้บ้าง
⚠️ แต่รายละเอียดยังไม่จบ และสองฝ่ายยังตีความต่างกัน
มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะดีใจว่าสงครามจบแล้ว แต่นิคกี้อยากเบรกไว้ก่อนค่ะ เพราะแค่ไม่กี่นาทีหลังประกาศดีล ทั้งสองฝ่ายก็เริ่มตีความข้อตกลงไปคนละทิศทางแล้ว ซึ่งสะท้อนว่ายังมีประเด็นค้างคาที่จะตกลงกันยากอีกมาก
เรื่องแรกคือการควบคุมช่องแคบ อิหร่านออกมาบอกว่าเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะถูกกำกับดูแลโดยอิหร่านและโอมาน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเตหะรานต้องการคงอำนาจควบคุมเหนือเส้นทางเดินเรือแห่งนี้ไว้บางส่วน ไม่ได้ยอมปล่อยให้เป็นเส้นทางเสรีเต็มที่
1
เรื่องที่สองคือมาตรการคว่ำบาตร ในช่วงเจรจา 60 วันนี้ อิหร่านระบุว่าจะเรียกร้องให้มีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด ทั้งมาตรการทางตรง (primary sanctions ที่สหรัฐบังคับใช้กับการทำธุรกิจกับอิหร่านโดยตรง) และมาตรการทางอ้อม (secondary sanctions ที่เล่นงานประเทศที่สามที่ไปค้าขายกับอิหร่าน) รวมไปถึงมติต่างๆ ที่มีต่ออิหร่านด้วย
แต่นี่แหละค่ะคือจุดที่ยากมาก เพราะการจะยกเลิกมาตรการเหล่านี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ซึ่งเป็นผู้ออกมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดบางส่วนเอาไว้ และการเดินหน้าแบบนี้ก็มีแนวโน้มจะจุดกระแสต่อต้านจากกลุ่มสายเหยี่ยวในสหรัฐที่กังวลว่าทรัมป์กำลังยอมทิ้งไพ่ต่อรองสำคัญของประเทศไปฟรีๆ
💰 เงินบนโต๊ะเจรจา รางวัลที่แลกมาด้วยการทำตามเงื่อนไข
อีกประเด็นที่ยังคลุมเครือคือเรื่องผลตอบแทนทางการเงินที่อิหร่านจะได้รับค่ะ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐที่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังเข้าใกล้ข้อตกลงในรูปแบบที่อิหร่านจะได้รับรางวัลทางเศรษฐกิจทุกครั้งที่ทำตามชุดข้อเรียกร้องของสหรัฐ พูดง่ายๆ คือเป็นโครงสร้างแบบ “ทำตามเงื่อนไขแล้วได้รางวัลเป็นขั้นๆ”
นอกจากนี้ยังอาจมีองค์ประกอบที่สหรัฐจะเข้าไปช่วยอิหร่านในการฟื้นฟูประเทศ หลังจากที่ถูกปฏิบัติการทิ้งระเบิดของสหรัฐและอิสราเอลที่พุ่งเป้าโจมตีสถานที่หลายพันแห่งทั่วประเทศ ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
ในทางกลับกัน อิหร่านเองก็ยื่นข้อเรียกร้องที่หนักแน่นเช่นกัน ทั้งการขอเข้าถึงเงินหลายพันล้านดอลลาร์ที่ถูกอายัดอยู่ในบัญชีธนาคารต่างประเทศ และการขอให้มีการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรในระยะยาว ซึ่งทั้งหมดนี้คือโจทย์ที่ต้องเคลียร์กันให้จบในช่วง 60 วันข้างหน้า
🇮🇱 ตัวแปรอิสราเอล และคำถามใหญ่เรื่องดีลถาวร
ปัจจัยที่นิคกี้คิดว่าเป็นความเสี่ยงที่ถูกประเมินต่ำเกินไป คือท่าทีของอิสราเอลค่ะ เพราะจนถึงตอนนี้มุมมองจากฝั่งอิสราเอลยังไม่ชัดเจน และที่น่ากังวลกว่านั้นคือ รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เกือบทำให้การลงนามล่มในนาทีสุดท้าย ด้วยการเปิดฉากโจมตีเลบานอนรอบใหม่
ความจริงที่ต้องยอมรับคือ สหรัฐและอิหร่านยังคงไม่ไว้วางใจกันอย่างลึกซึ้ง และยังมีคำถามใหญ่หลายข้อเกี่ยวกับความสามารถของทั้งสองฝ่ายที่จะบรรลุข้อตกลงในวงกว้างกว่านี้ได้จริงหรือไม่
ในมุมการเมือง ทรัมป์เองก็อาจต้องเผชิญแรงต้านอย่างหนักจากกลุ่มสายเหยี่ยวภายในประเทศ ที่กังวลว่าเขากำลังเตะถ่วงปัญหาสำคัญอย่างขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์และโครงการขีปนาวุธของอิหร่านออกไป ทั้งที่สองเรื่องนี้คือเหตุผลที่เขาเริ่มทำสงครามตั้งแต่แรก ลองคิดดูนะคะว่า ถ้าดีลจบลงโดยที่ปมหลักยังไม่ถูกแก้ คำถามที่ตามมาคือ แล้วสงครามที่ผ่านมาทั้งหมดเพื่ออะไร
🇺🇸 มิติการเมืองในบ้านของทรัมป์
นอกจากเรื่องสายเหยี่ยวแล้ว ดีลนี้ยังมีนัยทางการเมืองภายในประเทศที่น่าสนใจค่ะ การบรรลุข้อตกลงจะช่วยลดแรงกดดันทางการเมืองที่ทรัมป์ต้องเผชิญก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้ลงได้บ้าง
เหตุผลก็เพราะผลสำรวจความคิดเห็นชี้ว่า สงครามครั้งนี้ไม่เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ชาวอเมริกัน การที่สามารถพาประเทศออกจากสงครามได้จึงเป็นแต้มทางการเมืองที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดให้กับทรัมป์ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญพอดี
🌏 ย้อนที่มา และทำไมช่องแคบฮอร์มุซถึงสำคัญกับทั้งโลก
เพื่อให้เห็นภาพรวมชัดขึ้น นิคกี้ขอพาย้อนไปที่จุดเริ่มต้นนิดนึงค่ะ การประกาศดีลครั้งนี้เป็นผลจากการเจรจาทางอ้อมที่ยืดเยื้อมานานหลายสัปดาห์ระหว่างวอชิงตันและเตหะราน นับตั้งแต่การหยุดยิงเริ่มมีผลในช่วงต้นเดือนเมษายน โดยตลอดเส้นทางก็มีการปะทะกันเป็นระยะ ซึ่งหลายครั้งเกือบทำให้ความพยายามทางการทูตที่จะยุติสงครามต้องพังลง
ต้นตอของวิกฤตช่องแคบเกิดขึ้นเมื่ออิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่นานหลังจากที่การถล่มโจมตีโดยสหรัฐและอิสราเอลเป็นชนวนจุดสงคราม การปิดช่องแคบครั้งนั้นได้ตัดเส้นทางลำเลียงที่ปกติแล้วรองรับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราวหนึ่งในห้าของอุปทานทั้งโลก ลองนึกภาพดูค่ะว่า ถ้าหนึ่งในห้าของน้ำมันโลกถูกล็อกไว้กะทันหัน ราคาจะปั่นป่วนขนาดไหน
และแม้จะมีข่าวดีเรื่องดีลออกมา แต่ ณ ตอนนี้เส้นทางเดินเรือเข้าออกอ่าวเปอร์เซียก็ยังคงติดขัดอย่างหนัก โดยจำนวนเรือที่ผ่านช่องแคบได้ยังเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ เมื่อเทียบกับระดับก่อนเกิดสงคราม นี่จึงเป็นเหตุผลที่การเปิดช่องแคบให้กลับมาเป็นปกติอย่างแท้จริงยังต้องใช้เวลา
🎯 บทสรุปและมุมมองส่วนตัวของนิคกี้
สรุปภาพรวมนะคะ ดีลครั้งนี้คือข่าวดีที่ช่วยสลายความกลัวว่าสงครามจะปะทุกลับมาในทันที ซึ่งเคยสร้างความปั่นป่วนให้ตลาดพลังงานโลกและเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดคลื่นเงินเฟ้อรอบใหม่ การที่ราคาน้ำมันย่อตัวลงแรงในวันนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของน้ำมัน แต่มันคือการที่ตลาดเริ่มถอดความเสี่ยงเงินเฟ้อจากสงครามออกไปบางส่วน และนั่นเป็นบรรยากาศที่ช่วยให้สินทรัพย์เสี่ยงหายใจได้คล่องขึ้น
แต่นิคกี้มองว่าเรายังต้องระวังค่ะ เพราะนี่เป็นเพียง “ข้อตกลงชั่วคราว” ที่ยังต้องไปลงนามกันอีกทีในวันที่ 19 มิถุนายน และยังมีปมใหญ่ที่ตกลงกันไม่ได้อีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมช่องแคบที่อิหร่านยังอยากกุมไว้ การยกเลิกคว่ำบาตรที่ต้องผ่านสภาคองเกรส เงินอายัดหลายพันล้านดอลลาร์ ไปจนถึงท่าทีของอิสราเอลที่ยังเป็นตัวแปรที่คาดเดายาก เรื่องที่ดูเหมือนจบ จริงๆ แล้วเพิ่งจะเริ่มต้นนับหนึ่งของการเจรจาที่ยากที่สุดเท่านั้นเอง
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้ชัดเจนมากค่ะ คือวันลงนาม 19 มิถุนายน ว่าจะราบรื่นหรือมีอะไรพลิกอีกหรือไม่ และตลอดช่วงเจรจา 60 วันข้างหน้าว่าสองฝ่ายจะหาจุดร่วมเรื่องนิวเคลียร์และคว่ำบาตรได้จริงแค่ไหน เพราะทุกข่าวที่ออกมาในช่วงนี้มีโอกาสเหวี่ยงราคาน้ำมันและบรรยากาศตลาดได้ทั้งขึ้นและลงค่ะ
ข่าวรอบโลก
เศรษฐกิจ
การลงทุน
19 บันทึก
72
12
59
19
72
12
59
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย