Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
A CREATE
•
ติดตาม
15 มิ.ย. เวลา 02:02 • ธุรกิจ
REMOVE TO GROW: รื้อเพื่อรุก
เมื่อ “การรื้อถอน” อาจเป็นกลยุทธ์
ที่ทรงพลังกว่าการสร้างเพิ่ม
มีความเชื่อหนึ่งที่ฝังอยู่ในโลกธุรกิจมานาน
ถ้าอยากโต
ต้องสร้างเพิ่ม
สร้างโรงงาน
สร้างระบบ
สร้างทีม
สร้างโครงสร้าง
สร้างแพลตฟอร์ม
สร้างโครงการใหม่
แต่บางครั้ง คำถามที่ยากกว่าอาจไม่ใช่
“เราควรสร้างอะไรเพิ่ม?”
แต่อาจเป็น
“มีอะไรที่เราสร้างไว้ในอดีต
แต่วันนี้ควรถูกรื้อออก
เพื่อให้ทั้งระบบกลับมาไหลได้ดีขึ้น?”
⸻
สรุปสำหรับผู้บริหารที่มีเวลาน้อย
ยุโรปกำลังส่งสัญญาณบางอย่างที่น่าสนใจมาก
ในปี 2025 ยุโรปรื้อสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างน้อย 603 แห่ง และทำให้แม่น้ำกลับมาเชื่อมต่อกันมากกว่า 3,740 กิโลเมตร ในปีเดียว
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม
แต่มันคือบทเรียนเชิงกลยุทธ์ระดับ C-Suite
เพราะสิ่งที่ยุโรปกำลังทำ ไม่ใช่แค่ “ฟื้นฟูแม่น้ำ”
แต่กำลังฟื้นฟูวิธีคิดเรื่องการเติบโต
จากเดิมที่มนุษย์พยายามควบคุมธรรมชาติ
ไปสู่การออกแบบระบบที่ทำงานร่วมกับธรรมชาติ
จาก Control
ไปสู่ Co-exist
และในมุมธุรกิจ นี่คือคำถามที่น่าคิดมาก
องค์กรของเรามี “เขื่อนเก่า” อะไรบ้าง ที่เคยมีประโยชน์ในอดีต แต่วันนี้กำลังขวางการไหล
ของทุน คน เวลา ข้อมูล และโอกาส?
⸻
สิ่งที่เคยเป็น Infrastructure อาจกลายเป็น Liability
สิ่งกีดขวางทางน้ำหลายแห่งในยุโรป ไม่ได้เป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ยังสร้างประโยชน์อยู่
จำนวนมากเป็นสิ่งกีดขวางขนาดเล็ก ล้าสมัย
ไม่ได้ใช้งานแล้ว แต่ยังสร้างผลกระทบ
ต่อระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง
ในเชิงธุรกิจ นี่คือภาพเดียวกับสิ่งที่เราเรียกว่า
Obsolete Asset
สินทรัพย์ที่ยังอยู่ในงบดุล
แต่แทบไม่สร้างคุณค่า
Legacy Cost
ต้นทุนจากระบบเก่าที่ไม่มีใครกล้าแตะ
Frozen Capital
ทุนที่ถูกแช่แข็งอยู่ในโครงสร้างเดิม
จนไม่สามารถไหลไปสร้างโอกาสใหม่ได้
หลายองค์กรไม่ได้ขาดเงิน
ไม่ได้ขาดคนเก่ง
ไม่ได้ขาดไอเดียใหม่
แต่ติดอยู่กับสิ่งที่ตัวเองเคยสร้างไว้สำเร็จในอดีต
ระบบอนุมัติที่เคยทำให้ควบคุมได้
วันนี้อาจทำให้องค์กรช้า
โครงสร้างแผนกที่เคยทำให้บริหารง่าย
วันนี้อาจทำให้ข้อมูลไม่ไหล
สินทรัพย์ที่เคยเป็นความภูมิใจ
วันนี้อาจกลายเป็นภาระบำรุงรักษา
และโครงการที่เคยดู “จำเป็น”
วันนี้อาจเป็นเพียงต้นทุน
ที่ไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม
⸻
Remove to Grow : รื้อไม่ใช่ถอย
“แต่คือการปลดล็อก”
คำว่า “รื้อ” มักฟังดูรุนแรง
แต่ในเชิงกลยุทธ์ การรื้อที่ดีไม่ใช่การทำลาย
มันคือการปลดล็อกทรัพยากรที่ติดอยู่ในระบบเดิม
ผมมองกรอบนี้เป็น 3 ขั้น
Stage 1: Frozen Capital
ทุน คน เวลา และพลังองค์กร ถูกแช่แข็งอยู่ใน process, asset หรือ structure ที่ไม่ productive
Stage 2: Strategic Demolition
ผู้นำต้องกล้ารื้อสิ่งที่เคยถูกต้องในอดีต
แต่วันนี้ไม่ตอบโจทย์อนาคต
Stage 3: Liquid Capital
ทรัพยากรกลับมาไหลเวียน
สร้างคุณค่าในบริบทใหม่ได้เร็วกว่าเดิม
นี่คือหัวใจของ Remove to Grow
ไม่ใช่รื้อเพราะเบื่อของเก่า
แต่รื้อเพราะเห็นว่าทุนควรไหล
ไปอยู่ในที่ที่สร้างอนาคตได้มากกว่า
⸻
จากธรรมชาติ สู่กลยุทธ์ธุรกิจ
นิยามของคำว่า “โครงสร้างพื้นฐาน” กำลังเปลี่ยน
ในอดีต เราอาจมองว่า
เขื่อน = ป้องกันน้ำท่วม
คลอง = จัดการน้ำ
คอนกรีต = ความมั่นคง
แต่โลกใหม่กำลังทำให้เรามองอีกแบบ
แม่น้ำที่ไหลอิสระ = ระบบจัดการน้ำ
พื้นที่ชุ่มน้ำ = ฟองน้ำธรรมชาติ
ระบบนิเวศ = Shock Absorber ของสังคม
แนวคิดนี้สำคัญมาก เพราะมันสะท้อนว่า
ธรรมชาติเองก็เป็น Infrastructure
และในหลายกรณี ธรรมชาติอาจเป็น Infrastructure ที่มี Resilience สูงกว่าระบบที่มนุษย์สร้างขึ้น
นี่คือเหตุผลที่ Nature Restoration เริ่มเปลี่ยนจาก “นโยบายสิ่งแวดล้อม” ไปสู่ “ภูมิทัศน์เศรษฐกิจใหม่”
EU Nature Restoration Law ตั้งเป้าฟื้นฟูแม่น้ำให้กลับมาไหลอิสระอย่างน้อย 25,000 กม. ภายในปี 2030
ขณะเดียวกัน รายงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพชี้ว่า monitored migratory freshwater fish populations ลดลง 81% ระหว่างปี 1970–2020 และพื้นที่ชุ่มน้ำโลกสูญเสียไปราว 22%
ตั้งแต่ปี 1970
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้บอกแค่ว่าธรรมชาติกำลังเสื่อมโทรม
แต่บอกว่า “ระบบรองรับความเสี่ยง” ของโลก
กำลังบางลง
และเมื่อระบบรองรับความเสี่ยงบางลง
ต้นทุนทางเศรษฐกิจก็สูงขึ้น
⸻
3 แกนใหม่ของภูมิทัศน์ธุรกิจ
ผมคิดว่าเรื่องนี้โยงกับธุรกิจไทยได้อย่างน้อย 3 แกน
1. Remove to Grow
ไม่ใช่ทุกอย่างต้องสร้างเพิ่ม
บางครั้งการรื้อ process, asset หรือ structure
ที่ไม่ productive อาจสร้างผลตอบแทนมากกว่า
การลงทุนโครงการใหม่
2. Nature-based New Asset Class
Carbon Credit, Biodiversity Credit, Watershed Restoration และ Nature-based Solutions อาจค่อย ๆ เปลี่ยนจากเรื่อง CSR ไปสู่สินทรัพย์และกลไกทางเศรษฐกิจ
3. ESG as Economic Strategy
ESG ไม่ควรถูกมองเป็นแค่รายงาน ภาพลักษณ์
หรือ compliance
แต่ควรถูกมองเป็นเรื่อง Cost Structure, Risk Management และความสามารถในการเข้าถึงทุน
พูดให้ตรงขึ้น
ESG ที่ดี ไม่ใช่การเขียนรายงานให้ดูดี
แต่คือการออกแบบธุรกิจให้ต้นทุนในอนาคตต่ำลง ความเสี่ยงลดลง และความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น
⸻
คำถามที่ผู้นำควรถามทีม
บางทีคำถามที่สำคัญที่สุดของปีนี้ อาจไม่ใช่
“เราจะสร้างอะไรเพิ่ม?”
แต่อาจเป็น
“เราควรรื้ออะไรออก
เพื่อให้ระบบกลับมาไหลได้ดีขึ้น?”
ลองสำรวจองค์กรของคุณดู
Process ไหนที่ซ้ำซ้อนและกินเวลาคนเก่ง?
Asset ไหนที่ยังอยู่ แต่ไม่สร้าง productivity?
KPI ไหนที่ทำให้คนเล่นเกมตัวเลขมากกว่าสร้างคุณค่า?
โครงสร้างทีมแบบไหนที่เคยจำเป็น แต่วันนี้ทำให้ข้อมูลไม่ไหล?
โครงการไหนที่ยังเดินต่อเพราะไม่มีใครกล้าบอกว่ามันหมดหน้าที่แล้ว?
เพราะบางครั้ง สิ่งที่ขวางการเติบโต
ไม่ใช่คู่แข่งภายนอก
แต่คือ “เขื่อนเก่า” ที่เราสร้างขึ้นเองในวันที่โลก
ยังเป็นอีกแบบหนึ่ง
⸻
บทสรุป
ยุโรปไม่ได้แค่ฟื้นฟูแม่น้ำ
พวกเขากำลังฟื้นฟูวิธีคิดเกี่ยวกับการเติบโต
จากการควบคุม
ไปสู่การอยู่ร่วม
จากการสร้างเพิ่ม
ไปสู่การรื้ออย่างมีกลยุทธ์
จากทุนที่ถูกแช่แข็ง
ไปสู่ทุนที่กลับมาไหลเวียน
ในโลกธุรกิจที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน
ความสามารถในการ “รื้ออย่างมีกลยุทธ์” อาจสำคัญไม่แพ้ความสามารถในการ “สร้างอย่างชาญฉลาด”
เพราะการเติบโตที่แท้จริง
อาจไม่ได้เริ่มจากการเติมของใหม่เข้าไปเสมอ
แต่อาจเริ่มจากการกล้าถามอย่างซื่อสัตย์ว่า
อะไรในองค์กรของเรา ที่ควรหมดหน้าที่ได้แล้ว?
⸻
A CREATE | Premium Curated Executive Intelligence
วิเคราะห์จากข้อมูลสาธารณะด้าน EU Nature Restoration Policy, Dam Removal Europe และแนวโน้ม Nature-based Economy
หากบทความนี้เปิดมุมมองใหม่ ลองส่งต่อให้ทีมผู้บริหารอ่านร่วมกันครับ
บางครั้ง คำถามที่ดีที่สุด อาจเกิดขึ้นเมื่อทีมเริ่มมอง “เขื่อนเก่า” ด้วยสายตาเดียวกัน
#RemoveToGrow #StrategicLeadership #ExecutiveIntelligence #NatureRestoration #ESGStrategy #BusinessEcosystem #ACreate #กลยุทธ์ผู้นำ #การเติบโตอย่างยั่งยืน #ภูมิทัศน์ธุรกิจ #LeadershipThinking
แนวคิด
ข่าวรอบโลก
ธุรกิจ
1 บันทึก
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย