วันนี้ เวลา 06:26 • ข่าว

วัคซีนAi ตัวแรกของโลก ผ่านการทดสอบจริงกับมนุษย์แล้ว

เป็นเวลานานถึง 230 ปีแล้วที่โลกเรามีวัคซีนใช้ จากการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษโดย เอ็ดเวิร์ด เจนเนอร์ นายแพทย์ชาวอังกฤษ ในปี 1796 นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จด้านสาธารณสุขที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ ที่สามารถก้าวทันโรค เปลี่ยนจากการรักษา มาเป็นการป้องกันมนุษย์จากโรคภัยไข้เจ็บร้ายแรงได้
แต่กว่ามนุษย์จะสามารถคิดค้น และ พัฒนาวัคซีนได้สัก 1 ตัว นักวิทยาศาสตร์ต้องใช้เวลาศึกษาวิจัยในห้องแล็บเป็นเวลานานนับสิบปี หรือนานกว่านั้น ผ่านการทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างนับครั้งไม่ถ้วน แต่ที่น่าเจ็บใจคือ พอเราคิดค้นวัคซีนได้ เชื้อโรคก็กลายพันธุ์ซะแล้ว ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ มนุษย์จึงยังวิ่งตามหลังเชื้อโรค และ ใช้ชีวิตบนความเสี่ยงที่จะเกิดโรคระบาดอุบัติใหม่ได้ทุกเมื่อ
แต่ในวันนี้ โลกไม่ได้มีแค่มนุษย์ 2 มืออีกต่อไป แต่มีสิ่งที่เรียกว่า "ปัญญาประดิษฐ์" ที่เพิ่มความสามารถให้ในการพัฒนาวัคซีนของมนุษย์ไปได้ไกลกว่าเดิมอีกหลายระดับ
จากเดิมที่ต้องใช้เวลาเก็บข้อมูล ประมวลผลนานนับสิบๆปี เหลือเพียงไม่ถึงปี และจากเดิมที่คิดวัคซีนป้องกันโรคได้ 1 ต่อ 1 วันนี้เราสามารถคาดหวังถึง "วัคซีนครอบจักรวาล" ที่เข็มเดียวป้องกันได้ทุกโรค ก็เป็นไปได้แล้ว
และในวันนี้นักวิจัยของ มหาวิทยาเคมบริดจ์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเซาท์แธมป์ตัน ได้พัฒนา "Universal Vaccine" ด้วย Ai ที่ได้ผ่านการทดลองระดับคลินิกกับมนุษย์ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งวัคซีนครอบจักรวาลชนิดนี้ สามารถป้องกันโคโรนาไวรัสได้หลากหลายสายพันธุ์ทั้งที่มีในปัจจุบัน และที่มีโอกาสกลายพันธุ์ในอนาคตด้วย
โดยทีมนักวิจัย และ DIOSynVax (DVX) บริษัทด้านไบโอเทคโนโลยี ได้รายงานผลการทดสอบวัคซีน Ai ตัวใหม่ล่าสุด จากการทดลองระดับคลินิกกับอาสาสมัครที่มีสุขภาพแข็งแรงจำนวน 39 คน
ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจว่ากลุ่มทดลองมีภูมิคุ้มกันเชื้อโคโรนาไวรัสกลุ่ม Sarbeco หลายสายพันธุ์ รวมถึง SARS ,Covid-19 เชื้อไวรัสในตัวค้างคาวที่มีโอกาสแพร่สู่มนุษย์ได้ในอนาคตอีกด้วย ซึ่งผลการทดลองนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ The Journal of Infection เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สิ่งที่พิเศษของวัคซีนนี้คือ เป็นครั้งแรกที่ทีมวิจัยใช้ Ai ช่วยในการพัฒนาให้ได้โครงสร้างวัคซีนที่เป็น Super-Antigen ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสหลายหลายพันธุ์ที่อยู่ในสกุลเดียวกันได้ในคราวเดียว แทนที่จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสได้ทีละตัวอย่างวัคซีนทั่วไป ซึ่งเทคโนโลยี Ai ที่เข้ามามีบทบาทในการสร้างวัคซีน มีหน้าที่
- วิเคราะห์ลำดับพันธุกรรมของเชื้อไวรัสนับล้านตัวได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว
- สามารถระบุจุดที่ไวรัสมีโอกาสกลายพันธ์ุได้ว่ามากน้อยแค่ไหน
- คาดการณ์ได้ว่าแอนติเจนชนิดใดที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุด
- สามารถจำลองผลลัพธ์ของวัคซีนได้ก่อนทำการทดสอบจริงในห้องแล็บ
- ช่วยลดระยะเวลา และค่าใช้จ่ายในการพัฒนาวัคซีนในขั้นเริ่มต้น
หากใช้เพียงนักวิจัยมนุษย์ อาจจะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะประมวลผลลัพธ์ทั้งหมดที่ว่านี้ แต่เมื่อนำ Ai เข้ามาใช้จึงช่วยย่นระยะเวลาเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น
นั่นหมายความว่า การพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคต่อจากนี้ จะใช้เวลาน้อยลงมาก จากเดิมที่ใช้เวลาเป็นสิบปี อาจเหลือแค่ไม่ถึงปี และยังเป็นวัคซีนที่สามารถป้องกันการเกิดโรคระบาดอุบัติใหม่ได้ในอนาคต ด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันไวรัสกลายพันธุ์ล่วงหน้าจากการวิเคราะห์พันธุกรรมของเชื้อไวรัสด้วย Ai นั่นเอง
และโครงการพัฒนาวัคซีน Ai หลังจากก้าวข้ามไวรัสโคโรน่าไปแล้ว ก็คือความพยายามสร้างวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ไวรัสอีโบลา โรคเอดส์ และ วัคซีนโรคมะเร็ง และอื่นๆ ที่กำลังศึกษาโดยหลายทีมวิจัยของสถาบันชั้นนำในเอเชีย และ ยุโรป ที่ล้วนแต่นำเทคโนโลยี Ai เข้ามาช่วยในการพัฒนาทั้งสิ้น
และอาจมีสักวันที่มนุษย์สามารถยืดอายุได้ยืนยาวขึ้นอย่างมีคุณภาพ ด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ที่สามารถป้องกันมนุษย์จากโรคภัยไข้เจ็บที่มีอยู่ในวันนี้ และ วันหน้า ดังคำอวยพรที่ว่า "การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ" ให้กลายเป็นจริงได้ในชั่วอายุเรา
****************
ติดตามบทความของ "หรรสาระ" เพิ่มเติมได้ที่
Facebook - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
Twitter - @HunsaraByJeans
Blockdit - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
แพลทฟอร์มคุณภาพ ไม่ปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหา
****************
แหล่งข้อมูล
โฆษณา