15 มิ.ย. เวลา 15:39 • หนังสือ

[2569/12] เด็กชายมะลิวัลย์

เขียน : ประภัสสร เสวิกุล
รูปเล่ม : ปกอ่อน / 128 หน้า / มีภาพประกอบเมื่อขึ้นตอนใหม่ เป็นภาพวาด
ยังคงวนเวียนอยู่กับแนวผู้เฒ่าเล่าความหลัง แม้ตอนที่ประภัสสร เสวิกุล เขียนเรื่องนี้ จะยังอยู่ในวัยหนุ่มก็ตาม
ผู้เขียนจั่วหัวว่าเป็นเรื่องแต่ง โดยเด็กชายมะลิเติบโตมาในย่านเดียวกับผู้เขียน และมีบิดาเป็นนายทหารเหมือนกัน แต่เนื้อเรื่องส่วนใหญ่เล่าสภาพสังคมความเป็นอยู่ของชุมชนบริเวณเสาชิงช้ามากกว่ารายละเอียดส่วนตัว จึงบอกไม่ได้ว่ามีความเป็นอัตชีวประวัติมากน้อยแค่ไหน
เด็กชายมะลิเป็นลูกหลงที่เกิดมาเมื่อพ่อแม่อายุมากแล้ว (ห่างจากพี่ชายคนกลาง 8 ปี) เพราะผิวขาวจึงชื่อว่ามะลิ และเพราะผิวขาวอีกเช่นกันจึงถูกเพื่อนล้อว่าเป็นตัวเมีย และเติมชื่อให้ว่ามะลิวัลย์ ครอบครัวเป็นผู้ดีตกยากที่มีฐานะขัดสน รายได้แทบจะทางเดียวของบ้านมาจากพ่อ ซึ่งนอกจากต้องเลี้ยงเมีย ลูกสามคน และน้องเมียอีกสองคน ยังชอบกินเหล้าและใจใหญ่เลี้ยงเหล้าคนอื่น แถมยังหน้าบางเกินกว่าจะให้คนในบ้านไปค้าขาย ‘เหมือนพวกเจ๊ก’
ครอบครัวของมะลิเช่าบ้านอยู่ในตรอกเล็กๆ ย่านเสาชิงช้า ทั้งตรอกแทบจะมีแต่คนจีน ตัวคุณประภัสสรผู้แต่งเองมีบ้านอยู่ที่แพร่งภูธร คาดว่าน่าจะเติบโตท่ามกลางคนจีนเช่นเดียวกับมะลิ งานเขียนจำนวนมากจึงเป็นเรื่องราวของตัวละครไทยเชื้อสายจีนอย่างที่เรารู้กัน
ถ้าครอบครัวเด็กหญิงแป้งที่รีวิวไปครั้งก่อนเป็นชาวบ้านชนชั้นกลาง ครอบครัวของมะลิก็เป็นชนชั้นล่างที่พบเห็นได้ทั่วไปในกรุงเทพยุคนั้น ต้องเช่าบ้านอยู่ในสภาพแวดล้อมไม่สู้ดี ชักหน้าไม่ถึงหลังบ่อยๆ กินอาหารไม่ครบหมู่ หรือบางครั้งแทบจะต้องอด จนทำให้มะลิขาลีบถาวรจากไข้โปลิโอเพราะได้รับการรักษาไม่ทันท่วงที
แต่การอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่ทำให้ทั้งความจนและสภาพร่างกายไม่เป็นปมด้อยของมะลิ แม้เนื้อหาในหนังสือจะมีความยากจนข้นแค้นเป็นสาระสำคัญ แต่มะลิก็ยังมีวัยเด็กที่เป็นสุขจากความรักของครอบครัวและน้ำใจของคนรอบข้างที่ก็ขัดสนไม่ต่างกัน
เนื้อหาไม่มีพัฒนาการของช่วงวัย แต่เน้นเล่าเรื่องราวผู้คน และสังคมรอบตัวคล้าย ‘เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก’ แต่เป็นเวอร์ชั่นขมๆ ขื่นๆ หน่อย วิธีการเล่าแยบยลคมคาย หลายครั้งจะตั้งชื่อตอนเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แล้วเล่าเรื่องราวเบื้องหลังสิ่งนั้นอีกที (เช่น กำแพงแก้ว รั้วสังกะสี) โดยเล่าแบบเปิดประเด็นทิ้งไว้ แล้วมาเฉลยในตอนหลัง และทั้งหมดนี้สามารถทำแบบในตอนเดียวจบสั้นๆ แค่ไม่กี่หน้า
เป็นหนังสือที่อ่านแล้วอมยิ้มหรือหัวเราะตามได้หลายครั้ง แต่หลายหน้าก็ทำเอาถอนหายใจเฮือกๆ ด้วยความสะท้อนใจ และถึงกับน้ำตาร่วงกับบางตอนอยู่เหมือนกัน
โฆษณา