16 มิ.ย. เวลา 03:57 • หุ้น & เศรษฐกิจ

⚠️ ด่วน! BOJ หักดิบขึ้นดอกเบี้ยสูงสุดในรอบ 31 ปี ทุบสถิติตั้งแต่ปี 1995 แม้ผู้ว่าฯ ไม่เข้าประชุม

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้มีประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในโลกการเงินที่ต้องนำมาเล่าให้ฟังแบบเจาะลึก เพราะส่งสัญญาณแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก รวมถึงเงินในกระเป๋าของพวกเราด้วย นั่นคือการตัดสินใจครั้งสำคัญของธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า BOJ ในวันที่ 16 มิถุนายน 2026 นี้ค่ะ
รอบนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะ BOJ ได้ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 1995 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าญี่ปุ่นกำลังเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการปรับนโยบายการเงินให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างเต็มตัวค่ะ
ถ้าเรามาแกะรายละเอียดดูตัวเลขกันชัดๆ ในการประชุมนโยบายการเงินครั้งนี้ BOJ ได้มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1% ตามที่นักเศรษฐศาสตร์และผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยผลการลงมติในที่ประชุมครั้งนี้ออกมาที่ 7 ต่อ 1 เสียง ซึ่งมีกรรมการบริหารเพียงคนเดียวคือคุณโทอิจิโร อะซาดะ ที่ออกเสียงคัดค้านการขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้
นอกเหนือจากเรื่องของอัตราดอกเบี้ยแล้ว อีกหนึ่งเครื่องมือทางการเงินที่ทุกคนจับตามองคือ มาตรการการซื้อพันธบัตรรัฐบาลค่ะ โดยปกติแล้วธนาคารกลางจะใช้การซื้อพันธบัตรเป็นเครื่องมือในการอัดฉีดเงินเข้าระบบ แต่ล่าสุด BOJ ได้ประกาศว่าจะคงปริมาณการซื้อพันธบัตรรัฐบาลไว้ในระดับคงที่ที่ประมาณ 2 ล้านล้านเยนต่อเดือน โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2027 เป็นต้นไป
ซึ่งการประกาศแบบนี้มีความหมายในทางเศรษฐศาสตร์ที่สำคัญมาก นั่นคือ BOJ กำลังจะหยุดกระบวนการลดการซื้อพันธบัตร หรือหยุดการดึงเงินออกจากระบบที่เคยทำมาก่อนหน้านี้นั่นเองค่ะ
เบื้องหลังการประชุมครั้งประวัติศาสตร์นี้ยังมีประเด็นดราม่าที่น่าสนใจซ่อนอยู่ด้วยค่ะ เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การประชุมฉุกเฉินในปี 2010 ที่คณะกรรมการของ BOJ ต้องร่วมประชุมกันโดยที่ไม่มีผู้ว่าการธนาคารกลางร่วมนั่งอยู่ในห้องประชุมด้วย เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านผู้ว่าการ คาซูโอะ อุเอดะ ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างกะทันหันจากอาการติดเชื้อถุงน้ำในตับ
อย่างไรก็ตาม ทาง BOJ ระบุว่าท่านผู้ว่าการอุเอดะได้วางแผนที่จะส่งความคิดเห็นและมุมมองของเขาให้แก่คณะกรรมการพิจารณาไว้ล่วงหน้าแล้ว เพียงแต่ไม่ได้เข้าร่วมในการลงคะแนนเสียงด้วยตัวเองในรอบนี้ค่ะ
เมื่อท่านผู้ว่าการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบได้ สปอตไลท์จึงส่องสว่างไปที่ คุณชินอิจิ อุจิดะ รองผู้ว่าการ BOJ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของอุเอดะในการแถลงข่าวช่วงบ่ายเวลา 15:30 น. ตามเวลาโตเกียว
สำหรับคนในแวดวงการเงินจะรู้กันดีว่า คุณอุจิดะคนนี้แหละคือ สถาปนิกผู้กำหนดทิศทางนโยบายการเงินยุคใหม่ของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดันนโยบายอันซับซ้อน ตั้งแต่นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ ไปจนถึงมาตรการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทน หรือที่เราคุ้นหูว่า Yield Curve Control จนกระทั่งพานโยบายการเงินของญี่ปุ่นมาครบรอบวัฏจักร และก้าวเข้าสู่วัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยที่ผู้ว่าการอุเอดะได้เริ่มต้นเปิดฉากไว้เมื่อเดือนมีนาคมปี 2024 ค่ะ
ในฝั่งของปฏิกิริยาจากตลาดเงิน ทันทีที่มีการประกาศผลการประชุมออกมา ค่าเงินเยนก็ปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยทันทีไปอยู่ที่ระดับ 160.24 เยนต่อดอลลาร์ โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินเยนก็วนเวียนเคลื่อนไหวอยู่แถวๆ ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์นี้มาตลอด ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับกรอบตัวเลขที่เคยกระตุ้นให้กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นต้องตัดสินใจเข้าแทรกแซงตลาดเงินตราต่างประเทศมาแล้วครั้งหนึ่งในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาค่ะ
คำถามที่ตามมาคือ ทำไม BOJ ถึงต้องรีบขึ้นดอกเบี้ยตอนนี้ และนักลงทุนกำลังมองหาอะไรอยู่
ปัจจุบันตลาดได้ซึมซับรับรู้เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้ไปเกือบหมดแล้ว สิ่งที่ทุกคนกำลังมองหาต่อไปจึงเป็น สัญญาณ หรือคำใบ้ว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในเดือนไหน แม้ว่าล่าสุดทางสหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงชั่วคราวในการยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่ผู้กำหนดนโยบายการเงินก็ยังคงมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความเสี่ยงของอัตราเงินเฟ้อที่อาจพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากยังมีเรือสินค้าอีกหลายร้อยลำที่ยังคงจอดรอการสัญจรผ่านน่านน้ำอย่างปลอดภัย
นอกจากนี้ ภาวะเงินเยนที่อ่อนค่าอย่างต่อเนื่องยาวนาน ก็กลายเป็นตัวเร่งแรงกดดันด้านราคาสินค้าภายในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากรและต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลักอยู่แล้วค่ะ
หากมองไปที่บริบทโลก ตอนนี้กลายเป็นเรื่องยากมากค่ะที่ BOJ จะหยิบยกเอาประเด็นความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกมาเป็นข้ออ้างในการชะลอการปรับนโยบายการเงินให้เข้าสู่ภาวะปกติ เพราะความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อกำลังก่อตัวขึ้นทั่วโลกอย่างเห็นได้ชัด อย่างเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB ก็เพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไป ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ก็ถูกคาดการณ์ว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมปลายสัปดาห์นี้ ท่ามกลางกระแสการคาดการณ์ที่หนาหูขึ้นเรื่อยๆ ว่าเฟดอาจจะตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงสิ้นปี
สำหรับก้าวต่อไปของญี่ปุ่น ผลการสำรวจของบลูมเบิร์กพบว่า นักสังเกตการณ์และผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คาดว่า BOJ น่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราความเร็วประมาณ 1 ครั้งในทุกๆ 6 เดือน แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีมุมมองที่เฉียบคมจากอดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ BOJ คุณฮิเดโอะ ฮายากาวะ ที่ออกมาแสดงความเห็นว่า การขยับนโยบายครั้งต่อไปอาจเกิดขึ้นเร็วขึ้นกว่าที่คิด โดยอาจมาถึงไวที่สุดในเดือนตุลาคมนี้เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับ BOJ ในเวลานี้คือ การเดินเกมการเงินอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ภาพลักษณ์ขององค์กรดูแข็งกร้าว หรือเป็นสายเหยี่ยว (Hawkish) ที่มุ่งมั่นจะขึ้นดอกเบี้ยแรงเกินไป เนื่องจากยังมีแรงกดดันและความละเอียดอ่อนทางการเมืองค้ำคออยู่ โดยนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ ได้ส่งสัญญาณแสดงความต้องการชัดเจนว่าอยากเห็นนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากกว่า
และเมื่อเร็วๆ นี้เธอก็ได้ร้องขอให้ผู้ว่าการอุเอดะกำหนดนโยบายการเงินที่ถูกต้องเหมาะสม โดยคำนึงถึงมาตรการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลควบคู่กันไปด้วย ซึ่งนี่ก็แปลเป็นไทยง่ายๆ ว่าเป็นการส่งเสียงเตือนเบาๆ จากรัฐบาลว่า อย่าเพิ่งรีบเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเร็วจนเกินไปนั่นเองค่ะ
ปล. I don’t expect Yen carry trade unwind นะคะ 😘
โฆษณา