16 มิ.ย. เวลา 06:02 • ปรัชญา

**THE CYNIC'S SPIT**

**การถ่มถุยอันฉ่ำสะใจของดีโอเจเนส**
มีเรื่องเล่าว่า เมื่อดีโอเจเนสได้รับเชิญไปเยือนคฤหาสน์ของมหาเศรษฐีที่ทั้งสะอาดเอี่ยมและเป็นระเบียบเรียบร้อย เขาถูกเตือนอย่างเข้มงวดว่า "ห้ามถ่มน้ำลายส่งเดชเด็ดขาด"
ดีโอเจเนสฟังแล้วจึงขากเสลดและถ่มน้ำลายใส่ใบหน้าของมหาเศรษฐีคนนั้นทันที โดยให้เหตุผลว่า เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้ว ไม่เห็นมีที่ไหนที่สกปรกและคู่ควรกับการทิ้งสิ่งปฏิกูลไปมากกว่าใบหน้าของเจ้าของบ้านเลย
เรื่องเล่าอันพิลึกพิลั่นนี้ กำลังบอกเล่าถึงปัญญาความคิดอันลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมที่สังคมตราหน้าว่าไร้มารยาท
*ประการแรก ดีโอเจเนสไม่ได้ทำไปโดยไร้การไตร่ตรอง
แต่เขาทำด้วยตรรกะที่คิดมาแล้วว่ามัน *make sense*
และมีเหตุผลอย่างยิ่ง
ความตั้งใจถ่มน้ำลายครั้งนี้
ไม่ใช่การเกลียดชังความร่ำรวยด้วยอคติส่วนตัว
แต่เป็นการโต้ตอบต่อพฤติกรรมของคนรวย
ที่มักภาคภูมิใจในทรัพย์สิน
และแสดงความหยิ่งยะโส
สวมหัวโขนอยู่ตลอดเวลา
ทั้งที่เบื้องหลังความร่ำรวยเหล่านั้น มักแลกมาด้วย
การกดขี่
การเบียดเบียน
และคราบน้ำตาของผู้คนในสังคม
*ภายใต้เปลือกแห่งความมั่งคั่ง
ยังมีพฤติกรรมที่ไม่น่าชื่นชม
ซ่อนอยู่
นั่นคือความร่ำรวยเหล่านั้น
มักเกิดจากการเอา "เสรีภาพ" ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดของมนุษย์ ไปแลกกับการต้องสยบยอมต่อคนอื่น
กว่าจะไต่เต้าขึ้นมาเป็นเศรษฐีได้ หลายคนต้องยอมก้มหัวให้
อำนาจมืด
พ่อค้าหน้าเลือด
นักการเมือง
หรือผู้มีอิทธิพล
*ความไร้เสรีภาพและการยอมสยบยอมเช่นนี้
คือการปล่อยให้ชีวิตตัวเอง
ตกเป็นทาสที่ต้องพึ่งพิงผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา
ไม่ต่างอะไรจากลูกไก่ในกำมือของคนอื่น
การถ่มน้ำลายอย่างฉ่ำสะใจของดีโอเจเนส
มันจึงมีตรรกะรองรับอยู่เบื้องหลัง ดั่งโควตอันลือลั่นที่ว่า
"สถานที่เดียวที่ถูกต้องตามหลักเหตุผลสำหรับการถ่มน้ำลาย ก็คือใบหน้าอันจองหองของพวกคนรวยนั่นเอง"
(The only mathematically correct place for a free man to spit is directly into the arrogant face of the rich master.)
เพราะสำหรับเขา
คนที่มีสิ่งครอบครองน้อยที่สุด
คือคนที่มีเสรีภาพมากที่สุด
โดยไม่ต้องเอาอิสรภาพของตน
ไปแลกกับอะไรจากใครเลย
สารจากดีโอเจเนส
ยังคงส่งเสียงเตือนใจคนในยุคปัจจุบัน
ยุคที่เราตั้งหน้าตั้งตาเดินตามระบบโดยไม่เคยตั้งคำถามเลยว่า
ทำไมต้องเรียนคณะนี้?
ทำไมต้องทำงานแบบนี้?
ทำไมต้องประสบความสำเร็จ
ตามกรอบนี้?
ค่านิยมเหล่านี้ประหนึ่ง
"บันไดล่องหน"
ที่คนยุคปัจจุบันรับส่งต่อกันมาแบบไม่รู้ตัว
ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตา
ปีนป่ายบันไดนั้นเพื่อไปให้ถึงยอด
มนุษย์ในสังคมร่วมสมัยจึงติดอยู่ในกรงขังของความสำเร็จ
ที่สังคมดีไซน์ไว้ให้
ใช้ชีวิตแบบพึ่งพาสังคมอย่างเต็มคราบ
จนไร้เสรีภาพที่แท้จริง
ซ้ำร้ายยังพากันชื่นชม
คนที่ประสบความสำเร็จ
โดยไม่เคยตรวจสอบ
ความชอบธรรม
ที่อยู่เบื้องหลังความมั่งคั่งเหล่านั้นเลย
ปรัชญาของดีโอเจเนส
ไม่ได้เรียกร้องให้เราลุกขึ้นมา
ถ่มน้ำลายใส่ใคร
หรือทิ้งบ้านช่องออกไปนอนข้างถนนเป็นคนไร้บ้าน
แต่เขาแค่เตือนให้เราหยุดคิด
และถามตัวเองเป็นครั้งคราวว่า
บันไดที่เรากำลังเหน็ดเหนื่อยปีนป่ายอยู่นั้น
มันคือบันไดที่เราเลือกเองจริง ๆ หรือเป็นบันไดที่ใครก็ไม่รู้สั่ง
และกำหนดให้เราเดิน?
อย่าตั้งหน้าตั้งตาใช้ชีวิต
ไล่ล่าความสำเร็จ
จนมีบ้านหลังโต
มีรถยนต์คันใหญ่กว่าใคร
แต่ข้างในกลับว่างเปล่า
และตกเป็นทาสของมัน
เพราะบางที คนที่มีความสุขที่สุดและมีเสรีภาพมากที่สุด
อาจเป็นเพียงผู้ชายเพี้ยน ๆ คนหนึ่งในอดีต
ที่มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการมีแค่หมา
เป็นเพื่อน
และอิสรภาพในใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง
โฆษณา