วันนี้ เวลา 06:21 • ข่าวรอบโลก
ไทย vs Sweden
ความจริงที่เราเลือกได้ เชิญช่วยเลือกครับ
ผมอ่านแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า
มันมีอะไรให้เลือกด้วยเหรอครับ
ในเมื่อข้อเท็จจริงระดับโลกมันแสดงให้เห็นมานานแล้ว ว่าประเทศหนึ่งสามารถพัฒนาไปได้ไกลขนาดไหน หากระบบทุกอย่างถูกออกแบบมาอย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ
1
และถ้าคุณยังนึกภาพไม่ออก
ลองมาดู 15 เรื่องสุดเหลือเชื่อของสวีเดน ประเทศที่ทำให้คนทั้งโลกต้องยอมรับว่า นี่แหละคือโลกอีกระดับหนึ่งจริงๆ
15. ประเทศที่ความเหงากลายเป็นวิถีชีวิตอย่างแท้จริง
Sweden มักถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในประเทศที่ประชาชนมีความสุขที่สุดในโลก แต่สิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนตกใจตั้งแต่มาถึงกลับไม่ใช่ความสวยงามของบ้านเมือง แต่มันคือความเงียบที่แทบจะปกคลุมไปทั่วทั้งประเทศเลย
มีบ้านจำนวนมหาศาลที่ผู้อยู่อาศัยอยู่เพียงลำพังเพียงคนเดียว สำหรับชาวสวีเดนแล้ว การอยู่คนเดียวไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า แต่มันคือสัญลักษณ์ของอิสรภาพ ความเป็นผู้ใหญ่ และการเคารพพื้นที่ส่วนตัวของกันและกันอย่างสูงสุด จนหลายคนจากประเทศที่ผู้คนชอบเข้าสังคมอาจรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาในโลกอีกใบหนึ่งเลย
14. ผู้หญิงที่นี่ไม่ได้รอให้ใครมาดูแลชีวิตพวกเธอ
ผู้หญิงในสวีเดนมักถูกพูดถึงว่าเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่มีเสน่ห์ที่สุดในยุโรป แต่สิ่งที่ทำให้โลกทึ่งจริงๆไม่ใช่รูปร่างหน้าตา แต่มันคือความแข็งแกร่งในการใช้ชีวิตของพวกเธอ
หลายคนย้ายออกจากบ้านตั้งแต่อายุยังน้อย ใช้ชีวิตเพียงลำพัง สร้างฐานะด้วยตัวเอง และให้ความสำคัญกับอิสระมากกว่าการรีบแต่งงาน ประเทศนี้ยังติดอันดับผู้นำโลกเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ ผู้หญิงก้าวขึ้นมาเป็นนักการเมือง นักธุรกิจ ผู้บริหาร และผู้กำหนดอนาคตประเทศในสัดส่วนที่หลายประเทศยังตามไม่ทัน
13. ดินแดนที่พระอาทิตย์ไม่ยอมตกดิน
ทางตอนเหนือของสวีเดนในช่วงฤดูร้อน จะเกิดปรากฏการณ์ที่เหมือนหลุดมาจากโลกแฟนตาซี นั่นคือพระอาทิตย์เที่ยงคืน หรือ Midnight Sun ที่ดวงอาทิตย์สามารถส่องแสงได้แทบตลอด 24 ชั่วโมงต่อเนื่องกันหลายสัปดาห์ บางพื้นที่คุณสามารถออกไปเดินเล่นตอนตีสองและยังเห็นแสงสว่างเหมือนช่วงบ่ายแก่ๆได้อย่างเหลือเชื่อ นักท่องเที่ยวจำนวนมากบอกว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ทำให้สมองสับสน เพราะร่างกายแทบไม่รู้แล้วว่าควรจะนอนตอนไหน
12. บางพื้นที่ของประเทศนี้มีความมืดยาวนาน จนเหมือนโลกหยุดหมุน ในอีกด้านหนึ่งของปี เมื่อฤดูหนาวมาถึง พื้นที่ทางตอนเหนือบางแห่งของสวีเดนกลับเข้าสู่ช่วงเวลาที่ตรงข้ามอย่างสุดขั้ว พระอาทิตย์แทบไม่โผล่ขึ้นมาให้เห็นเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยความมืดแทบทั้งวัน โลกทั้งใบเหมือนหยุดนิ่งอยู่ในความเงียบงัน นี่คือหนึ่งในประเทศไม่กี่แห่งบนโลกที่คุณสามารถสัมผัสทั้งโลกที่มีแสงสว่างยาวนานผิดธรรมชาติ และโลกที่มืดมิดยาวนานผิดธรรมชาติเช่นเดียวกัน
11. กลางคืนที่ท้องฟ้าลุกเป็นสีเขียว ม่วง และทอง
ถ้าคุณเดินทางขึ้นไปทางเหนือของสวีเดนในคืนที่โชคดี คุณอาจได้เห็นหนึ่งในปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยที่สุดบนโลก นั่นคือ Aurora หรือแสงเหนือ สีเขียว ม่วง เหลือง และน้ำเงินจะเคลื่อนไหวพาดผ่านท้องฟ้าราวกับมีใครกำลังวาดภาพด้วยพลังงานจากจักรวาล นักท่องเที่ยวจำนวนมากยอมบินข้ามโลกเพียงเพื่อมาเห็นภาพไม่กี่นาทีนี้ด้วยตาตัวเอง และหลายคนบอกว่ามันคือความสวยงามที่ยากจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดจริงๆ
10. ประเทศที่คนไว้ใจกันจนแทบไม่ต้องระแวงกันเอง
สวีเดนมีวัฒนธรรมแห่งความไว้วางใจที่น่าทึ่งมาก ประชาชนจำนวนมากเติบโตมาในสังคมที่ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์อย่างจริงจัง ร้านค้าบางแห่งสามารถเปิดให้ลูกค้าหยิบสินค้าและจ่ายเงินเองโดยไม่มีพนักงานเฝ้าตลอดเวลาได้ ความเชื่อใจกันในสังคมสูงจนคนจากประเทศอื่นมองแล้วรู้สึกแทบไม่น่าเชื่อเลย ที่นี่แสดงให้เห็นว่าสังคมที่ดีไม่จำเป็นต้องเต็มไปด้วยการระแวง แต่สามารถขับเคลื่อนด้วยความไว้ใจได้จริง
9. ประเทศที่นักโทษอยู่สบายจนคนทั้งโลกตั้งคำถามว่านี่คือคุกจริงหรือ หนึ่งในสิ่งที่ทำให้คนทั่วโลกอึ้งมากที่สุดคือเรือนจำของสวีเดน นักโทษหลายแห่งมีห้องพักส่วนตัว เตียงนอนดี ห้องน้ำสะอาด พื้นที่ทำอาหาร มีห้องเรียน มีการฝึกอาชีพ และมีการดูแลด้านจิตวิทยาอย่างจริงจัง ภาพเหล่านี้ทำให้หลายคนตกใจว่าเหตุใดคนทำผิดกฎหมายถึงได้รับสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าหลายคนที่ยังอยู่นอกคุกเสียอีก แต่แนวคิดของสวีเดนไม่ใช่การทำลายชีวิตคนผิด พวกเขาเชื่อว่าการฟื้นฟูมนุษย์มีประสิทธิภาพมากกว่าการแก้แค้น
8. และผลลัพธ์คืออาชญากรรมซ้ำต่ำจนนักวิชาการทั่วโลกสนใจ สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคุกที่สะดวกสบาย คือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง สวีเดนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการกลับมาก่ออาชญากรรมซ้ำต่ำมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศทั่วโลก เหตุผลก็เพราะนักโทษไม่ได้ถูกผลักให้กลับไปเป็นศัตรูกับสังคมอีกครั้ง แต่ถูกเตรียมความพร้อมให้กลับมาใช้ชีวิตใหม่อย่างมีศักดิ์ศรี ประเทศนี้จึงพิสูจน์ให้เห็นว่าการเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์บางครั้งให้ผลลัพธ์ดีกว่าการลงโทษรุนแรงเสียอีก
7. นักการเมืองไม่ได้ถูกยกให้เป็นชนชั้นสูงเหนือประชาชน
หลายคนอาจไม่เชื่อว่านักการเมืองในสวีเดนจำนวนมากยังใช้ชีวิตเรียบง่ายมาก ไม่มีขบวนรถหรู ไม่มีอภิสิทธิ์ฟุ่มเฟือย ไม่มีภาพการใช้อำนาจแบบห่างไกลประชาชนเหมือนที่หลายประเทศคุ้นชินกัน ที่นี่มีวัฒนธรรมทางการเมืองที่ฝังรากลึกว่า นักการเมืองคือผู้รับใช้ประชาชน ไม่ใช่ผู้ปกครองประชาชน นี่ทำให้ระบบการเมืองของพวกเขามีเสถียรภาพสูงและประชาชนเชื่อมั่นต่อรัฐมากกว่าหลายประเทศในโลก
6. ประเทศเล็กๆที่สร้างบริษัทระดับโลกได้อย่างไม่น่าเชื่อ
แม้จะมีประชากรเพียงประมาณสิบล้านคน แต่สวีเดนกลับผลิตบริษัทระดับโลกออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น spotify , ikea , ericsson หรือ klarna รัฐบาลสนับสนุนระบบนิเวศธุรกิจอย่างจริงจัง เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่กล้าคิด กล้าสร้าง และกล้าแข่งขันกับโลกได้ ประเทศนี้จึงกลายเป็นโรงงานผลิตนวัตกรรมที่ขนาดตัวประเทศไม่ได้เป็นอุปสรรคเลยแม้แต่น้อย
5. เด็กทารกที่ถูกปล่อยให้นอนกลางอากาศหนาวจัด
เรื่องนี้ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากตกใจ ในสวีเดนคุณอาจเห็นพ่อแม่เข็นรถเด็กทารกออกมาจอดไว้ข้างนอกร้านอาหารหรือหน้าบ้าน แม้อากาศจะหนาวจัดหรือมีหิมะตกก็ตาม วัฒนธรรมนี้เชื่อว่าอากาศเย็นบริสุทธิ์ช่วยให้เด็กแข็งแรงและนอนหลับได้ดีขึ้น สำหรับหลายประเทศภาพแบบนี้ดูแทบเป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับชาวสวีเดนมันคือเรื่องธรรมดาที่ทำกันมาหลายชั่วอายุคน
4. ถนนสะอาดจนแทบไม่เห็นความวุ่นวายแบบเมืองใหญ่ทั่วไป เมืองต่างๆของสวีเดนมีความเป็นระเบียบอย่างน่าทึ่ง การจัดการขยะ การวางผังเมือง การคมนาคม และพื้นที่สาธารณะถูกออกแบบมาอย่างมีประสิทธิภาพจนแทบไม่เห็นความวุ่นวายแบบที่หลายประเทศต้องเผชิญทุกวัน ผู้คนเคารพกฎจราจรสูงมาก ถนนสะอาดจนหลายคนรู้สึกเหมือนอยู่ในเมืองจำลองที่ถูกจัดฉากไว้ ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าสังคมที่พัฒนาแล้วไม่ได้วัดแค่ GDP แต่วัดจากระเบียบวินัยที่ฝังอยู่ในประชาชนทุกระดับด้วย
3. ระบบสวัสดิการที่ทำให้ประชาชนไม่ต้องกลัวอนาคตมากเกินไป ในสวีเดนประชาชนได้รับการดูแลจากรัฐแทบทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่การศึกษา การรักษาพยาบาล การดูแลเด็ก การลาคลอด การช่วยเหลือผู้ว่างงาน ไปจนถึงการดูแลผู้สูงอายุ หลายคนทั่วโลกมองว่านี่คือหนึ่งในโมเดลรัฐสวัสดิการที่สมบูรณ์ที่สุดที่มนุษย์สร้างขึ้นมาได้ ประเทศนี้พิสูจน์ว่ารัฐสามารถเป็นเครื่องมือที่ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้จริง ถ้ามีโครงสร้างที่ถูกออกแบบมาอย่างมีประสิทธิภาพพอ
2. ประเทศที่คนมีความสุขที่สุดในโลก แต่กลับเต็มไปด้วยความเงียบอย่างประหลาด นี่อาจเป็นความย้อนแย้งที่น่าสนใจที่สุดของสวีเดน ประเทศที่ติดอันดับความสุขสูงที่สุดในโลก กลับเป็นประเทศที่ผู้คนจำนวนมากใช้ชีวิตเพียงลำพัง ไม่มีการพูดคุยสุงสิงกับคนแปลกหน้าบนรถไฟ ไม่มีวัฒนธรรมวุ่นวายแบบสังคมเมืองใหญ่ หลายคนจึงบอกว่าที่นี่เป็นประเทศที่สงบจนเกือบเหงา แต่สำหรับชาวสวีเดน พวกเขาไม่ได้มองว่าความเงียบคือความโดดเดี่ยว พวกเขามองว่ามันคือเสรีภาพในการมีชีวิตของตัวเอง
1. ดินแดนที่เหมือนสรวงสวรรค์ในเทพนิยาย แต่ถูกสร้างขึ้นด้วยระบบที่มนุษย์ออกแบบเอง
และนี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้คนทั่วโลกมองสวีเดนด้วยความทึ่งที่สุด ประเทศแห่งนี้รวมเอาสิ่งสุดโต่งหลายด้านมาอยู่ด้วยกันอย่างน่าเหลือเชื่อ มีทั้งพระอาทิตย์ที่ไม่ยอมตกดิน มีทั้งความมืดที่ยาวนานหลายสัปดาห์ มีทั้งแสงเหนือที่งดงามราวเวทมนตร์ มีทั้งเรือนจำที่ดูเหมือนโรงแรม มีทั้งนักการเมืองที่ไม่ได้อยู่เหนือประชาชน มีทั้งระบบธุรกิจที่ผลักดันให้ประเทศเล็กๆกลายเป็นผู้นำระดับโลก และมีทั้งสังคมที่สงบเรียบร้อยจนแทบไม่ต้องหวาดระแวงกันเองเลย
นี่เองคือภาพของประเทศพัฒนาแล้วอย่างแท้จริง ดินแดนที่ดูราวกับสรวงสวรรค์ในเทพนิยาย
แต่สิ่งมหัศจรรย์ทั้งหมดนี้
ไม่ได้เกิดจากโชคช่วย
มันเกิดจากระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นอย่างจริงจังต่อเนื่องมาหลายสิบปี และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้คนทั่วโลกต่างมองเห็นความแตกต่างได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีใครตั้งคำถามว่า ควรเลือกความจริงข้างไหน
เพราะบางครั้ง…
ความจริง มันชัดเจนจนไม่จำเป็นต้องเลือกเลยครับ
โฆษณา