17 มิ.ย. เวลา 05:25 • ประวัติศาสตร์

เหตุการณ์พระธาตุเสด็จปาฏิหาริย์ในพงศาวดาร

​ในหน้าประวัติศาสตร์สยาม นอกเหนือจากเรื่องราวของศึกสงครามและการเมืองแล้ว ยังมี "ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ" ที่ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรในพงศาวดารและจารึกโบราณ นั่นคือการแสดงปาฏิหาริย์ของพระบรมสารีริกธาตุต่อสายตาของกษัตริย์และผู้คนนับแสน และที่น่าสนใจคือ... เรื่องราวทำนองนี้แทบไม่เคยถูกพบในบันทึกของประเทศเพื่อนบ้านเลย!
​🔮 รูปลักษณ์แห่งปาฏิหาริย์: จากแผ่นดินไหวสู่ "ลูกไฟลอยได้"
​จากบันทึกโบราณ ปาฏิหาริย์ของพระธาตุในแผ่นดินไทยมักปรากฏออกมาใน 2 รูปแบบหลักๆ คือ:
  • 1.
    ​การสั่นสะเทือนทางกายภาพ: เช่น พระธาตุแช่แห้ง หรือพระธาตุเจดีย์หลวง ที่แสดงเดชทำให้เกิดแผ่นดินไหวในขณะบรรจุพระธาตุ
  • 2.
    ​ดวงประทีปแห่งปาฏิหาริย์: ปรากฏเป็นลูกไฟกลม สุกสว่าง ลอยหมุนวนในอากาศ เช่นที่ #พระธาตุลำปางหลวง และองค์พระปฐมเจดีย์
​⏳ ย้อนรอยบันทึกความอัศจรรย์: จากหริภุญชัยถึงรัตนโกสินทร์
​1. สมัยหริภุญชัย (ราว พ.ศ. 1590) | จุดเริ่มต้นที่เก่าแก่ที่สุด
​เรื่องราวปาฏิหาริย์ที่ถูกบันทึกไว้เก่าแก่ที่สุด เกิดขึ้นในรัชสมัยของ พระเจ้าอาทิตย์ ผู้ครองนครหริภุญชัย เมื่อพระองค์ทำสัตย์อธิษฐานเพื่อพิสูจน์ความจริงบางอย่าง:
ขณะนั้นผะอบพระธาตุที่พระเจ้าอโศกทำไว้ก็ผุดสูงขึ้นประมาณ 3 ศอก เปล่งฉัพพรรณรังสีลอยอยู่ในที่นั้น ทำให้เกิดปีติปราโมทย์ทั่วกัน..."
2. สมัยอยุธยา | นิมิตหมายแห่งจอมทัพ
​ดวงไฟปาฏิหาริย์มักปรากฏต่อหน้าพระพักตร์ของกษัตริย์ชาตินักรบในจังหวะสำคัญของบ้านเมือง:
  • ​สมเด็จพระราเมศวร (พ.ศ. 1927): ทรงเห็นแสงสว่างพวยพุ่งในเวลาค่ำคืน จึงโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา #วัดมหาธาตุ ขึ้นตรงจุดนั้น
  • ​สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (ทรงพบเห็นถึง 4 ครั้ง): มักเกิดขึ้นระหว่างการกรีฑาทัพ โดยปรากฏเป็นดวงไฟสว่างเท่า "ผลมะพร้าวปอก" หรือ "ผลส้มเกลี้ยง" ลอยผ่านช้างทรงและเวียนขวา (ทักษิณาวัฏ) ซึ่งพระองค์จะทรงยกพระหัตถ์อธิษฐานขอชัยชนะเหนือปรปักษ์ทุกครั้ง
  • ​สมเด็จพระเอกาทศรถ: ทรงพบเห็นดวงไฟขนาดใหญ่ระหว่างยกทัพไปปราบขบถ รัศมีสว่างวาบไปทั่วทั้งชั้นฟ้าและแผ่นดิน
​3. สมัยรัตนโกสินทร์ | แสงสว่างแห่งพระปฐมเจดีย์
  • ​รัชกาลที่ 4 (เมื่อครั้งทรงผนวช พ.ศ. 2374): ทรงตั้งสัตยาธิษฐานด้วยภาษามคธ ขอเทวดาแบ่งพระธาตุจากป่าลึกมาบูชา หลังจากนั้นเดือนครึ่ง พระธาตุได้เสด็จมาถึงห้องพระในลักษณะของแสงและควัน ปัจจุบันบรรจุอยู่ในพระสัมพุทธพรรณี ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
  • ​รัชกาลที่ 5 และ รัชกาลที่ 6: ทั้งสองพระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นด้วยตาพระองค์เอง โดยมีพระราชหัตถเลขาของ ร.5 ยืนยันว่า นิมิตที่ ร.6 เห็นนั้น “ช่างไม่มีอะไรผิดกับที่เคยเห็น 2 คราวแต่สักนิดเดียว
  • ​ปาฏิหาริย์ประจำปี: ในช่วงบูรณะพระปฐมเจดีย์ (พ.ศ. 2398) เกิดปรากฏการณ์องค์เจดีย์สว่างไสวขึ้นเองในคืนเดือนมืดปีละ 2 ครั้ง ราวกับมีผ้าขาวมาคลุม
ปริศนาที่ทิ้งไว้... เหตุใดจึงเลือนหาย?
​น่าแปลกใจที่บันทึกการพบเห็น "พระธาตุเสด็จปาฏิหาริย์" ทั้งหมดในประวัติศาสตร์ไทย ได้สิ้นสุดลงอย่างสิ้นเชิงในรัชสมัยของรัชกาลที่ 6 และนับจากนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีใครได้มีโอกาสพบเห็นความอัศจรรย์ในลักษณะนี้อีกเลย... เหลือทิ้งไว้เพียงหลักฐานในหน้าพงศาวดารให้คนรุ่นหลังได้ขบคิด
​ร่วมเปิดโลกอัศจรรย์และค้นหาเรื่องราวประวัติศาสตร์ไปกับเรา
#บันทึกพระธาตุเสด็จปาฏิหาริย์ในพงศาวดาร #LampangTimes
โฆษณา