วันนี้ เวลา 08:19 • หุ้น & เศรษฐกิจ

10 ปีที่รอคอย เจาะที่มา กฎหมายมะนาว หรือ Lemon Law ยืนข้างผู้บริโภค แต่ทำไมต้องใช้ชื่อนี้

10 ปีที่รอคอย เจาะที่มา กฎหมายมะนาว หรือ Lemon Law ผ่าน ครม. แล้ว สินค้าชำรุด-เสียหาย ถ้าไม่ตรงปก คนขายต้องรับผิดชอบทันที
ผู้บริโภคเฮ! ทันทีที่ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ออกมาบอกว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. หรือ กฎหมาย Lemon Law ตามที่ สคบ. เสนอ เพื่อส่งให้รัฐสภาพิจารณาต่อไป ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าแล้วพบปัญหาความชำรุดบกพร่องมักต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์เองว่าสินค้ามีปัญหาตั้งแต่ต้น ขณะที่การรับประกันสินค้าเป็นไปตามเงื่อนไขที่ผู้ขายกำหนด หลายกรณีผู้บริโภคต้องนำสินค้าเข้าซ่อมซ้ำหลายครั้งโดยไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน และหากต้องการใช้สิทธินอกเหนือจากการซ่อมแซม ก็จำเป็นต้องดำเนินคดีในชั้นศาล ทำให้เสียเวลาและมีค่าใช้จ่ายสูง
เปิดหลักการสำคัญของ กฎหมาย Lemon Law
กฎหมายฉบับนี้เปลี่ยนหลักการสำคัญจากเดิม ผู้บริโภคต้องพิสูจน์เอง มาเป็นผู้ขายที่ต้องรับผิดชอบพิสูจน์ข้อเท็จจริง หากสินค้าเกิดความชำรุดภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าสินค้าชำรุดมาตั้งแต่วันส่งมอบ เว้นแต่ผู้ขายจะพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เกิดจากความรับผิดชอบของตน
กางสิทธิเยียวยา 4 รูปแบบ
สำหรับสินค้าทั่วไป หากพบความชำรุดภายใน 6 เดือนนับจากวันส่งมอบ ให้สันนิษฐานว่าสินค้ามีความชำรุดบกพร่องตั้งแต่ต้น ส่วนรถยนต์กำหนดระยะเวลา 1 ปี ขณะที่ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับการเยียวยา 4 รูปแบบ ได้แก่
  • 1.
    การซ่อมแซม
  • 2.
    การเปลี่ยนสินค้า
  • 3.
    การลดราคา
  • 4.
    การเลิกสัญญา
โดยทั้งหมดเป็นไปตามลักษณะและความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้น
กำหนดกรอบเวลาการซ่อมแซมที่ชัดเจน
นอกจากนี้ กฎหมายยังกำหนดกรอบเวลาการซ่อมแซมที่ชัดเจน โดยสินค้าทั่วไปและรถจักรยานยนต์ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน และรถยนต์ต้องแล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รับมอบสินค้าไว้ซ่อม
หากผู้ขายไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้บริโภคมีสิทธิขอลดราคา บอกเลิกสัญญา หรือเรียกค่าเสียหายตามกฎหมายได้
  • ในกรณีที่พบข้อบกพร่องที่เป็นสาระสำคัญ ผู้บริโภคมีสิทธิขอเปลี่ยนสินค้าได้ทันที โดยสินค้าทั่วไปสามารถใช้สิทธิได้ภายใน 7 วัน
  • ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถใช้สิทธิได้ภายใน 14 วัน นับจากวันที่ได้รับสินค้า
แต่ถ้า ในกรณีที่สินค้าชำรุดบกพร่องภายในกำหนดเวลา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าสินค้านั้นชำรุดบกพร่องในเวลาส่งมอบสินค้า โดยกรณีสินค้าทั่วไปกำหนดไว้ 6 เดือน
กรณีรถยนต์กำหนดไว้ 1 ปี หรือห้ามเกิน 10,000 กิโลเมตร และกรณีรถจักรยานยนต์กำหนดไว้ 6 เดือน ไม่เกิน 5,000 กิโลเมตร นับแต่วันส่งมอบ
โดยรถยนต์ซึ่งมีข้อบกพร่องที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและไม่สามารถแก้ไขได้ ผู้ขายต้องเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ชนิดเดียวกันให้แก่ผู้ซื้อ ถ้าผู้ขายไม่มีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์คันใหม่ที่จะเปลี่ยนให้ ผู้ซื้อมีสิทธิเลิกสัญญา
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแล้ว โดยครอบคลุมการซื้อขายระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภค รวมถึงการซื้อขายระหว่างผู้ประกอบธุรกิจด้วยกันเอง ตลอดจนสัญญาเช่าซื้อ สัญญาซื้อขายโดยมีผู้ให้สินเชื่อและสัญญาแลกเปลี่ยน แต่ไม่รวมสินค้าใช้แล้ว สัตว์มีชีวิต และการซื้อขายระหว่างผู้บริโภคด้วยกันเอง
“ต่อไปนี้ หากซื้อรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วพบว่าสินค้ามีปัญหา ผู้บริโภคจะไม่ต้องทนซ่อมซ้ำซากหรือรับภาระพิสูจน์ด้วยตนเองอีกต่อไป เพราะกฎหมายจะกำหนดสิทธิและหน้าที่ของทุกฝ่ายไว้อย่างชัดเจน นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญที่รัฐบาลตั้งใจสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนผู้บริโภคทั่วประเทศ” นางสาวศุภมาส กล่าว
ทำไมต้องชื่อ “เลมอน ลอว์” (Lemon Law) หรือ “กฎหมายมะนาว”
ข้อมูลจากสภาองค์กรของผู้บริโภค บอกไว้ว่า “เลมอน ลอว์” (Lemon Law) ที่แปลตรงๆได้ว่า “กฎหมายมะนาว” นั้น คำนี้มาจากการเปรียบเทียบปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคเวลาซื้อสินค้ามาใหม่ แล้วพอนำมาใช้งานกลับชำรุดเสียใช้การไม่ได้ ไม่สมราคา ถามไถ่ให้ผู้ประกอบธุรกิจรับผิดชอบก็ยากเย็นแสนเข็ญ เหมือนกับผลมะนาว ที่ดูจากเปลือกภายนอกสีสดใสสวยงามชวนน่ากิน แต่พอฝานเนื้อในออกมาชิมแล้วต้องเบ้ปาก เพราะความเปรี้ยวของมัน
ประเทศสิงคโปร์ ถือเป็นแนวหน้ากลุ่มประเทศในประชาคมอาเซียนที่มีการออกกฎหมายชื่อ “เลมอน ลอว์” (Lemon Law) เมื่อเดือนกันยายน 2555 โดยกฎหมายลักษณะนี้ ไม่ใช่กฎหมายอาญา ที่มีบทลงโทษ แต่เป็นกฎหมายที่ใช้ในทางแพ่ง เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ร่วมป้องกันไม่ให้สินค้าที่ผู้บริโภคซื้อเป็นเหมือนมะนาว
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/trick-trend/277735
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา