นี่คงเป็นอัลบั้มของนายวิ้นซ์ที่ผมชอบที่สุดรองลงมาจาก Big Fish Theory เลยล่ะ
-เรื่องความหัวก้าวหน้าของนายวิ้นซ์ยังคงไว้ใจได้เสมอ ความกล้าที่จะสวนทางความคาดหวังของนายหัวของค่ายเก่า(บางราย)ที่คาดหวังให้เขาต้องทำฮิปฮอปทรง Street ให้มากกว่านี้เพื่อขายออก แต่พอนายวิ้นซ์อิสระจากค่ายปุ๊บ ทำฮิปฮอป-ร็อคประชดคนขาวแม่งเลย (ฮ่าๆๆ) การตัดสินใจวิ่งลู่ Rap Rock จึงไม่ใช่แค่เปลี่ยนแนวทางเพื่อไม่ให้ซ้ำเดิม แต่มันมีนัยยะจิกกัดคนขาวและทวงสิทธิ์คนดำผู้ให้กำเนิดเพลงร็อคและบลูส์โดยชอบธรรม
-นี่ไม่ใช่ Rap Rock ที่ปนกันอย่างระคน ไม่ได้สักแต่แช่รีฟกีตาร์ post punk อย่างพร่ำเพรื่อ แต่เป็นการรู้จัก apply live band มาขับเคลื่อน rhythm ให้ร้อนแรงและแตกต่างไปจากฮิปฮอปเสียงสังเคราะห์ beat maker อันเป็นโมเมนต์ฮิปฮอปที่นานๆครั้งจะได้เห็นแร็ปเปอร์ที่กล้า blend อย่างสนุกมือ และดูเหมือนว่าไรห์มของนายวิ้นซ์สามารถเปล่งออกมาได้อย่างคล่องปาก ไหลลื่นไปกับกรูฟ ไม่ติด deadpan เฉยชาแล้วด้วย
-ดูตัวอย่างเพลง The Running Man เป็น punk rap ที่ถูกต้อง มีทั้งความเดือดดาลและบ้าคลั่งยิ่งกว่า soundcloud rapper ในยุคปัจจุบันเสียอีก ท่อน bridge สุด echo โหวกเหวกชวนให้แพ้เสียงในหัว ซึ่งนายวิ้นซ์ก็เปรียบเปรยชีวิตของคนดำในอเมริกาที่ไม่ต่างจากหนัง dystopian ในชื่อเดียวกันที่ต้องรู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง วิ่งหนีอย่างบ้าระห่ำอยู่ในเกมส์โชว์ล่าค่าหัวเพื่อแลกกับเงินจำนวนมหาศาลในการหนีจากความยากจน
-Only In America ที่ฉายภาพความย้อนแย้ง American Dream ได้กว้างและครอบคลุมพอสมควร การขายฝันที่คนดำไม่มีวันได้เชยชม การปลุกกระแสชาตินิยมทุกวันที่ 4 กรกฎาคม โดยที่ยังคงซุกปัญหาไว้ใต้พรม ช่องโหว่ของสิทธิครอบครองปืนที่ชวนให้ระแวงว่าจะอยู่หรือตุยได้ทุกเมื่อ การพลิกวลี God bless the USA คำอวยพรที่ชาวอเมริกาพูดอย่างพร่ำเพรื่อเสือกกลายเป็นคำสาปแช่งที่พระเจ้าลงโทษคนดำเสียเอง
-การโดนสื่อโทรทัศน์มอมเมารัวๆด้วย proaganda แอบแฝงในเพลง TV Guide ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมสงสัยเหมือนกันว่า คนอเมริกันยังคงดูทีวีอยู่เหรอ ? ประเด็นจิกกัดก็อาจจะยังไม่ตรงยุคมากนัก The Big Bad Wolf ที่ดูเหมือนจะเป็นฮิปฮอปดั้งเดิมที่สุด มีการแซมเปิ้ลเพลง Children's Story ของ Slick Rick มาพร้อมกับฟังก์ชวนโยกเล่าปัญหาคลาสสิคของการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
-7 In The Morning เป็นแทร็คปิดอัลบั้มที่แข็งแรงที่สุดเท่าที่นายวิ้นซ์เคยมีมา mood เพลงก็ได้ เป็น wrap up สรุปใจความอัลบั้มก็ได้ มัดรวมฝันร้ายที่ยังคงอยู่แม้ตื่นเช้า การก่อสงครามในยุคปัจจุบันที่ไม่คิดว่าเราจะต้องตั้งรับการมาของสงครามโลกครั้งที่ 3 ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลคือการส่งต่อความบันเทิงให้คนอเมริกาที่คลั่งชาติบางส่วนที่ทำได้แต่ส่งเสียงเชียร์ผู้กล้าซึ่งก็คือเหล่าคนตัวเล็กตัวน้อยที่โดนเกณฑ์ไปออกรบ อย่าบอกว่าอเมริการักสงบ เพราะมันตอแหลสิ้นดี