17 มิ.ย. เวลา 11:26 • ท่องเที่ยว

ไตรภูมิ .. จักวาลห่วบุญบาปและจินตนาการของช่างไทย ณ วัดคงคาราม ราชบุรี

เมื่อเดินชมจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ วัดคงคาราม สิ่งหนึ่งที่สะดุดตาและดึงดูดให้หยุดยืนพิจารณาอยู่นาน คือภาพ “ไตรภูมิ” ภาพจักรวาลตามคติพุทธศาสนาที่เต็มไปด้วยรายละเอียดอันซับซ้อน ทั้งเรื่องโลก สวรรค์ นรก และการเวียนว่ายตายเกิดของสรรพสัตว์
แม้กาลเวลาจะผ่านไปหลายร้อยปี สีสันบางส่วนจะเลือนราง และมีร่องรอยการบูรณะซ่อมแซมในสมัยรัชกาลที่ 4 ปรากฏอยู่หลายแห่ง แต่ภาพชุดนี้ยังคงเผยให้เห็นฝีมือของจิตรกรชั้นครู ผู้สามารถถ่ายทอดจักรวาลอันกว้างใหญ่ให้อยู่บนผนังพระอุโบสถได้อย่างงดงามและน่าตื่นตาตื่นใจ
จักรวาลแห่งการเวียนว่ายตายเกิด
ไตรภูมิ คือคติจักรวาลวิทยาที่อธิบายว่า สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนเวียนว่ายอยู่ในสามภูมิ ได้แก่
* กามภูมิ หรือโลกแห่งกิเลส ความอยาก และการเสวยผลแห่งกรรม
* รูปภูมิ ภพของผู้มีรูปแต่ปราศจากกามคุณ
* อรูปภูมิ ภพอันละเอียดที่ไม่มีรูปกายเหลืออยู่
การจะไปเกิดในภูมิใด ล้วนขึ้นอยู่กับกรรมที่ตนกระทำไว้ .. ผู้ทำความดี สั่งสมบุญกุศล ย่อมมีโอกาสไปเกิดในสุคติภูมิหรือสวรรค์ ส่วนผู้สร้างอกุศลกรรม ก็ย่อมต้องรับผลแห่งการกระทำนั้นในอบายภูมิหรือนรก
ภาพไตรภูมิที่วัดคงคารามจึงมิใช่เพียงงานศิลปกรรม หากยังเป็น “ตำราธรรมะบนผนัง” ที่ใช้สอนเรื่องกฎแห่งกรรมแก่ผู้คนในอดีต
เขาพระสุเมรุ ศูนย์กลางแห่งจักรวาล
กลางผนังปรากฏภาพ เขาพระสุเมรุ อันเป็นแกนกลางของจักรวาลตามคติอินเดียและพุทธศาสนา ยอดเขาประดิษฐานวิมานและเทวสถานอันวิจิตร รายล้อมด้วยเขาบริวาร
ศิลปินถ่ายทอดวิมานเหล่านี้ด้วยสถาปัตยกรรมไทยที่อ่อนช้อย ซุ้มยอดแหลมเรียวสูงประดับลวดลายละเอียดงดงาม ราวกับกำลังมองเมืองสวรรค์ที่ลอยอยู่เหนือโลกมนุษย์
พระอาทิตย์ พระจันทร์ และหมู่ดาวบนท้องฟ้า
สองข้างของผนังเขียนเป็นรูป พระอาทิตย์และพระจันทร์ทรงรถ อยู่ภายในวงกลมขนาดใหญ่
เบื้องล่างลงมาเป็นภาพกลุ่มดาวฤกษ์จำนวน 47 กลุ่ม เรียงรายเป็นแถวต่อเนื่อง
น่าสนใจว่าศิลปินมิได้เขียนเป็นแผนที่ดาราศาสตร์แบบปัจจุบัน แต่ถ่ายทอดตามคติโบราณ โดยใช้รูปแบบวงโค้งและเส้นโค้งซ้อนกันเป็นจังหวะที่งดงาม สอดรับกับองค์ประกอบทั้งหมดของภาพ
ทำให้จักรวาลในจิตรกรรมชุดนี้ดูมีชีวิตและเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
มหาสมุทรสีทันดรและคลื่นที่งดงามเกินกว่าจะละสายตา
ส่วนที่น่าประทับใจที่สุดส่วนหนึ่งของภาพ คือ มหาสมุทรสีทันดร ซึ่งโอบล้อมเขาพระสุเมรุเอาไว้
ศิลปินเขียนคลื่นเป็นเส้นโค้งต่อเนื่องกันนับไม่ถ้วน เกิดเป็นจังหวะอ่อนช้อยคล้ายคลื่นที่กำลังกระเพื่อมไหว .. เมื่อมองใกล้ ๆ จะพบว่าเส้นคลื่นเหล่านี้มิได้เขียนแบบธรรมชาติจริง หากผ่านการลดทอนจนกลายเป็นลวดลายเชิงประดับที่งดงามอย่างยิ่ง
เส้นคลื่นที่เขียนเป็นวงโค้งซ้อนลดหลั่นกันเป็นจังหวะสม่ำเสมอนั้น ชวนให้นึกถึงลวดลายคลื่นที่เป็นเป็นเส้นโค้งซ้อนต่อเนื่องกันในศิลปกรรมจีน และภาพพิมพ์ตะวันออกบางสกุลช่าง ที่นิยมใช้เส้นโค้งต่อเนื่องเพื่อสร้างความรู้สึกเคลื่อนไหว สร้างบรรยากาศแฟนตาซีให้กับจักรวาลไตรภูมิได้อย่างน่าอัศจรรย์ และเส้นคลื่นเหล่านี้ก็มีความแตกต่างจากงานช่างไทยรุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด
แม้จะไม่อาจสรุปได้แน่ชัดถึงที่มาของรูปแบบดังกล่าว แต่ก็สะท้อนอิทธิพลศิลปะตะวันออกที่แพร่เข้ามาทางการค้าทางทะเลในสมัยอยุธยาตอนปลายและต้นรัตนโกสินทร์ได้เป็นอย่างดี
ปลาประหลาด เงือก และอารมณ์ขันของช่างเขียน
ท่ามกลางคลื่นมหาสมุทร ศิลปินได้ปล่อยจินตนาการอย่างเต็มที่ .. มีทั้งปลาหลากหลายชนิดว่ายสลับกันไปมา บางตัวมีรูปร่างคล้ายปลาที่พบเห็นได้จริง แต่บางตัวกลับเป็นสัตว์มหัศจรรย์ที่ชวนให้ยิ้มเมื่อมอง
.. มีปลาหัวช้าง ปลาหัวม้า ปลาหัวสิงห์ สัตว์ครึ่งคนครึ่งปลา และสัตว์น้ำรูปร่างแปลกประหลาดอีกมากมาย
บางตัวดูน่าเกรงขาม แต่บางตัวกลับมีสีหน้าเหมือนกำลังยิ้ม หรือมีดวงตากลมโตอย่างน่ารัก
โดยเฉพาะภาพ เงือกและสัตว์น้ำครึ่งคนครึ่งปลา ที่ปรากฏอยู่ตามเกลียวคลื่นนั้น แสดงให้เห็นความขี้เล่นของจิตรกรได้อย่างชัดเจน .. เงือกสาวโบกพัดลอยอยู่เหนือคลื่น บางตัวกำลังเกี้ยวพาราสีกัน บางตัวมีท่าทางคล้ายกำลังพูดคุยหยอกล้อ
รายละเอียดเหล่านี้มิได้เกี่ยวข้องกับหลักธรรมโดยตรง หากเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่ศิลปินได้แทรกอารมณ์ขันและจินตนาการส่วนตัวเอาไว้ในจักรวาลอันเคร่งขรึม .. ทำให้ผู้ชมในปัจจุบันสัมผัสได้ถึงความเป็นมนุษย์ของช่างผู้เขียนภาพเมื่อกว่าสองร้อยปีก่อน ราวกับเขากำลังฝากรอยยิ้มเล็ก ๆ ไว้ท่ามกลางเรื่องราวแห่งบุญ บาป และการเวียนว่ายตายเกิด
มรดกแห่งศรัทธาและภูมิปัญญา
จิตรกรรมไตรภูมิที่วัดคงคารามเป็นงานที่เขียนขึ้นตามคตินิยมสมัยอยุธยา และได้รับการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 4 แม้จะมีร่องรอยการเขียนทับและการซ่อมแซมอยู่หลายแห่ง แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือความงดงามขององค์ประกอบ การจัดวางจักรวาล และฝีมือการเขียนที่เปี่ยมด้วยจินตนาการ
ภาพชุดนี้จึงมิใช่เพียงเรื่องเล่าเกี่ยวกับสวรรค์ นรก หรือโลกหลังความตายเท่านั้น .. หากยังสะท้อนให้เห็นโลกทัศน์ของคนไทยในอดีต ความเชื่อเรื่องกรรมและผลแห่งกรรม ตลอดจนความสามารถของช่างไทยที่ผสานศาสนา ปรัชญา และศิลปะเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน
หากมองเพียงผิวเผิน ผู้ชมอาจเห็นเพียงภาพสวรรค์ วิมาน และสัตว์มหัศจรรย์ แต่เมื่อเพ่งดูรายละเอียด จะพบว่าช่างโบราณมิได้เป็นเพียงผู้คัดลอกคติความเชื่อ ... หากยังเป็นนักเล่าเรื่องผู้มีอารมณ์ขัน แอบซ่อนความซุกซนไว้ในปลาหน้าตาประหลาด เงือกน้อยกลางคลื่น และสัตว์ครึ่งคนครึ่งปลา ราวกับต้องการให้จักรวาลอันกว้างใหญ่แห่งนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมา
... และเมื่อยืนมองคลื่นสีครามที่โอบล้อมเขาพระสุเมรุ มองฝูงปลาประหลาด เงือกน้อย และวิมานสวรรค์ที่ลอยอยู่เหนือผืนน้ำ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่า จักรวาลในผนังวัดแห่งนี้ยังคงมีชีวิตอยู่เสมอ แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใดก็ตาม.
โฆษณา