ตัวเขาเองใช้ Claude ช่วยระดมสมองและจัดโครงสร้างแนวคิด แต่ปฏิเสธที่จะให้ AI เขียนบทความแทนทั้งหมด เพราะกังวลว่ามนุษย์จะสูญเสียทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ
ในด้านผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เขาเตือนอย่างจริงจังว่า AI มีโอกาสเข้ามาแทนที่งานเอกสารหรืองานออฟฟิศระดับเริ่มต้น (White-collar jobs) จำนวนมาก
นอกจากนี้ เขาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า เขากำลังทำการตลาดด้วยความกลัว (Doom marketing) โดยระบุว่าเขาได้นำเสนอทางออกเชิงนโยบายอย่างจริงจัง เช่น การเก็บภาษี AI และการออกนโยบายเศรษฐกิจระดับมหภาค
ในส่วนของคู่แข่งจากประเทศจีน เขามองว่าความสามารถที่แท้จริงและมูลค่ามหาศาลจะตกอยู่ที่โมเดลระดับแนวหน้าสุด (Frontier models) มากกว่าโมเดลแบบ Open Source
สิ่งที่เขากังวลมากที่สุดเกี่ยวกับจีน ไม่ใช่เรื่องธุรกิจ แต่เป็นความเป็นไปได้ที่ AI จะถูกนำไปใช้เพื่อกดขี่ประชาชนในระบอบเผด็จการ เช่น ในกรณีของชาวอุยกูร์ โดยเขาตั้งความหวังให้ AI เป็นเทคโนโลยีที่สนับสนุนระบอบประชาธิปไตย
9. ความเสี่ยงระดับสูญสิ้นอารยธรรม และบทสรุป
Amodei ไม่เชื่อว่าจะมีจุดเวลาใดเวลาหนึ่ง ที่ AI พัฒนาตัวเองจนก้าวข้ามมนุษย์แบบฉับพลัน แต่จะเป็นเส้นโค้งการเติบโตแบบทวีคูณที่เกิดขึ้นอย่างราบเรียบและต่อเนื่อง (Smooth exponential)