5 ก.ค. เวลา 01:00 • ปรัชญา

“ความเงียบ” เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต

สำหรับฉันการได้อยู่คนเดียวเงียบ ๆ ได้ทำสิ่งที่ชอบ คือสิ่งที่ปรารถนาสูงสุดในชีวิตถ้ามองในแง่การเติบโตไม่ว่าจะเป็นในมิติไหน คงไม่จำเป็นต้องให้ใครต่อใครมารับรู้ใด ๆ แค่เรารู้ตัวว่าเราดีขึ้น เราเติบโตขึ้นโดยเฉพาะด้านความคิดและจิตวิญญาณ แค่นั้นก็อาจจะเพียงพอแล้ว
เมื่อก่อนฉันมักจะชอบโพสต์ความฝัน หรือแผนการต่าง ๆ ลงในSocial Media อาจจะเพราะอยากได้กำลังใจจากเพื่อน ๆ หรือเพราะอยากอวดความคิด อวดความฝันของตัวเอง ให้คนอื่น ๆ เข้ามาชื่นชม! แต่ในอีกแง่หนึ่งที่ฉันลืมคิดไปว่ามันก็อาจกลายเป็นการ “กดดัน” ตัวเองในทางอ้อม หากมันไม่เป็นดังที่ตั้งใจเอาไว้
ในแง่จิตวิทยาการที่เราประกาศให้บุคคลภายนอกรู้แผนต่าง ๆ ในชีวิตของเรามากเกินไปนั้น สมองจะคิดว่าตัวเองทำสำเร็จไปแล้วและได้รับความพึงพอใจแล้ว ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริง ยังไม่ลงมือทำอะไรเลย..
สิ่งที่ได้เรียนรู้อีกอย่างคือไม่ใช่ทุกคนในโลกโซเชียลที่หวังดีกับเราและอยากเห็นเราได้ดี คนบางคนกดไลก์ กดหัวใจ เขียนคำชื่นชมยินดีให้เราเสมอ เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าในคนกลุ่มนี้จะไม่มีคนที่เขียนคำยินดี คำให้กำลังใจ แต่ลึก ๆ เก็บข้อมูลเพื่อรอซ้ำเติมในวันที่เราล้มเหลว พ่ายแพ้ ไปไม่ถึงฝัน?
เพราะโลกมันมีคนแบบนี้อยู่จริง จึงไม่อยากให้คุณประมาทและคิดอย่างตื้นเขินจนเกินไป สู้เราอยากทำอะไร เราก็ตั้งอกตั้งใจทำของเราไปเงียบ ๆ อาจจะแอบกระซิบบอกไว้เพียงไม่กี่คนที่เราไว้ใจได้ แล้วให้ผลงานบอกกับคนอื่นเมื่อผลลัพธ์มันออกมาแล้วน่าจะดีกว่า
ดังนั้นทุกวันนี้ฉันจึงทำสิ่งที่ต้องทำอย่างเงียบ ๆ
ไม่บอกให้คนมากมายรู้อีกแล้ว อาจจะเล่าให้คนสนิทที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยจริง ๆ เพียงไม่กี่คนฟัง เพราะเมื่อทำแบบนั้นต่อให้จะล้มเหลวหรือสำเร็จก็เป็นเรื่องธรรมดา เราสามารถล้มได้เท่าที่ชีวิตจะผลักให้ล้ม ไม่มีสิ่งใดหรือคนใดมากดดันเรามากจนเกินไป และในทุกครั้งที่ล้มเราก็เพียงกัดฟันลุกขึ้นยืนเท่าที่ร่างกายและจิตใจนี่ลุกขึ้นไหว ใครจะเห็นหรือไม่เห็นก็ไม่สำคัญเท่ากับตัวเราที่เห็นในทุกการเติบโตของตัวเราเอง…
โฆษณา