19 มิ.ย. เวลา 02:11 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ทองร่วงแรงกว่า 3%

หลุดต่ำกว่า $4,200
เฟดเข้ม–ดอลลาร์แข็ง กดดันตลาด
▶ ราคาทองคำตลาดโลกปิดร่วงลงกว่า 3% ในวันพฤหัสบดี (18 มิ.ย.) โดยราคาหลุดต่ำกว่า 4,200 เหรียญ และทำจุดต่ำสุดใหม่ของสัปดาห์ที่บริเวณ 4,185 เหรียญ หลังตลาดถูกกดดันจากสัญญาณของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่เปิดโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
▶ นอกจากนี้ แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นยังหนุนให้ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าแตะ 100.9 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ฉุดราคาทองคำ
▶ ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -49.0 เหรียญ หรือ -1.15% มาอยู่ที่ระดับ 4,208.0 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 4,185.0 เหรียญ
▶ ราคา Silver ปิดปรับตัวลดลง -2.17 เหรียญ หรือ -3.2% มาอยู่ที่ระดับ 65.72 เหรียญ ขณะที่ราคาปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ 65.14 เหรียญ
▶ กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 7.42 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,020.49 ตัน ภาพรวมเดือนมิถุนายนขายออก 9.52 ตัน | ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 52.37 ตัน
▶ ผลสำรวจ Kitco News สำหรับสัปดาห์หน้า 22–26 มิถุนายน 2026 สะท้อนมุมมองเชิงลบต่อทองคำอย่างชัดเจน โดยนักวิเคราะห์วอลล์สตรีท 70% คาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวลงต่อ หลังตลาดกังวลว่าเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงอาจทำให้เฟดมีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ขณะที่มีเพียง 10% คาดว่าราคาจะปรับขึ้น และ 20% มองว่าทองคำจะเคลื่อนไหวทรงตัว
▶ นักวิเคราะห์จาก Phoenix Futures and Options มองว่าตลาดทองคำยังขาดแรงซื้อ โดยปริมาณการซื้อขายอยู่ในระดับต่ำมาก สะท้อนว่านักลงทุนยังไม่รีบกลับเข้าตลาด และมีโอกาสที่ราคาจะกลับไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมอีกครั้งในสัปดาห์หน้า โดยมองบริเวณ 4,000 เหรียญ เป็นแนวรับสำคัญของรอบนี้
▶ นักวิเคราะห์จาก Trade Nation มองว่าความเสี่ยงระยะสั้นยังเอนเอียงไปทางลบ โดยเฟดที่ส่งสัญญาณเข้มงวดมีผลกดดันราคาทองคำมากกว่าผลบวกจากข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ–อิหร่าน ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง ทำให้ราคาทองคำยังมีโอกาสเผชิญแรงขายเพิ่มเติม
▶ นักวิเคราะห์จาก Saxo Bank มองว่าทองคำกำลังอยู่ในภาวะ “ไร้ทิศทาง” หลังถูกกดดันจากท่าที Hawkish ของเฟด โดยราคายังซื้อขายต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันราว 200 เหรียญ ทำให้นักลงทุนสายเทรนด์ยังไม่กลับเข้าซื้อ อย่างไรก็ตาม หากราคายังยืนเหนือ 4,000 เหรียญได้ จะยังถือว่าเป็นเพียงการปรับฐาน
▶ จากข้อมูล CME FedWatch นักลงทุนให้น้ำหนักรวมกว่า 70% ว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. โดยแบ่งเป็นโอกาส 49% ที่จะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75–4.00% และอีก 19% ที่จะขึ้นแรง 0.50% สู่ระดับ 4.00–4.25%
▶ อิสราเอลเผยแผนที่เขตควบคุมทางทหารในเลบานอนตอนใต้ ลึกเข้าไปราว 10 กิโลเมตร พร้อมระบุว่าอาจโจมตีนอกพื้นที่ได้ หากจำเป็นต่อความมั่นคง
▶ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวท้าทายข้อตกลงสหรัฐฯ–อิหร่าน ที่เรียกร้องให้ยุติการสู้รบทุกแนวรบ และเคารพอธิปไตยของเลบานอน
▶ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตือนอิสราเอลไม่ให้บ่อนทำลายข้อตกลงสหรัฐฯ–อิหร่าน โดยย้ำว่าทรัมป์ยังเป็นพันธมิตรสำคัญที่สุดของอิสราเอล
▶ เนทันยาฮูยืนยันว่า อิสราเอลต้องรักษาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ แต่จะไม่ถอนกำลังจากเลบานอนตอนใต้ หากยังจำเป็นต่อความมั่นคง
▶ แวนซ์ระบุว่า สหรัฐฯ และอิหร่านยังปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพ พร้อมยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่ได้ยอมอ่อนข้อให้อิหร่าน โดยเงินสนับสนุนฟื้นฟูเศรษฐกิจอิหร่านจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่ออิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงครบถ้วน และไม่ใช่เงินจากสหรัฐฯ
โฆษณา