20 มิ.ย. เวลา 07:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

“เงินสำรองฉุกเฉิน” ควรเก็บไว้ที่ไหนให้ปลอดภัยและยังได้ผลตอบแทน

เมื่อดอกเบี้ยลดลง หลายคนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ในการเก็บออมเงิน ซึ่งรวมถึงเงินสำรองฉุกเฉินด้วย เพราะหลายคนเก็บเงินสำรองฉุกเฉินไว้ในบัญชีเงินฝาก จนเกิดคำถามว่า เงินสำรองฉุกเฉินที่เคยฝากไว้ ยังควรอยู่ที่เดิมหรือไม่ หรือถึงเวลาหาทางเลือกใหม่ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า
ก่อนจะย้ายเงินสำรองฉุกเฉินทั้งหมดออกจากบัญชีเงินฝาก อยากให้เพื่อนๆ ลองกลับมาทบทวนอีกครั้งว่า หน้าที่ที่แท้จริงของเงินสำรองฉุกเฉินคืออะไร
หน้าที่หลักของเงินสำรองฉุกเฉิน คือ เป็นเงินสำรองเพื่อรองรับเหตุการณ์ที่เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ เช่น ตกงานกะทันหัน เจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ ค่าใช้จ่ายเร่งด่วนของครอบครัว ธุรกิจหรือรายได้สะดุดชั่วคราว เป็นต้น
ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดของเงินก้อนนี้ไม่ใช่ได้ผลตอบแทนสูงสุด แต่ต้องสามารถเบิกถอนมาใช้ได้เร็ว และมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนน้อย
วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มารู้จักแหล่งเก็บออมเงินที่สภาพคล่องสูงและเสี่ยงต่ำ เหมาะกับเป็นแหล่งเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน เช่น บัญชีออมทรัพย์ บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง บัญชีเงินฝากไม่ประจำ กองทุนรวมตลาดเงิน กองทุนรวมตราสารหนี้ เป็นต้น
1. บัญชีเงินฝากออมทรัพย์
หรือบัญชีออมทรัพย์ เป็นเงินฝากประเภทที่ไม่ได้กำหนดระยะเวลาฝาก จะฝากหรือจะถอนเมื่อไหร่ก็ได้
✅ ข้อดี : สะดวก เปิดบัญชีง่าย
⚠️ ข้อด้อย : ปัจจุบันให้ดอกเบี้ยน้อย และถ้าได้ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์รวมกันเกิน 20,000 บาทต่อปี จะโดนหักภาษี
2. บัญชีเงินฝากดิจิทัล
บัญชีคล้ายกับเงินฝากออมทรัพย์ แต่จะไม่มีสมุดบัญชีเงินฝาก และใช้งานผ่าน Application
✅ ข้อดี : สะดวก เปิดบัญชีง่าย ทำธุรกรรมผ่านทางออนไลน์ได้ด้วยตัวเอง
⚠️ ข้อด้อย : ถ้าดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์รวมกันเกิน 20,000 บาทต่อปี จะโดนหักภาษี
3. กองทุนรวมตลาดเงิน
เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ของภาครัฐหรือบริษัทเอกชนที่มีอายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี แม้กองทุนตลาดเงินจะมีความผันผวนต่ำมาก แต่ไม่ใช่เงินฝากธนาคารและไม่ได้รับการคุ้มครองเงินฝาก
✅ ข้อดี : มีสภาพคล่องสูง ซื้อขายกองทุนได้ทุกวัน และผลตอบแทนไม่เสียภาษี
⚠️ ข้อด้อย : ผลตอบแทนน้อยอาจจะกว่าบัญชีเงินฝากบางประเภท ไม่การันตีผลตอบแทน และเมื่อขายหน่วยลงทุนจะได้รับเงินสดในวันทำการถัดไป
4. กองทุนรวมตราสารหนี้
เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ เป็นต้น
✅ ข้อดี : มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าฝากธนาคาร มีสภาพคล่องสูง ซื้อขายกองทุนได้ทุกวัน และผลตอบแทนไม่เสียภาษี
⚠️ ข้อด้อย : ราคากองทุนอาจปรับลดลงบางวันตามภาวะตลาด นอกจากนี้อาจมีความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยและคุณภาพผู้ออกตราสาร และเมื่อขายหน่วยลงทุนจะได้รับเงินสดในอีก 1-2 วันทำการถัดไป (ขึ้นอยู่กับนโยบายแต่ละกองทุน)
💡 แชร์ไอเดียแบ่งเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน
สำหรับใครที่รู้สึกว่าได้รับดอกเบี้ยลดลง อยากย้ายเงินสำรองฉุกเฉินไปที่อื่นแทน ตามความเป็นจริงเราไม่จำเป็นต้องเลือกเก็บออมเงินเพียงแหล่งเดียว อาจจะแบ่งสัดส่วนเก็บเงินไว้หลายที่ก็ได้
ตัวอย่างเช่น
มีเงินสำรองฉุกเฉินรวมทั้งหมด 250,000 บาท
แบ่งเงิน 150,000 บาท อยู่ในบัญชีเงินฝากที่ถอนใช้ได้ทันที ส่วนที่เหลืออีก 100,000 บาท อยู่ในกองทุนตลาดเงินเพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน
แนวทางนี้ ช่วยรักษาทั้งสภาพคล่องและโอกาสในการบริหารเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งแต่ละคนสามารถลองปรับสัดส่วนแบ่งเงินตามความเหมาะสมของตัวเองได้เลย
สุดท้ายแล้ว เงินสำรองฉุกเฉินไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด แต่ควรอยู่ในที่ที่เหมาะกับหน้าที่ของมันที่สุด นั่นคือ พร้อมใช้ ปลอดภัย และช่วยสร้างความอุ่นใจเมื่อชีวิตเกิดความไม่แน่นอน
#Cashury #ลงทุน #รู้เท่าธัน #บริหารเงิน #เงินเก็บ #เก็บเงิน #เงินสำรองฉุกเฉิน #เงินฉุกเฉิน #ออมเงิน #รายได้ #รายจ่าย #แบ่งเงิน
โฆษณา