Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ป้างวิทยาBalanced 龍虎
•
ติดตาม
19 มิ.ย. เวลา 19:05 • ความคิดเห็น
ถ้าความจริงมันไม่น่าฟังไม่ลื่นหู แล้วเราได้ อะไรจากคำโกหก ?
คำถามน่าสนใจมากครับ ทำให้นึกถึงพฤติกรรมที่ส่งต่อกันมาตั้งแต่เด็กๆ จนสร้างระบบการเลี้ยงดูแบบไทยๆที่แม่งโคตรท็อกซิกและไร้ความรับผิดชอบ จนเกิดเป็นวัฒนธรรมมักง่ายที่ฝังชิปความกลัวลงในสมองคนไทยตั้งแต่วัยเด็ก
รู้ไหมครับว่าทำไมคนไทยจำนวนมากถึงกลัวความจริง และชอบวิ่งเข้าหาคำโกหก คำตอบแม่งโคตรอุบาทว์เลย...
เพราะเราถูกยัดเยียดความส้นตีน มาตั้งแต่ลืมตาดูโลก โดยฝีมือของคนที่ขึ้นชื่อว่า พ่อแม่ นั่นแหละ
ลองนึกย้อนไปตอนเด็กๆ เวลาเด็กร้องไห้งอแง แทนที่จะสอนด้วยเหตุผล แทนที่จะบอกความจริง... พ่อแม่ไทยส่วนใหญ่เลือกใช้วิธีโคตรมักง่ายเพื่อตัดรำคาญด้วยการพ่นคำโกหกขยะๆ ใส่หน้าเด็กบริสุทธิ์
ร้องไห้เสียงดัง
เดี๋ยวตุ๊กแกมากินตับนะ
อย่าออกไปเล่นตอนเย็น
เดี๋ยวผีตาโบ๋จับตัวไป
อย่าชี้รุ้งกินน้ำ เดี๋ยวนิ้วกุด
ถ้าเป็นเด็กดื้อ
เดี๋ยวหมอจะจับฉีดยาให้เข็ดเลย
เห็นอะไรในประโยคพวกนี้ไหม มันคือการปรุงแต่งความกลัวขั้นสุด เพื่อควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ เป็นการเพิกเฉยต่อความไร้เดียงสา แล้วยัดเยียดความหวาดกลัวที่ไม่มีอยู่จริงเข้าไปในสมองที่กำลังพัฒนาของเด็ก
ความฉิบหายที่แท้จริงมันอยู่ตรงนี้ครับ... มนุษย์จะเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าเพื่อเอาตัวรอด เมื่อเด็กมันโตมาในสิ่งแวดล้อมที่ผู้ใหญ่แก้ปัญหาด้วยการ "ตอแหล" สมองมันจะบันทึกซ้ำๆ ว่า...
อ๋อ... การแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดคือการสร้างเรื่องโกหกสินะ ไม่เห็นต้องเหนื่อยอธิบายความจริงเลย แค่หลอกให้มันกลัวหรือหลอกให้มันสบายใจ เรื่องก็จบ
วัฒนธรรมมักง่ายนี้มันเลยส่งต่อกันเป็นทอดๆ เหมือนมรดกบาป พอเด็กคนนี้โตไปทำงาน เป็นหัวหน้าคน หรือมีลูกเอง เขาก็จะใช้วิธีอุบาทว์แบบเดียวกันนี้ในการแก้ปัญหา
ในที่ทำงาน
โกหกกลบเกลื่อนความผิด หลอกใช้ความไร้เดียงสาของเด็กฝึกงานหรือลูกน้องที่ไม่รู้เรื่อง เพื่อเอาตัวรอดไปวันๆ
ในความสัมพันธ์
โกหกแฟนเพื่อตัดรำคาญ สัญญาพล่อยๆ ให้ความหวังปลอมๆ เพราะขี้ขลาดเกินกว่าจะพูดความจริงตรงๆ
ผลลัพธ์ของการถูกฝังชิปตั้งแต่เด็ก มันทำให้คนไทยจำนวนมากสร้างกำแพงแห่งความกลัวไว้ลึกสุดใจ
คนไทยโตมากลายเป็นผู้ใหญ่ที่ขี้ขลาด ไม่มีเวย์ที่จะกล้าหาญไปฝ่าฟันกับความจริงดิบๆในโลกภายนอกได้เลย
ตัวอย่างคลาสสิกที่โคตรไร้สาระคือ
พวกผู้ใหญ่บางคนที่อายุ 30-40 ปี แต่ยังเปิดไฟนอนเพราะ "กลัวผี" ชนิดขี้หดตดหาย
พอลองเอาหลักเหตุผลไปงัด ไปเค้นถามว่า ผีมันจะเอาแรงกลศาสตร์ที่ไหนมาหักคอคุณ มันมีมวลสารไหม สมองพวกเขากลับอธิบายไม่ได้เลย มันบื้อใบ้ เพราะความกลัวนั้นไม่ได้เกิดจากโลจิก แต่มันคือสารเคมีในสมองที่ถูกกระตุ้นให้หลั่งความกลัวมาตั้งแต่ 3 ขวบ ด้วยคำโกหกเรื่องตุ๊กแกกินตับและผีตาโบ๋นั่นแหละ
สมองส่วนเหตุผลมันโดนทำลายและปิดกั้นไปตั้งแต่วันที่พ่อแม่เลือกจะโกหกแทนที่จะสอนความจริงแล้ว
สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่อมพะนำ ไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง เพราะเราถูกฝึกให้เป็นคนพิการทางจิตสำนึกมาตั้งแต่ในบ้าน
คำโกหกมักง่ายของพ่อแม่ในวันนั้น คือสิ่งที่สร้างประชากรขี้ขลาด ตอแหล และไร้ความรับผิดชอบในวันนี้... ครับ
ถ้าเรายังไม่หยุดส่งต่อไอ้วัฒนธรรมเฮงซวยนี้ อีกกี่ร้อยปี ประเทศนี้ก็ไม่มีวันยอมรับความจริงได้ และต้องนอนดักดานอยู่ใต้หมอกควันแห่งคำ ตอแหล ต่อไปจนตาย
บันทึก
4
1
4
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย