20 มิ.ย. เวลา 09:43 • ข่าวรอบโลก

🚨📈📉 $165,000 ล้านดอลลาร์กำลังจะถูกขายออกจากตลาดหุ้น? นักลงทุนทุกคนควรกังวลหรือไม่

ขณะที่ดัชนีหุ้นทั่วโลกกำลังฉลองกับข่าวสันติภาพตะวันออกกลาง แต่ก็ผันผวนตามสถานการณ์อิสราเอล เลบานอน ราคาน้ำมันที่ลดลง และกระแส AI ที่ยังร้อนแรงอีกครั้ง…
ล่าสุด JPMorgan ออกมาเตือนที่ทำให้ Wall Street ต้องหันกลับมามองอีกครั้ง
📉 อาจมีแรงขายหุ้นเชิงกลไก (Mechanical Selling) สูงถึง 165,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 5.4 ล้านล้านบาท ไหลออกจากตลาดภายในไม่กี่วันข้างหน้า
ตัวเลขนี้ถือเป็นหนึ่งในการคาดการณ์ Rebalancing ครั้งใหญ่ที่สุดที่ JPMorgan เคยประเมินไว้
แต่คำถามสำคัญคือ…
แรงขายระดับนี้จะทำให้ตลาดร่วงจริง หรือจะถูกดูดซับเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา?
📌 ประเด็นสำคัญที่ควรรู้ก่อนอ่าน
✅ ไม่ใช่การเทขายเพราะเศรษฐกิจแย่
✅ ไม่ใช่การเทขายเพราะนักลงทุนกลัวสงคราม
✅ ไม่ใช่เพราะผู้จัดการกองทุนมองว่าหุ้นแพงเกินไป
แต่เป็นการขายตาม “กฎ” ของกองทุนขนาดยักษ์ทั่วโลก
📊ทำไมกองทุนต้องขายหุ้น?
ลองนึกภาพกองทุนแห่งหนึ่งตั้งเป้าไว้ว่า
* หุ้น 60%
* พันธบัตร 40%
แต่ตลอดไตรมาสที่ผ่านมา หุ้นพุ่งขึ้นแรงกว่าพันธบัตรมาก
จากเดิมหุ้น 60%
อาจกลายเป็น
* หุ้น 68%
* พันธบัตร 32%
ทันที
ปัญหาคือกองทุนเหล่านี้ไม่สามารถปล่อยให้สัดส่วนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ได้
เพราะกฎการบริหารความเสี่ยงกำหนดไว้อย่างชัดเจน
ดังนั้นพวกเขาจึงต้อง
📉 ขายหุ้นบางส่วน
📈 นำเงินไปซื้อพันธบัตรเพิ่ม
เพื่อดึงสัดส่วนกลับเข้าสู่เป้าหมายเดิม
กระบวนการนี้เรียกว่า
Portfolio Rebalancing
และมักเกิดขึ้นช่วงสิ้นไตรมาส
💰 JPMorgan คำนวณว่าเงินขายจะมาจากไหน?
🇺🇸 กองทุนบำนาญสหรัฐฯ
สินทรัพย์รวมประมาณ
9.6 ล้านล้านดอลลาร์
คาดว่าจะขายหุ้นประมาณ
👉 55,000 ล้านดอลลาร์
🇯🇵 GPIF ญี่ปุ่น
กองทุนบำนาญที่ใหญ่ที่สุดในโลก
สินทรัพย์รวมประมาณ
1.9 ล้านล้านดอลลาร์
คาดว่าจะขายหุ้นทั่วโลก
👉 60,000 ล้านดอลลาร์
พร้อมซื้อพันธบัตรในมูลค่าใกล้เคียงกัน
🇳🇴 Norges Bank นอร์เวย์
กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
บริหารสินทรัพย์กว่า
2.1 ล้านล้านดอลลาร์
ถือหุ้นประมาณ 1.5% ของตลาดหุ้นจดทะเบียนทั้งโลก
คาดว่าจะขายหุ้น
👉 40,000 ล้านดอลลาร์
🇨🇭 Swiss National Bank
คาดว่าจะขายหุ้น
👉 25,000 ล้านดอลลาร์
แต่หากมีการปรับเป้าสัดส่วนใหม่
ตัวเลขอาจลดเหลือเพียง
👉 8,000 ล้านดอลลาร์
แล้วทำไมตลาดอาจไม่ลง?
นี่คือจุดที่น่าสนใจที่สุด
เพราะในอดีต…
คำเตือนลักษณะนี้มักไม่ค่อยเกิดผลอย่างที่หลายคนกังวล
มิถุนายน 2023
JPMorgan เตือนแรงขาย
👉 150,000 ล้านดอลลาร์
พร้อมประเมินว่าตลาดอาจลง 5%
ผลลัพธ์จริง
📈 S&P 500 ปรับขึ้น 6.6%
มีนาคม 2024
Goldman Sachs เตือนแรงขาย
👉 32,000 ล้านดอลลาร์
ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดนับจากปี 2023
ผลลัพธ์
📈 S&P 500 ปิด All-Time High
ในวันเดียวกับที่แรงขายควรจะเกิดขึ้น
มิถุนายน 2025
ตลาดกังวล Rebalancing อีกครั้ง
ผลลัพธ์
📈 S&P 500 ทำจุดสูงสุดใหม่
ทั้งวันที่ 27 และ 30 มิถุนายน
ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดรอบ Rebalancing พอดี
ใครเป็นคนรับซื้อ?
แม้กองทุนจะขาย
แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ยังมีแรงซื้อจำนวนมหาศาลรออยู่
🏢 บริษัทจดทะเบียน
กำลังทำ Stock Buyback ในอัตราที่สูงมาก
หรือซื้อหุ้นคืนจากตลาด
👨‍💻 นักลงทุนรายย่อย
ยังคงเข้าซื้อทุกครั้งที่ตลาดย่อตัว
โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่ม
* AI
* Semiconductor
* Technology
ที่ยังเป็นธีมหลักของปีนี้
ตลาดตอนนี้อยู่ในจุดไหน?
ปัจจุบัน
📈 S&P 500 ปิดที่ 7,500 จุด
ทำสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาล
แรงหนุนหลักมาจาก
✅ ข้อตกลงสันติภาพอิหร่าน-สหรัฐฯ
✅ ราคาน้ำมันที่ลดลง
✅ ความคาดหวังต่อเศรษฐกิจโลก
✅ กระแส AI ที่กลับมาคึกคัก
ดังนั้นแรงขายจาก Rebalancing รอบนี้จึงกำลังจะปะทะกับแรงซื้อจากหลายทิศทางพร้อมกัน
📅 ไทม์ไลน์ที่ตลาดกำลังจับตา
* 24-27 มิถุนายน 2026 → เริ่มเห็นการปรับพอร์ตล่วงหน้า
* 29 มิถุนายน 2026 (วันจันทร์) → หลายกองทุนเริ่มส่งคำสั่งขนาดใหญ่
* 30 มิถุนายน 2026 (วันอังคาร) → วันสิ้นไตรมาส Q2 และเป็นวันสำคัญที่สุด
* ช่วง Closing Auction ก่อนตลาดสหรัฐปิด
* เวลา 15:50 - 16:00 น. นิวยอร์ก
* ตรงกับประมาณ 02:50 - 03:00 น. เช้าวันที่ 1 กรกฎาคม ตามเวลาไทย
นี่คือช่วงเวลาที่กองทุนจำนวนมากชอบทำ Rebalancing เพราะต้องการให้พอร์ตปิดงวดตรงกับราคาปิดอย่างเป็นทางการของไตรมาส
🎯 สรุป
JPMorgan ประเมินว่าอาจมีแรงขายหุ้นเชิงกลไกสูงถึง 165,000 ล้านดอลลาร์ ก่อนสิ้นเดือนมิถุนายน จากการปรับสมดุลพอร์ตของกองทุนบำนาญและกองทุนความมั่งคั่งขนาดใหญ่ทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า แรงขายประเภทนี้ไม่ได้แปลว่าตลาดจะปรับฐานเสมอไป และหลายครั้งตลาดกลับเดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่ต่อได้
สิ่งที่น่าจับตาในสัปดาห์หน้า จึงไม่ใช่แค่ “ใครขาย”
แต่คือ
“ใครจะรับซื้อ”
และแรงซื้อจาก AI, Buyback และนักลงทุนรายย่อย จะยังแข็งแรงพอที่จะดูดซับแรงขายระดับ 165,000 ล้านดอลลาร์ได้หรือไม่
ตลาดกำลังจะให้คำตอบในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
📚 แหล่งอ้างอิง
• JPMorgan Global Markets Strategy Note (June 2026)
Investing.com — Sam Boughedda
• Government Pension Investment Fund (GPIF)
• Norges Bank Investment Management
• Swiss National Bank
• S&P Dow Jones Indices
#LadyCrypto #StockMarket #SP500 #WallStreet #JPMorgan #Rebalancing #GPIF #NorgesBank #Investing #AIStocks #USStocks #GlobalMarkets #Finance #EconomicNews #ตลาดหุ้น #หุ้นสหรัฐ #การลงทุน #เศรษฐกิจโลก #หุ้นAI #MewLadyCrypto
โดย : Lady Crypto
โฆษณา