2 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

กองทุนไทยกองแรก ลงทุน 30 บริษัทใหญ่สุดในเวียดนาม

และครั้งแรกที่กองทุนเวียดนามค่าจัดการต่ำเพียง 0.32% สนใจซื้อได้ที่ WealthX
-กองทุน PRINCIPAL VNEI-EX กองทุนนี้เป็นกองทุนแรกในไทย ที่พานักลงทุนไทยลงทุนล้อตามดัชนี VN30 ในกองทุนหลักชื่อ DCVFMVN30 ETF
✅ ค่าจัดการต่ำในกลุ่มกองทุนเวียดนาม
✅ ประเทศที่เศรษฐกิจ จะเติบโตระดับ 10% ต่อปี
✅ ร่วมเติบโตไปกับ 30 บริษัทใหญ่สุดในเวียดนาม
✅ กำไรบริษัทในตลาดหุ้นเติบโตสูง Valuation ไม่แพง
✅ ยกเว้นภาษีหุ้นนอก Capital Gain สูงสุด 35%
✅ ค่าธรรมเนียมซื้อลด 20% เฉพาะช่วง IPO
IPO 23-26 มิ.ย. 69 กองทุนนี้เป็นรูปแบบ Series X ที่ซื้อได้ใน WealthX ครั้งแรกที่มีค่าจัดการต่ำมากในกลุ่มกองทุนเวียดนาม เพียง 0.32% ต่อปี
และมี TER หรือค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด เพียง 0.52% ต่อปี
แล้วดัชนี VN30 มีหุ้นอะไรบ้าง ?
หุ้นในดัชนีนี้ ครอบคลุมมูลค่าตลาดหุ้นเวียดนามไปแล้วกว่า 70% ถึง 75%
ตัวอย่างบริษัทที่เราจะได้เป็นเจ้าของ เช่น
-Vingroup
อาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่ของเวียดนาม ทำตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า
-FPT
บริษัทเทคโนโลยีแถวหน้าของเวียดนาม ที่ก้าวไปไกลถึงขั้นจับมือกับบริษัทระดับโลกอย่าง NVIDIA
เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
-Mobile World
ผู้นำค้าปลีกทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคและเทคโนโลยี ถ้าคนเวียดนามจะซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน หรือ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ชื่อของบริษัทนี้ คือหนึ่งในชื่อแรก ๆ ที่คนจำนวนมากนึกถึง
-Masan Group
เป็นผู้นำด้านสินค้า FMCG ที่คนเวียดนามแทบทุกบ้านต้องใช้ เช่น น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
-Vinamilk
ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับนมแบบครบวงจร อันดับ 1 ในประเทศ มีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่นมสด นมผงเด็ก โยเกิร์ต นมข้นหวาน และไอศกรีม
-Vietjet
สายการบินต้นทุนต่ำสัญชาติเวียดนามที่เติบโตอย่างรวดเร็วระดับโลก ผ่านการขยายฝูงบินและเครือข่ายเส้นทางบินที่ครอบคลุม
-Saigon Beer
ผู้ผลิตเบียร์ระดับตำนานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งในเวียดนาม
-Vincom Retail
ผู้พัฒนาและบริหารศูนย์การค้าสมัยใหม่ที่ใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดในเวียดนาม
จะเห็นว่า VN30 ไม่ได้เป็นแค่ดัชนีหุ้นใหญ่ แต่เป็นเหมือนภาพย่อของเศรษฐกิจเวียดนามทั้งประเทศ
มีทั้งอสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก เทคโนโลยี สินค้าอุปโภคบริโภค ศูนย์การค้า ธนาคาร สายการบิน วัสดุก่อสร้าง และธุรกิจที่โตไปพร้อมกับการยกระดับประเทศ
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ LINE ID: @wealthx และบลจ. พรินซิเพิล
บทความเวียดนามจะแซงไทยแล้ว /โดย ลงทุนแมน
ตอนนี้ GDP เวียดนาม มีมูลค่า 17.2 ล้านล้านบาท
ส่วน GDP ไทย อยู่ที่ 18.9 ล้านล้านบาท
ไทยยังนำอยู่เล็กน้อย
แต่ช่องว่างนี้ กำลังแคบลงเร็วมาก
เพราะปีที่แล้ว เศรษฐกิจเวียดนามโตถึง 8%
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ เวียดนามยังมองว่า แค่นี้ยังไม่พอ
ปีนี้ รัฐบาลเวียดนามเลยตั้งเป้าให้เศรษฐกิจโต 10%..
ถ้าทำได้จริง GDP เวียดนามจะขึ้นมาแตะ 18.9 ล้านล้านบาท ภายในปีนี้
เท่ากับว่า จะขึ้นมาอยู่ระดับเดียวกับไทย
ถ้ายังโตต่อในอัตราเดิม ปีหน้า GDP เวียดนามอาจแตะ 20.8 ล้านล้านบาท
ซึ่งหมายความว่า เวียดนามจะไม่ใช่แค่ไล่ทันไทย แต่กำลังจะแซงไทยไปแล้ว
และช่องว่างระหว่างไทยกับเวียดนาม ก็น่าจะกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี..
เรื่องนี้อาจทำให้คนไทยหลายคนรู้สึกผิดหวัง
ในโลกการลงทุน บางครั้งสิ่งสำคัญ ไม่ใช่ว่าเราต้องมานั่งเสียดายว่าใครแซงใคร
แต่คือการถามว่า แล้วเราจะมีส่วนร่วมกับการเติบโตนั้น ได้อย่างไร ?
ถ้าพร้อมแล้ว ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ถ้าถามว่าเวียดนามโตแรงขนาดนี้ มาจากอะไร ?
คำตอบคือ เวียดนามไม่ได้โตจากเรื่องเดียว
แต่กำลังโตจากหลายเครื่องยนต์ พร้อมกัน..
-คนในประเทศ มีกำลังซื้อมากขึ้น
-รัฐบาล เดินหน้าอัดฉีดโครงการขนาดใหญ่
-การส่งออก ยังขยายตัวต่อเนื่อง
-บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติ แห่เข้าไปตั้งโรงงานในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสมัยใหม่
พูดง่าย ๆ คือ เวียดนามกำลังโตทั้งจากคนในบ้าน และโตจากเงินนอกบ้านที่ไหลเข้าไป
ฝั่งรัฐบาลเวียดนามเอง ก็ไม่ได้แค่อยากโตแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่กำลังวางเกมให้ประเทศ กระโดดขึ้นไป
ทั้งแผนสร้างทางหลวงให้ได้ 5,000 กิโลเมตร
โครงการรถไฟความเร็วสูง
การผลักดันอุตสาหกรรม AI
รวมถึงการดันอุตสาหกรรมชิป แบบเต็มกำลัง
ทั้งหมดนี้ ทำให้เวียดนามไม่ได้เป็นแค่ประเทศค่าแรงถูกอีกต่อไป แต่กำลังพยายามเปลี่ยนตัวเอง เป็นฐานการผลิตและเทคโนโลยีแห่งใหม่ของเอเชีย
ถ้าสรุปแผนเศรษฐกิจเวียดนาม ตั้งแต่ปี 2026 ถึง 2030
จะเห็นว่าเป้าหมายของเขา ไม่ธรรมดาเลย
-กำลังซื้อในประเทศ ต้องเติบโต 13% ถึง 15% ในปีนี้
-GDP ต้องโตระดับ 2 หลัก หรือมากกว่า 10% ต่อปี
-รายได้ต่อหัวประชากร ต้องเพิ่มเป็น 23,000 บาทต่อเดือน ภายในปี 2030
นี่จึงไม่ใช่แค่ประเทศที่กำลังโต แต่เป็นประเทศที่กำลังตั้งเป้า “โตให้เร็วกว่าเดิม”
แล้วถ้ามองในมุมตลาดหุ้น เศรษฐกิจจริงโตเร็วขนาดนี้
ตลาดหุ้นเวียดนาม น่าสนใจแค่ไหน ?
คำตอบคือ น่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ
เพราะกำไรของบริษัทจดทะเบียนในเวียดนาม มีแนวโน้มโตล้อไปกับเศรษฐกิจ
-ปี 2026 กำไรบริษัทในตลาดหุ้นเวียดนาม คาดว่าจะโต 20.5%
-ปี 2027 กำไรบริษัทในตลาดหุ้นเวียดนาม คาดว่าจะโต 17.1%
ถ้าดูเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ 30 อันดับแรก หรือดัชนี VN30 ซึ่งคล้ายกับ SET50 ของไทย
-ปี 2026 กำไรของบริษัทใน VN30 คาดว่าจะโต 23.3%
-ปี 2027 กำไรของบริษัทใน VN30 คาดว่าจะโต 19.8%
แปลว่า บริษัทใหญ่สุดของเวียดนาม ไม่ได้แค่ใหญ่แต่ยังมีโอกาสโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดด้วย..
อีกประเด็นที่ต้องดู คือ Valuation หรือราคาหุ้น เมื่อเทียบกับกำไรในอนาคต
ตอนนี้ บริษัทใหญ่สุด 30 บริษัทแรกของเวียดนาม มี Forward P/E หรือราคาต่อกำไรคาดการณ์ 12 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 10.8 เท่า
ระดับนี้ถือว่าอยู่ใกล้ค่าเฉลี่ย 10 ปี แปลแบบง่าย ๆ คือตลาดหุ้นเวียดนามตอนนี้ ไม่ได้มีราคาแพง
แต่ไฮไลต์ที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตา
ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจโต
ไม่ใช่แค่เรื่องกำไรบริษัทโต
แต่คือจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ ของตลาดหุ้นเวียดนาม
วันที่ 21 กันยายน 2026 ตลาดหุ้นเวียดนาม กำลังจะถูกเลื่อนชั้นอย่างเป็นทางการโดย FTSE จากตลาดชายขอบ ขึ้นมาเป็นตลาดเกิดใหม่
เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อเวียดนามเป็นตลาดเกิดใหม่
กองทุนระดับโลกจำนวนมาก ที่เคยมีข้อจำกัดในการลงทุน
ก็จะสามารถเข้ามาลงทุนในหุ้นเวียดนามได้มากขึ้น
พูดง่าย ๆ คือ ประตูที่เคยแง้มอยู่
กำลังจะเปิดกว้างขึ้น
และมีการคาดการณ์ว่าเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นเวียดนาม
อาจสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย ก็ราวระดับแสนล้านบาท
เศรษฐกิจโตแรง
กำไรบริษัทโตสูง
Valuation ยังอยู่ระดับกลาง ๆ
และกำลังมีเงินทุนต่างชาติ รอไหลเข้า
นี่คือเหตุผลที่เวียดนาม กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าจับตามากที่สุดในภูมิภาค
คำถามคือในฐานะนักลงทุนไทย เราควรทำอะไรกับเรื่องนี้ ?
แม้เศรษฐกิจจริงของไทยกับเวียดนาม จะแข่งขันกันอย่างดุเดือด
แต่พอร์ตการลงทุนของเรา ไม่จำเป็นต้องเลือกข้างแบบประเทศ
เพราะถ้าเวียดนามโต เราก็สามารถมีส่วนร่วมกับการเติบโตนั้นได้ ผ่านการลงทุน
ล่าสุดมีกองทุนเวียดนามชื่อ PRINCIPAL VNEI-EX เปิดตัวออกมาตอบโจทย์นี้
ด้วยจุดเด่น คือ..
การเน้นลงทุนแบบ Passive ด้วยค่าจัดการที่ต่ำมาก
กองทุนนี้เป็นรูปแบบ Series X ที่ซื้อได้ใน WealthX และบลจ. พรินซิเพิล เท่านั้น
มีค่าจัดการต่ำมากในกลุ่มกองทุนเวียดนาม เพียง 0.32% ต่อปี
และมี TER หรือค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด เพียง 0.52% ต่อปี
กองทุนนี้ IPO ตั้งแต่วันที่ 23 ถึง 26 มิถุนายน 2569
กองทุนนี้จะเป็นกองทุนแรกในไทย ที่จะพานักลงทุนไทยลงทุนล้อตามดัชนี VN30 ในกองทุนหลักชื่อ DCVFMVN30 ETF
ดัชนี VN30 คือหุ้น 30 บริษัทใหญ่สุด และซื้อขายคล่องที่สุดของเวียดนาม
พูดง่าย ๆ คือ ซื้อกองนี้กองเดียว ก็เหมือนได้ลงทุนในหุ้นแถวหน้าของเวียดนาม 30 บริษัท
และหุ้นกลุ่มนี้ ครอบคลุมมูลค่าตลาดหุ้นเวียดนามไปแล้วกว่า 70% ถึง 75%
ตัวอย่างบริษัทที่เราจะได้เป็นเจ้าของ เช่น
-Vingroup
อาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่ของเวียดนาม ทำตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า
-FPT
บริษัทเทคโนโลยีแถวหน้าของเวียดนาม
ที่ก้าวไปไกลถึงขั้นจับมือกับบริษัทระดับโลกอย่าง NVIDIA
เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
-Mobile World
ผู้นำค้าปลีกทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคและเทคโนโลยี ถ้าคนเวียดนามจะซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน หรือ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ชื่อของบริษัทนี้ คือหนึ่งในชื่อแรก ๆ ที่คนจำนวนมากนึกถึง
-Masan Group
เป็นผู้นำด้านสินค้า FMCG ที่คนเวียดนามแทบทุกบ้านต้องใช้ เช่น น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
-Vinamilk
ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับนมแบบครบวงจร อันดับ 1 ในประเทศ มีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่นมสด นมผงเด็ก โยเกิร์ต นมข้นหวาน และไอศกรีม
-Vietjet
สายการบินต้นทุนต่ำสัญชาติเวียดนามที่เติบโตอย่างรวดเร็วระดับโลก ผ่านการขยายฝูงบินและเครือข่ายเส้นทางบินที่ครอบคลุม
-Saigon Beer
ผู้ผลิตเบียร์ระดับตำนานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งในเวียดนาม
-Vincom Retail
ผู้พัฒนาและบริหารศูนย์การค้าสมัยใหม่ที่ใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดในเวียดนาม
-Hoa Phat
ผู้นำอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศ ซึ่งเติบโตล้อไปกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานของเวียดนาม
-กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ของเวียดนาม
ซึ่งได้ประโยชน์จากสินเชื่อ การบริโภค และการลงทุนในประเทศ เมื่อเศรษฐกิจขยายตัว ธนาคารก็มักเป็นหนึ่งในธุรกิจที่โตตามไปด้วย
จะเห็นว่า VN30 ไม่ได้เป็นแค่ดัชนีหุ้นใหญ่ แต่เป็นเหมือนภาพย่อของเศรษฐกิจเวียดนามทั้งประเทศ
มีทั้งอสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก เทคโนโลยี สินค้าอุปโภคบริโภค ศูนย์การค้า ธนาคาร สายการบิน วัสดุก่อสร้าง และธุรกิจที่โตไปพร้อมกับการยกระดับประเทศ
ถ้าดูผลงานย้อนหลัง
กองทุนหลักตัวนี้ทำผลงานได้โดดเด่น ย้อนหลัง 1 ปี ให้ผลตอบแทน 44.2%
ชนะดัชนีตลาดหุ้นเวียดนามได้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนในอดีต ไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคตและการลงทุนในเวียดนาม ก็ยังมีความเสี่ยงทั้งความผันผวนของตลาดหุ้น ค่าเงิน กฎระเบียบ และความเสี่ยงเฉพาะประเทศ
แต่ถ้าถามว่า เวียดนามวันนี้ น่ามองข้ามไหม ?
คงตอบได้ว่ายากมาก ที่จะมองข้าม..
เพราะนี่คือประเทศที่ GDP กำลังจะใหญ่กว่าไทย
บริษัทใหญ่กำลังโตตามเศรษฐกิจ
ตลาดหุ้นกำลังถูกยกระดับ
และเงินทุนระดับโลก กำลังเตรียมเข้ามา
ในอดีต คนไทยอาจมองเวียดนามเป็นคู่แข่ง
แต่ในมุมของนักลงทุน เวียดนามอาจเป็นโอกาสที่อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด
เพราะสุดท้ายแล้ว เราอาจหยุดไม่ได้ ที่เวียดนามจะแซงไทย
แต่เราสามารถเลือกได้ว่าจะยืนดูเขาแซงผ่านไป
หรือจะให้พอร์ตลงทุนของเรา โตไปพร้อมกับการแซงครั้งนี้
นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนไทยต้องถามตัวเองว่า
ถ้าเวียดนามกำลังจะกลายเป็นผู้ชนะคนใหม่ของอาเซียน
เราจะเป็นแค่ผู้ชม หรือจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตนี้ไปด้วยกัน..
ผ่าน PRINCIPAL VNEI-EX ที่ WealthX
✅ ค่าจัดการต่ำในกลุ่มกองทุนเวียดนาม
✅ ประเทศที่เศรษฐกิจ จะเติบโตระดับ 10% ต่อปี
✅ ร่วมเติบโตไปกับ 30 บริษัทใหญ่สุดในเวียดนาม
✅ กำไรบริษัทในตลาดหุ้นเติบโตสูง Valuation ไม่แพง
✅ ยกเว้นภาษีหุ้นนอก Capital Gain สูงสุด 35%
✅ ค่าธรรมเนียมซื้อลด 20% เฉพาะช่วง IPO
กองทุนนี้เป็นรูปแบบ Series X ที่ซื้อได้ใน WealthX
มีค่าจัดการต่ำมากในกลุ่มกองทุนเวียดนาม เพียง 0.32% ต่อปี
และมี TER หรือค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด เพียง 0.52% ต่อปี
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ LINE ID: @wealthx และบลจ. พรินซิเพิล
กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในตราสารต่างประเทศ กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในประเทศเวียดนาม ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย
กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ตัวเลขดังกล่าวเป็นการจำลองผลตอบแทนเพื่อประกอบการอธิบายแนวคิดการลงทุนเท่านั้น มิใช่การการันตีผลตอบแทนในอนาคต
จัดทำขึ้น ณ วันที่ 19 มิ.ย. 2569
โฆษณา