Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ไฉไลเป็นบ้า
•
ติดตาม
22 มิ.ย. เวลา 03:12 • ประวัติศาสตร์
"กิมเฉียน" ต้นตระกูลสินานนท์ จีนโพ้นทะเลหรือไทยแท้ริมน้ำวัง
หลังพ่ายแพ้ใน สงครามฝิ่นครั้งที่ 1 ตั้งแต่ ปี 2395 คนจีนอพยพหนีความอดอยาก ภัยสงครามหาแผ่นดินใหม่ที่จะได้ใช้ชีวิตเพื่อสร้างถิ่นฐานครอบครัว
เกือบทั้งหมดของคนจีนที่อพยพมาจากมณฑลกวางตุ้งและมณฑลฮกเกี้ยน การย้ายถิ่นฐานของประชากรมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ครั้งนี้ เราเรียกว่า #ยุคอพยพครั้งมโหฬาร (พ.ศ.2395-2493) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นอย่างแท้จริงของยุคชาวจีนโพ้นทะเล และกินเวลามากกว่า 100 ปี
สยามกลายเป็นประเทศที่ชาวจีนอพยพเข้ามาอาศัยมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ประมาณ 7 ล้านคน รองจากอินโดนีเซียเนื่องจากสมัยรัตนโกสินทร์โดยเฉพาะช่วงรัชกาลที่ 4 และ 5 ไทยต้องการแรงงานจำนวนมากเพื่อขุดคลอง ทำทางรถไฟ และขยายการค้าเสรีหลังทำสนธิสัญญาบาวริ่ง วันที่ 18 เมษายน 2398
ชาวจีนจะออกเดินทางในช่วง ปลายฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อน ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน เพื่ออาศัยแรงจาก ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ หรือที่คนโบราณเรียกว่า "ลมสำเภา" ช่วยดันเรือให้แล่นล่องลงใต้ ใช้เวลาบนเรือสำเภาประมาณ 2 เดือนจึงได้ขึ้นฝั่ง
ตลอดระยะเวลากว่า 100 ปี การอพยพก็ได้สิ้นสุดลงเนื่องจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนประกาศปิดประเทศ และรัฐบาลไทยมีนโยบายจำกัดโควต้าเข้าเมืองเหลือเพียงประเทศละ 200 คนต่อปี
การอพยพของคนจีนมา จ.ลำปาง เป็นการอพยพแบบย้ายถิ่นฐานเป็นทอดๆ (Step Migration) จากทะเลจีนใต้ นั่งเรือสำเภาข้ามทะเลอพยพมาจากมณฑลทางใต้ เช่น กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน ไหหลำ มาขึ้นฝั่งที่ท่าเรือกรุงเทพฯ ใกล้คลองเตย ชื่อท่าเรือฮวยจุ่งล้ง เพื่อพักอาศัยและทำงานเก็บเงินในภาคกลาง
บอกต่อๆกันว่าพื้นที่ภาคเหนือของไทยมีลู่ทางทำมาหากิน พ่อค้าชาวจีนเช่าเรือขนส่งสินค้า โดยนั่งเรือทวนกระแสน้ำจากกรุงเทพฯ ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ขึ้นมาแวะพักและกระจายสินค้าที่ ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ ศูนย์กลางการค้าทางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในขณะนั้น
จากปากน้ำโพพ่อค้าจีนจะเปลี่ยนมาใช้เรือขนาดเล็กหรือเรือหางแมงป่อง ล่องทวนกระแสน้ำแยกเข้าสู่ แม่น้ำปิงและแม่น้ำวัง เพื่อลำเลียงสินค้าขึ้นมาส่งที่ตัวเมืองนครลำปาง
การลงนามในสัญญาบาวริ่ง ส่งผลให้สยามต้องการแรงงานจำนวนมหาศาล นอกจากชาวจีนโพ้นทะเลจะล่องเรือขึ้นมาเป็นคนงานขุดคลอง ทำทางรถไฟ สัมปทานทำป่าไม้ก็เพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน
ปลายรัชกาลที่ 5 เมืองนครลำปางถือเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการป่าไม้ของภาคเหนือตอนบนที่ใช้แม่น้ำวังเป็นเส้นทางหลักในการล่องซุงลงไปขายทางใต้ ชาวจีนมองเห็นโอกาสจึงนำสินค้าจากกรุงเทพ ใส่เรือขึ้นมาขาย และรับซื้อของป่าจากลำปางล่องกลับไปขายที่กรุงเทพฯ
พ.ศ. 2430–2445 เป็นช่วงที่บริษัทป่าไม้ต่างชาติขยายตัวเข้ามาในลำปางอย่างรวดเร็ว ขนส่งทางเรือเป็นเส้นทางสายหลักอยู่หลายทศวรรษ กระทั่งในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2459 วันแรกที่รถไฟวิ่งมาจอดที่สถานีนครลำปาง การจราจรในแม่น้ำวังก็ค่อยๆหายไป
นอกจาก #ตลาดจีน คำพูดติดปากที่เป็นหลักฐานว่าเคยมีคนจีนจำนวนมากลงหลักปักฐานหากินอยู่ตรงนั้น ห่างออกไปลงไปทางใต้ไม่ไกลมากนัก ยังมี #บ้านสำเภา กับบ้านต้า ก่อนถึงลำปางกลาง ที่ซึ่งครั้งหนึ่งลำปางเคยมีเรือสำเภามาจอด
ที่กล่าวมาข้างต้นนี้เพื่อให้เห็นว่าการอพยพของชาวจีนโพ้นทะเลก่อนจะเดินทางมาถึงลำปางเมื่อเกือบ 200 ปีที่แล้วนั้นเป็นช่วงที่ตรงกับช่วงปลายรัชกาลที่ 4
EP 1.
จุดกำเนิด #กิมเฉียน คหบดีชาวจีนโพ้นทะเลต้นสกุล #สินานนท์
กิมเฉียน แซ่อึ้ง ตามประวัติระบุว่าเกิดปีมะโรงวันที่ 30 มกราคม 2410
คำว่า "กิม" (金) แปลว่า ทอง ส่วนคำว่า "เฉียน" หรือ "เฉีย" (吒) เป็นคำสร้อยที่ใช้เรียกชื่อเด็กหรือหมายถึงความรวดเร็วและคล่องแคล่ว
จากบันทึกทั้งหมดใน จ.ลำปางที่กล่าวถึง “บ้านสินานนท์” ต่างยืนยันว่ากิมเฉียน แซ่อึ้ง เป็นชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพมาทำการค้าขายจนร่ำรวยเป็นคหบดี มีความเจริญก้าวหน้าได้รับแต่งตั้งให้มีราชทินนามว่า #ขุนกำจรวานิช ซึ่งการที่ท่านมีส่วนร่วมสร้างวัดเกาะวาลุการาม จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็น รองอำมาตย์ตรีขุนกำจรวานิช ต้นตระกูลสินานนท์ ในวันที่ 5 เมษายน 2462
คำว่า #สินานนท์ แปลว่า "ผู้มีความยินดีในทรัพย์สิน" หรือ "ความสุขที่เกิดจากความมั่งคั่งประเสริฐ" ซึ่งมาจากการที่ท่านค้าขายจนเป็นคหบดีใหญ่เป็นที่รู้จักกว้างขวางของคนลำปาง
อย่างไรก็ตาม ราชกิจจานุเบกษา ประกาศพระราชทานนามสกุลครั้งที่ 79 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2462 สืบค้นไปยังใบพระราชทานนามสกุล “สินานนท์” โดยรัชกาลที่ 6 ทรงให้เหตุผลว่า
เพื่อเป็นการยกย่องความกตัญญูของบุตรและสืบทอดชื่อของบิดาให้เป็นมงคลนามแก่ลูกหลานสืบไป
LampangTimes สืบค้นประวัติพบข้อความที่ได้ระบุถึง “นายสิน” ว่าเป็นชาวจีนเชื้อสายกวางตุ้ง ที่อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในแผ่นดินสยาม ยุคนั้นชาวจีนกวางตุ้งมักจะเดินทางเข้ามาตั้งรกรากในหัวเมืองทางเหนือเพื่อทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการป่าไม้และการค้าขายทั่วไป
นายสิน แซ่อึ้ง ได้สร้างครอบครัวที่ จ.ลำปาง และมีบุตรชายคือ นายกิมเฉียน แซ่อึ้ง เกิดเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2410 ในช่วงปลายรัชกาลที่ 4
จึงเป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจว่า กิมเฉียน อาจจะเกิดที่ จ.ลำปาง ส่วนบิดาเป็นชาวจีนโพ้นทะเลอพยพมา
ความหมายสกุล "สินานนท์" ซึ่งมาจากคำว่า สิน (ชื่อบิดาของท่าน) + อานนท์ (ความยินดี, ความเพลิดเพลิน) แปลว่า ผู้มีความยินดีในทรัพย์สิน" หรือ #ผู้เป็นที่ยินดีของบิดาที่ชื่อสิน โดยคำว่า "สิน" หรือทรัพย์สินนี้ ก็ไปสอดรับกับคำว่า "วานิช" (พ่อค้า) ในราชทินนามของท่านด้วย
ทั้งนี้ แอดมินเชื่อว่าทางทายาทตระกูลสินานนท์ คงทราบดีว่าท่านหลวงกำจรวานิช อพยพมาจากจีนแผ่นดินใหญ่หรือไม่
นี่แค่เริ่มต้นประวัติก็สนุกแล้ว EP หน้า LampangTimes จะเล่าถึงช่วงที่หลวงกำจรวานิชยังมีชีวิตอยู่ เป็นคหบดีผู้มั่งคั่งที่สุดคนหนึ่งซึ่งร่วมสมัยกับบุคคลสำคัญในลำปาง 2 ท่าน คือ #เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย ที่อายุมากกว่าท่านกิมเฉียน 10 ปี และ #ครูบาอโนชัยธรรมจินดา อดีตเจ้าอาวาสวัดปงสนุกเหนือ
ทั้ง 3 ท่านเคยพบเจอตัวกันเป็นๆ แน่นอน นี่คือช่วงบันทึกประวัติศาสตร์ที่สำคัญและน่าศึกษาที่สุดด้านการเมืองการปกครองในลำปางยุคเปลี่ยนผ่านอำนาจแต่ไม่เคยมีบันทึกถึงคนสำคัญทางการเมือง ทางการค้า และทางศาสนา ที่ร่วมกันส่งต่อการปกครองเมืองลำปางให้ราบรื่นที่สุด
แอดมินขอสปอยฝากให้ทุกท่านติดตามด้วยว่า ถ้าใครอยากทราบรายละเอียดในงานศพของหลวงกำจรวานิช ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ
#กิมเฉียนแซ่อึ้ง
#หลวงกำจรวานิช
#สินานนท์
#LampangTimes
1 บันทึก
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย