ก่อนหน้านี้ Mark Li นักวิเคราะห์เซมิคอนดักเตอร์จาก Bernstein เองก็เคยเตือนไว้ว่าราคาชิปความจำกำลังวิ่งขึ้นแบบ "พาราโบลา" คือชันเอามากๆ ซึ่งของที่ขึ้นเร็วขนาดนี้ เวลามันสะดุดก็ย่อมแรงเป็นธรรมดา
Amanda Lyons หัวหน้าฝ่ายวิจัยจาก Energy Group Capital สรุปประเด็นนี้ได้คมมากค่ะ เธอบอกว่าจุดเปราะบางของตลาดตอนนี้อยู่ที่ "การวางสถานะของนักลงทุนและ valuation ที่แพง" ไม่ใช่ที่การลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งยังเดินหน้าอยู่
ทีนี้มาดูปัจจัยที่นิคกี้คิดว่าหลายคนอาจมองข้ามค่ะ เพราะมันคือคลื่นใต้น้ำที่ใหญ่กว่าข่าว SK Hynix ด้วยซ้ำ นั่นคือเรื่องดอกเบี้ยและธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ภายใต้ประธานคนใหม่อย่าง Kevin Warsh
Jason Chan นักกลยุทธ์อาวุโสจาก Bank of East Asia ชี้ประเด็นที่นิคกี้คิดว่าสำคัญมากค่ะ เขาบอกว่าโครงสร้างของดัชนีจีนกลุ่มนี้มีน้ำหนักหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างเซมิคอนดักเตอร์หรืออุปกรณ์เครือข่ายค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับตลาดอย่างเกาหลีหรือไต้หวัน พอขาดพระเอกฮาร์ดแวร์ AI ดัชนีจีนกลุ่มนี้เลยไม่ได้รับอานิสงส์จากกระแส AI ที่ลากตลาดอื่นขึ้นทั้งปี
Marija Veitmane หัวหน้าฝ่ายวิจัยหุ้นจาก State Street Markets ให้มุมที่นิคกี้คิดว่าช่วยให้เข้าใจภาพรวมได้ดีค่ะ เธอบอกว่านับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุ หุ้นเทคเป็นกลุ่มเดียวที่สถาบันเพิ่มน้ำหนักการถือครองเข้ามา ดังนั้นการเห็นความผันผวนและการขายทำกำไรออกมาบ้างจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย