24 มิ.ย. เวลา 12:41 • ข่าวรอบโลก

🛑 Frank Giustra ชี้ทองดิ่งรอบนี้แค่คัดคน... "Smart Money" ไม่เคยขาย มีแต่ "มืออ่อน" ที่ขวัญผวา! 😱

.
ในขณะที่ตลาดกระแสหลักมองว่าการร่วงลงของราคาทองคำในปัจจุบันคือสัญญาณสิ้นสุดของภาวะตลาดกระทิง Frank Giustra ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการขุดเหมืองแร่ระดับโลกกลับมองว่านี่คือความเข้าใจผิดอย่างรุนแรง สิ่งที่เรากำลังเผชิญไม่ใช่เพียงความผันผวนชั่วคราว
แต่คือ "การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง" ของระบบการเงินโลกที่ทองคำกำลังจะกลับมาทวงคืนบทบาทศูนย์กลาง โดยกฎเกณฑ์เดิมๆ ในอดีตที่ทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับเงินดอลลาร์และอัตราดอกเบี้ยได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ซึ่งในช่วงปี 2024–2025 ที่ผ่านมา ทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ควบคู่ไปกับการแข็งค่าของดอลลาร์และดอกเบี้ยที่เป็นบวก
.
แรงขับเคลื่อนสำคัญของระเบียบการเงินใหม่นี้มาจากกลุ่มธนาคารกลางที่กลายเป็นผู้ซื้อที่มีความต้องการคงที่และ "ไม่หวั่นไหวต่อราคา" โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการลดการพึ่งพาดอลลาร์ และเปลี่ยนทุนสำรองมาเป็นทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่เป็นกลางเพียงหนึ่งเดียวและไม่มีความเสี่ยงจากคู่สัญญา
การเทขายที่เกิดขึ้นจึงเป็นเพียงการระบายของเหล่านักเก็งกำไรระยะสั้น ในขณะที่ฐานรากที่แท้จริงยังคงแข็งแกร่ง ยิ่งไปกว่านั้น จุดเปลี่ยนสำคัญยังถูกเร่งให้เร็วขึ้นจากการที่สหรัฐฯ ตัดสินใจอายัดเงินสำรองของรัสเซียกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทำลายความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้กลุ่ม BRICS เร่งสร้างระบบการเงินคู่ขนานอย่าง mBridge
.
นอกจากวิกฤตความเชื่อมั่นระหว่างประเทศแล้ว สถานะทางการคลังของสหรัฐฯ เองก็กำลังเผชิญกับความเสี่ยงร้ายแรงจากยอดจ่ายดอกเบี้ยหนี้ที่สูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับ "กฎของ Ferguson" ที่ระบุว่า เมื่อใดที่มหาอำนาจมียอดจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่างบประมาณทางการทหาร เมื่อนั้นคือจุดเริ่มต้นของความเสื่อมถอย
ซึ่งสหรัฐฯ ได้ก้าวข้ามเส้นอันตรายนี้ไปแล้วตั้งแต่ปี 2024 สภาวะหนี้ที่เกินควบคุมและนโยบายการเงินที่ประมาทเช่นนี้ อาจนำไปสู่ "วิกฤตความตื่นตระหนกในดอลลาร์" ในอนาคตอันใกล้
.
ในขณะเดียวกัน โลกยุคใหม่ที่มุ่งสู่ระบบไฟฟ้าและเทคโนโลยี AI ยังทำให้ "ทองแดง" กลายเป็นสินทรัพย์ยุทธศาสตร์ที่ขาดแคลนอย่างหนัก โดยคาดการณ์ว่าในปี 2035 จะเกิดภาวะขาดแคลนอุปทานทองแดงถึง 30% หรือประมาณ 8 ล้านตัน
เนื่องจากเหมืองขนาดใหญ่ ต้องใช้เวลาสร้างยาวนานนับสิบปีและโครงการคุณภาพสูงเริ่มหมดไป ส่งผลให้ราคาจำเป็นต้องพุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อจูงใจให้เกิดการผลิตใหม่
.
ภายใต้ความผันผวนนี้ Giustra แนะนำกลยุทธ์การอยู่รอดเพื่อปกป้องความมั่งคั่ง โดยแบ่งสัดส่วนการลงทุนออกเป็น การถือทองคำแท่ง 15% เพื่อเป็นประกันภัยของพอร์ตโฟลิโอ และลงทุน 15–20% ในหุ้นเหมืองแร่คุณภาพสูงที่มีการจัดการดีเพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ควรเก็บเงินสดไว้ 20–25% เพื่อรอจังหวะที่ตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ที่อยู่ในภาวะฟองสบู่เกิดการปรับฐานครั้งใหญ่ โดยเน้นหลีกเลี่ยงสินทรัพย์ที่ราคาแพงเกินจริงและเน้นบริษัทที่จ่ายเงินปันผลดีมีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง
.
บทสรุปของสถานการณ์ทั้งหมดนี้คือ โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเสื่อมสลายของระบบเงินกระดาษ (Fiat) อย่างช้าๆ ผ่านวิกฤตที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การเตรียมพร้อมด้วยการกระจายความเสี่ยงไปสู่สินทรัพย์ที่มีค่าในตัวเองและจับต้องได้อย่างทองคำรวมถึงโลหะยุทธศาสตร์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นสูงสุดสำหรับนักลงทุนทุกคนในการปรับตัวและอยู่รอดภายใต้ระเบียบโลกใหม่นี้
โฆษณา