เมื่อวาน เวลา 08:27 • การตลาด

ศึกนอกสนาม : เมสซี่สร้างลีก โรนัลโด้สร้างประเทศ?

ในโลกฟุตบอล เรามักถกเถียงกันว่าใครคือผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่กว่ากันระหว่าง ลีโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้
แต่เมื่อทั้งคู่ก้าวออกจากเวทียุโรป ซึ่งเป็นศูนย์กลางของวงการฟุตบอลโลก คำถามที่น่าสนใจกว่าอาจไม่ใช่ "ใครเก่งกว่ากัน"
หากแต่เป็น
"พวกเขากำลังสร้างคุณค่าอะไรให้กับโลกฟุตบอลนอกเหนือจากในสนาม?"
เพราะเมื่อมองลึกลงไป จะพบว่าการย้ายทีมของทั้งสองคนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องฟุตบอลเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางธุรกิจและการตลาดที่ถูกวางแผนมาอย่างรอบคอบ
และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการดึงตัวพวกเขาไปยังสหรัฐอเมริกาและซาอุดีอาระเบีย ต่างมีเป้าหมายอย่างไร?
⚽️ เมสซี่ : ดีลที่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับทั้งลีก
เมื่อ ลีโอเนล เมสซี่ ตัดสินใจย้ายไป อินเตอร์ ไมอามี่ ในปี 2023 หลายคนมองว่านี่คือการเลือกใช้ชีวิตในช่วงปลายอาชีพ
แต่เบื้องหลังดีลนี้คือแผนงานระยะยาวที่ถูกวางไว้ล่วงหน้าหลายปี
หนึ่งในบุคคลสำคัญคือ เดวิด เบ็คแฮม อดีตซูเปอร์สตาร์ทีมชาติอังกฤษและเจ้าของร่วมของอินเตอร์ ไมอามี่
เบ็คแฮมไม่ได้เพียงยื่นข้อเสนอทางการเงินให้เมสซี่ แต่เขานำเสนอวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอนาคตของฟุตบอลในสหรัฐอเมริกา
MLS รู้ดีว่าการแข่งขันกับลีกชั้นนำของยุโรปในแง่คุณภาพฟุตบอลต้องใช้เวลา
ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกสร้างการเติบโตผ่าน "พลังของความสนใจ"
และไม่มีใครดึงดูดความสนใจจากแฟนบอลทั่วโลกได้ดีไปกว่าแชมป์โลกชาวอาร์เจนไตน์
ผลลัพธ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ยอดขายเสื้อเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ราคาตั๋วพุ่งสูงขึ้น
ผู้ติดตามของอินเตอร์ ไมอามี่ เติบโตแบบก้าวกระโดด
ขณะที่ MLS ได้รับความสนใจจากแฟนบอลทั่วโลกมากกว่าที่เคย
นี่จึงไม่ใช่เพียงการเซ็นสัญญากับนักเตะคนหนึ่ง
แต่เป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับทั้งลีก สโมสร และระบบธุรกิจฟุตบอลของสหรัฐอเมริกา
⚽️ โรนัลโด้ : มากกว่าการเซ็นสัญญาของสโมสรฟุตบอล
ในขณะที่เมสซี่ถูกดึงมาเพื่อช่วยยกระดับลีก
การย้ายของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไปยัง อัล นาสเซอร์ ในช่วงปลายปี 2022 กลับมีมิติที่กว้างกว่านั้น
หลายคนมองว่านี่คือดีลค่าเหนื่อยมหาศาลของนักเตะวัยใกล้ปลายอาชีพ
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราเริ่มเห็นว่าการมาของโรนัลโด้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่ใหญ่กว่าฟุตบอล
ภายใต้แผน Vision 2030 ซาอุดีอาระเบียกำลังพยายามกระจายเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพารายได้จากน้ำมัน และสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ประเทศผ่านกีฬา การท่องเที่ยว และการลงทุน
ในมุมนี้ โรนัลโด้ไม่ได้ถูกมองเพียงในฐานะนักฟุตบอล
แต่เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้ของผู้คนทั่วโลกมากที่สุด
หลังการมาถึงของเขา ลีกซาอุดีอาระเบียได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
นักเตะชื่อดังหลายคนตัดสินใจย้ายตามมา
สปอนเซอร์และผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดจากหลายประเทศเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น
ขณะที่ชื่อของซาอุดีอาระเบียถูกพูดถึงในวงการกีฬาระดับโลกบ่อยครั้งกว่าเดิม
หากมองในเชิงการตลาด ซาอุดีอาระเบียไม่ได้ลงทุนเพียงเพื่อซื้อจำนวนประตูของโรนัลโด้
แต่กำลังลงทุนใน "ความสนใจของโลก"
สองดีล สองแนวคิด
แม้ทั้งเมสซี่และโรนัลโด้จะเป็นนักฟุตบอลระดับตำนานเหมือนกัน
แต่เป้าหมายของผู้ที่ดึงตัวพวกเขาไปนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจน
MLS ต้องการสร้างการเติบโตของลีก
พวกเขาใช้เมสซี่เป็นศูนย์กลางในการดึงดูดแฟนบอล ผู้ชม และรายได้เข้าสู่ระบบฟุตบอลอเมริกัน
ส่วนซาอุดีอาระเบียต้องการยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศบนเวทีโลก
พวกเขาใช้โรนัลโด้เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการสร้างการรับรู้ ดึงดูดนักท่องเที่ยว นักลงทุน และความสนใจจากนานาชาติ
หากอธิบายให้เห็นภาพง่ายที่สุด
เมสซี่คือการลงทุนในธุรกิจฟุตบอล ส่วนโรนัลโด้คือการลงทุนใน Soft Power หรืออิทธิพลเชิงภาพลักษณ์ของประเทศ
แล้วใครประสบความสำเร็จมากกว่ากัน?
คำตอบอาจไม่มีถูกหรือผิด
เพราะทั้งสองฝ่ายต่างกำลังบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
เมสซี่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับ MLS และอินเตอร์ ไมอามี่
ขณะที่โรนัลโด้ช่วยให้ลีกซาอุดีอาระเบียและประเทศซาอุดีอาระเบียได้รับความสนใจจากทั่วโลกมากขึ้น
แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ ทั้งสองดีลได้แสดงให้เห็นว่าในฟุตบอลยุคใหม่ คุณค่าของนักเตะไม่ได้ถูกวัดจากจำนวนประตูหรือถ้วยรางวัลเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
พวกเขาสามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจ
ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกีฬา
เปลี่ยนทิศทางของลีกฟุตบอล
และส่งผลต่อภาพลักษณ์ของทั้งประเทศได้ในเวลาเดียวกัน
เมสซี่ช่วยให้โลกหันมามองลีกฟุตบอลของสหรัฐอเมริกา
ส่วนโรนัลโด้ช่วยให้โลกหันมามองซาอุดีอาระเบีย
คนหนึ่งถูกใช้เพื่อสร้างตลาด
อีกคนถูกใช้เพื่อสร้างภาพลักษณ์
และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไม แม้ทั้งคู่จะออกจากยุโรปไปแล้ว แต่คุณค่าของพวกเขากลับไม่เคยลดลงเลย
#เจษซอย7 #messi #ronaldo
โฆษณา