25 มิ.ย. เวลา 09:27 • ข่าว

"Nirvana Plan" แผนเปลี่ยนไรเดอร์ 7 แสนคนให้กลายเป็นพนักงานออฟฟิศของ JD.com

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การมาของ Ai ได้สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างกับแรงงานมนุษย์ ที่นักวิเคราะห์แทบทุกสำนักฟันธงว่า Ai จะเข้ามาแย่งงานมนุษย์มากกว่าล้านตำแหน่งภายในไม่กี่ปีข้างหน้า โดยเฉพาะงานของกลุ่ม White Collar หรือชาวออฟฟิศระดับปฏิบัติการทั้งหลาย ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด
ในสหรัฐอเมริกา เฉพาะไตรมาศแรกของปี 2026 บริษัทด้านเทคโนโลยีได้ประกาศเลิกจ้างพนักงานไปแล้วมากกว่า 78,000 ตำแหน่ง ในจำนวนนั้นมีถึง 48% ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับงาน Ai ด้วยซ้ำไป
1
และในขณะที่เราคุยกันในประเด็นนี้ Meta เพิ่งประกาศ layoff พนักงานเกือบ 8,000 ตำแหน่งในแคลิฟอร์เนีย ที่เป็นสำนักงานใหญ่ และ ที่วอชิงตัน ซึ่งเป็นหนึ่งในออฟฟิศที่ใหญ่ที่สุดของ Meta
ที่น่าตกใจคือ พนักงานระดับผู้จัดการเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากแผนปรับโครงสร้างของ Meta ที่โดนเลิกจ้างมากถึงเกือบ 1,500 คน และกว่าครึ่งเป็นวิศวกรซอฟท์แวร์
เมื่อฟังถึงตรงนี้ หลายคนคงเกิดความรู้สึกสิ้นหวังว่าคงถึงคราวที่ มนุษย์เสื้อขาวต้องละอัตตาไปทำงานใช้แรง หรือ ไม่ก็ไปรับจ้างเป็นไรเดอร์ หาเงินเลี้ยงชีพให้มันรู้แล้ว รู้รอดไป😤
แต่ทว่า ริชาร์ด หลิว หรือ หลิว เฉียงตง ผู้ก่อตั้ง JD.com แพลทฟอร์ม e-Commerce ยักษ์ใหญ่ของจีนนั้นเห็นต่าง และกำลังวางแผนทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง คือ เราต้องเปลี่ยนพนักงานใช้แรงงาน หรือ ที่เรียกว่า Blue Collar ให้มาเป็นพนักงานออฟฟิศ เพื่อความอยู่รอดในยุค Ai ต่างหาก
ริชาร์ด หลิว ได้กล่าวปราศรัยในงาน APEC China CEO Forum 2026 ที่กรุงปักกิ่งว่า งานขนส่งสินค้าในอนาคตจะถูกแทนที่ด้วยโดรน, หุ่นยนต์โรบอต และระบบ Ai เกือบทั้งหมด ซึ่งเป็นทิศทางที่ไม่อาจเลี่ยงได้แล้ว
คำถามคือ แล้วเราจะทำอย่างไรกับพนักงานภาคขนส่งที่มีอยู่ถึง 7 แสนคนในตลาดแรงงาน โดยที่เราไม่ต้องปลดพวกเขา เมื่อยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนั้นมาถึง?
วิสัจฉนาตามความคิดของ CEO Jd.com ก็คือโครงการ Nirvana Plan เปลี่ยนพนักงานไรเดอร์กว่า 7 แสนคน ให้กลายเป็น White Collar กลับเข้ามานั่งทำงานในออฟฟิศ แล้วให้หุ่นโรบอตจัดการเรื่องขนส่งไป
หลิว เฉียงตง มองว่าในอนาคตที่หุ่นยนต์โรบอตจะเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ นั่นหมายความว่า เราต้องใช้หุ่นยนต์เป็นจำนวนมากในระบบ ถามว่า แล้วใครจะเป็นคนดูแลโรบอต เช็คระบบ ซ่อมบำรุง เครื่องจักรจำนวนมหาศาลเหล่านั้น ถ้าไม่ใช่มนุษย์
ดังนั้น แทนที่เราจะให้คนงานลงไปทำงานใช้แรงงาน ขนส่ง แบกหาม เราก็ให้หุ่นยนต์ทำไป แล้วให้คนงานมาทำงานดูแล จัดการเครื่องยนต์โรบอตอีกที ซึ่งเป็นงานที่สามารถทำงานในออฟฟิศได้
แต่ทั้งนี้เราต้องเสริมความรู้ใหม่ให้คนงานเหล่านั้น ให้มีทักษะเรื่องเครื่องจักรกล โรบอต และระบบปัญญาประดิษฐ์ ให้สามารถดูแล ซ่อมแซม หุ่นยนต์เหล่านั้นได้
นั่นจึงเป็นแผนที่วางไว้ใน Nirvana Plan ที่ JD.com ได้เซ็นสัญญากับโรงเรียนกว่า 120 แห่งทั่วประเทศจีน ให้พนักงานส่งของได้กลับเข้าห้องเรียน ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการซ่อมบำรุงหุ่นยนต์โรบอต เป็นการยกระดับทักษะความรู้ชั้นสูงให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในระบบ กลไกหุ่นยนต์ ที่เชื่อว่าจะเป็นสายงานที่มีความต้องการสูงมากในอนาคตอันใกล้
หลิว เฉียงตง กล่าวว่า จุดประสงค์ของเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้งานของมนุษย์ง่ายขึ้น ไม่ใช่เอามาใช้เพื่อแย่งงานของมนุษย์
แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน บทบาทหน้าที่ของมนุษย์ก็ต้องเปลี่ยนตาม ทักษะ ความรู้เป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาตลอดเวลาเพื่อตามยุคสมัยให้ทัน ซึ่ง โครงการ Nirvana Plan นี้ จะช่วยเหลือพนักงานขนส่งเหล่านั้น ให้ก้าวทันยุคเปลี่ยนผ่านด้วยคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้
ก็ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีมาก หากมีบริษัทยักษ์ใหญ่เข้ามาช่วยเหลือด้านการ upskill ให้โอกาสพนักงานยกระดับทักษะ เพื่อย้ายไปทำงานในแผนกอื่น แทนที่จะเลิกจ้าง แต่น่ากลัวว่า อาจจะไม่ใช่แค่กลุ่มพนักงานไรเดอร์ ที่ต้องย้ายไปทำงานซ่อมหุ่นยนต์ แม้แต่คนระดับผู้จัดการ คงต้องหันมาจับงานขันนอต หยอดน้ำมันหุ่นยนต์บ้างแล้วเหมือนกัน
****************
ติดตามบทความของ "หรรสาระ" เพิ่มเติมได้ที่
Facebook - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
Twitter - @HunsaraByJeans
Blockdit - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
แพลทฟอร์มคุณภาพ ไม่ปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหา
****************
แหล่งข้อมูล
โฆษณา