Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนแมน
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 03:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ
สงครามยืดเยื้อ ทำให้รัสเซีย ต้องพึ่งพาจีนแบบหมดทางเลือก
ในช่วงเวลาแค่ไม่ถึง 10 ปีมานี้ คนที่ติดตามข่าวสารที่เกิดขึ้นในทั่วทุกมุมโลก คงจะเห็นเหมือนกันว่า มีเรื่องราวใหญ่ ๆ เกิดขึ้นมากมายอย่างไม่หยุดหย่อน
ไม่ว่าจะเป็น สงครามกลางเมืองในซีเรีย, การล่มสลายของ ISIS, สงครามอิสราเอล-อิหร่าน และโรคระบาดครั้งใหญ่ในรอบ 100 ปี
หนึ่งในเหตุการณ์ครั้งสำคัญในช่วงไม่กี่ปี นอกเหนือจากที่ได้กล่าวมา ก็คือสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่เริ่มต้นเมื่อต้นปี 2022
ซึ่งเคยมีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก ต่างพากันเชื่อว่า รัสเซียจะเอาชนะยูเครนได้ไม่ยาก และสงครามนี้จะสิ้นสุดลงภายในเวลาสั้น ๆ เท่านั้น
ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน สงครามก็ยังไม่ได้มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด.. อีกทั้งผู้เริ่มต้นสงครามอย่างรัสเซียเอง ก็กำลังต้องแบกรับผลลัพธ์ คือสภาพเศรษฐกิจของประเทศ ที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
หนทางในการเอาตัวรอดของรัสเซียในตอนนี้ หลังต้องเจอความโดดเดี่ยวจากอดีตประเทศคู่ค้า ที่เลือกหันหลังให้กับรัสเซียอย่างถาวร ก็คือการหันมาพึ่งพาจีน แบบหมดทางเลือก
หากสงสัยว่า ผลของการเริ่มต้นสงคราม และไม่สามารถเอาชนะได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เปลี่ยนสภาพเศรษฐกิจของรัสเซีย ให้ต้องฝากความหวังเอาไว้กับจีนขนาดไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ย้อนกลับไปก่อนปี 2022 รัสเซียยังไม่ได้พึ่งพาจีนเป็นลูกค้าหลักแบบทุกวันนี้ เพราะตลาดการค้าที่ใหญ่ที่สุด และทำกำไรให้รัสเซียมากที่สุดคือ ยุโรป
อย่างการซื้อขายพลังงานในแต่ละปีนั้น ยุโรปนำเข้าก๊าซจากรัสเซียมากถึง 155,000 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นสัดส่วนถึง 40% ของปริมาณก๊าซที่ยุโรปใช้ทั้งหมด
ความสัมพันธ์นี้ เปรียบเสมือนคู่ค้าที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ เกื้อหนุนกันมายาวนาน
แต่ทุกอย่างก็ต้องพลิกผัน เมื่อรัสเซียตัดสินใจบุกยูเครน ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022..
สถานการณ์บีบคั้นให้ทุกฝ่ายต้องถอยห่างจากรัสเซีย แม้กระทั่งยุโรปเองที่ต้องพึ่งพาก๊าซจากรัสเซียมาตลอด ก็ไม่เว้น
สัดส่วนก๊าซที่นำเข้ายุโรปจากรัสเซีย ลดน้อยลงเหลือเพียง 12% และตามแผน REPowerEU ของสหภาพยุโรป ก็ได้ประกาศชัดแล้วว่า ภายในปี 2027 นี้ จะเลิกนำเข้าก๊าซจากรัสเซียอย่างถาวร..
เมื่ออู่ข้าวอู่น้ำ ที่เคยสร้างเม็ดเงินให้กับรัสเซียทุกปี ปีละมหาศาล ต้องแห้งเหือดไป อีกทั้งสงครามที่เคยวางแผนไว้ว่า จะเอาชัยชนะมาอย่างรวดเร็ว ก็ไม่เกิดขึ้น
1
รัสเซียจึงตกอยู่ในสภาพต้องหาเงินมาเลี้ยงทั้งกองทัพ และพยุงเศรษฐกิจในประเทศให้อยู่รอดได้ ไปพร้อม ๆ กัน
โดยประตูตลาดการค้า ก็กำลังปิดตัวลงทีละบาน ๆ จนเหลือทางเลือกให้เดินต่อจากนี้ อีกไม่มากนัก
หนทางเดียวที่ยังเหลือ และมีขนาดใหญ่พอจะรองรับปริมาณการขายก๊าซจากรัสเซียได้ ก็มีอยู่แค่ประเทศเดียวคือจีน ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่พอจะอุ้มชูให้เศรษฐกิจรัสเซีย ยังอยู่รอดต่อไปได้
ตัวเลขที่เกิดขึ้น ในช่วงไม่ถึง 2 ปีมานี้ สะท้อนความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนมาก
ปี 2025 รัสเซียส่งออกน้ำมันทางเรือถึง 80% ไปให้กับจีนและอินเดีย แต่ล่าสุดนี้เอง อินเดียก็จำใจต้องยอมถอยห่างจากการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย เพราะโดนสหรัฐอเมริกาใช้มาตรการภาษีการค้า เป็นเครื่องมือต่อรอง
นั่นเท่ากับว่า ต่อไปจะเหลือแค่จีนเท่านั้น ที่เป็นตลาดใหญ่เพียงแห่งเดียวในโลก ให้รัสเซียยังพึ่งพาได้
อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้มีแค่เรื่องของการขายน้ำมันแต่เพียงอย่างเดียว ที่รัสเซียต้องพึ่งพาจีน
เพราะแม้แต่สกุลเงินที่ใช้ในการค้าระหว่าง 2 ประเทศนี้ ก็ได้เปลี่ยนไป จนเกือบจะหมดสภาพของการค้าแบบเดิมแล้ว..
ก่อนสงคราม การชำระเงินด้วยเงินหยวน คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 2% ของการค้าทั้งหมดของรัสเซีย
แต่ทุกวันนี้ การชำระเงินระหว่างรัสเซียกับจีน ได้ทำผ่านสกุลเงินรูเบิลของรัสเซีย และหยวนของจีน ถึงสัดส่วน 99% ของการค้าทั้งหมดของรัสเซียไปแล้ว
หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ชะตาชีวิตของค่าเงินรัสเซียตอนนี้ แทบจะผูกติดอยู่กับความเป็นไปของประเทศจีน โดยที่รัสเซียแทบจะไม่มีอำนาจควบคุมค่าเงินของตัวเองเลย..
นอกจากเรื่องนี้ ก็ยังมีอีกบางเรื่อง ที่รัสเซียกำลังโดนจีนบีบ ให้ตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้า คายก็ไม่ออก
อย่างโครงการท่อก๊าซ Power of Siberia 2 ที่รัสเซียพยายามผลักดันสุดตัว เพื่อหาทางระบายก๊าซที่เคยขายให้ยุโรป ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง
จุดคุ้มทุนของรัสเซียอยู่ที่ราว 125 ดอลลาร์สหรัฐต่อพันลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ทางเลือกของจีนอย่างการซื้อ LNG ก็มีราคาเฉลี่ยสูงถึง 370 ดอลลาร์สหรัฐต่อพันลูกบาศก์เมตร
ฟังดูแล้ว ดีลนี้ก็ควรจะปิดได้ง่าย ๆ เพราะผลตอบแทนก็ดูจะสมประโยชน์กันทั้ง 2 ฝ่าย ให้รัสเซียขายของได้ และจีนก็ได้ซื้อของในราคาถูก
1
แต่การเจรจาก็กลับยืดเยื้อมานานถึง 20 ปี เพราะจีนรู้ดีว่า รัสเซียไม่มีทางหาผู้ซื้อรายอื่นมาทดแทนได้ จึงไม่จำเป็นต้องรีบเร่ง และยังพยายามถ่วงเวลา กดราคารัสเซีย ให้ต่ำลงไปเรื่อย ๆ
1
นอกจาก 2 เรื่องที่กล่าวมา ภาพแบบเดียวกันนี้ ก็ยังปรากฏชัด ในตลาดรถยนต์ของรัสเซียเช่นกัน
เมื่อบริษัทรถยนต์จากตะวันตก พากันถอนตัวออกจากรัสเซีย การซื้อหารถยนต์ที่เคยมีทางเลือกหลากหลาย ก็เหลือเพียงแค่ผู้เล่นจากจีน เข้ามาเติมเต็มช่องว่างแทน
ในปี 2024 จีนส่งออกรถยนต์ไปรัสเซีย ทะลุ 1 ล้านคันเป็นครั้งแรก เปลี่ยนสภาพถนนในกรุงมอสโก ให้คลาคล่ำไปด้วยแบรนด์จีน
จนอาจจะทำให้คนที่มีโอกาสไปเที่ยวรัสเซีย พากันสงสัยเอาได้ว่า ตอนนี้เรากำลังอยู่ประเทศไหนกันแน่..
ตรงนี้เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนว่า แม้แต่เรื่องที่ดูเล็กน้อย อย่างการเลือกซื้อรถยนต์มาใช้ คนรัสเซียก็แทบจะไม่เหลือทางเลือกแล้ว
ซึ่งหากเราลองวิเคราะห์ให้ละเอียดยิ่งขึ้น ผ่านเนื้อหาที่เล่ามา ก็คงจะเห็นเหมือนกันว่า ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่าง 2 ประเทศ ตอนนี้มีความสำคัญต่อรัสเซียมากกว่าจีน อย่างเทียบกันไม่ได้เลย
และจากการที่ประเทศหนึ่ง ยอมให้สกุลเงินของประเทศอื่น เข้ามามีบทบาทในระบบเศรษฐกิจของตัวเองมากเกินไป จนตัวเองแทบจะไม่เหลืออำนาจในการควบคุมสกุลเงิน
ก็คือสัญญาณ ที่บ่งบอกถึงความอ่อนแอจากภายใน แบบหมดรูป..
แต่ก็ต้องบอกตามตรงว่า แม้รัสเซียจะตกอยู่ในสถานะแทบจะไร้อำนาจต่อรอง แต่ก็ยังไม่ได้อยู่ในจุดที่ความเป็นรัสเซีย หมดอำนาจลงอย่างสิ้นเชิง
เพราะรัสเซียก็ยังเป็นประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์มากที่สุดในโลก และยังสามารถมีอิสระควบคุมทิศทางนโยบายประเทศของตัวเองได้เต็มที่
จนพอจะกู้สถานการณ์ แก้ปัญหาความขัดแย้งที่คาราคาซังนี้ได้ หากคู่สงครามและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคน ยอมลดราวาศอก และเลือกหันมาหาเส้นทางสันติภาพแทน
1
อ่านมาถึงตรงนี้ เราก็น่าจะเข้าใจกันถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างภายในที่เกิดขึ้นกับรัสเซีย จากผลกระทบของสงครามที่ยืดเยื้อมา 4 ปี กันดีขึ้นแล้ว
บทเรียนจากสงครามครั้งนี้ บางทีอาจจะกำลังสอนเราว่า อำนาจต่อรองในโลกนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ว่า ใครมีกองทัพหรืออาวุธยุทโธปกรณ์มากกว่ากัน
แต่ขึ้นอยู่กับว่า ยามเมื่อเวลาคับขันเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายมาถึง ตอนนั้นใครจะมีทางเลือกเอาตัวรอดเหลือมากกว่ากัน
ในอดีตก่อนปี 2022 ที่สงครามยังไม่เกิดขึ้น รัสเซียเคยมีลูกค้าจากประเทศยุโรปมากมาย และสามารถเลือกค้าขายกับใครก็ได้ในโลก จนดูเหมือนมีอำนาจต่อรองอยู่ล้นมือ
แต่เมื่อวันที่ประตูเกือบทุกบานปิดลงพร้อมกัน โดยมิได้นัดหมายมาก่อน จนเหลือเพียงแค่ประตูบานเดียวที่ยังเปิดอ้าอยู่คือจีน
ลองคิดดูว่า หากเราเป็นจีน ที่เหลือเป็นลูกค้าแค่คนเดียวของรัสเซีย เราจะมีอำนาจต่อรองมากขนาดไหนกัน และเราจะใช้โอกาสนั้น เรียกร้องอะไรบ้าง
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่บทเรียนในระดับประเทศเท่านั้น แต่ก็ช่วยสะท้อนถึงชีวิตของพวกเราทุกคนได้เหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นการต้องตัดสินใจในเรื่องธุรกิจ หรือกระทั่งชีวิตส่วนตัว การมีทางเลือกเหลือเพียงแค่ทางเดียว ย่อมเป็นอันตรายเสมอ
เพราะในสถานการณ์แบบนั้น เราแทบจะไม่สามารถควบคุมผลลัพธ์การตัดสินใจ ให้เราได้เปรียบทุกประตูได้เลย
นั่นจึงเป็นบทเรียนสำคัญว่า ทำไมการกระจายความเสี่ยง ให้เรามีทางรอด พร้อมทั้งตัดสินใจให้รอบคอบ ก่อนที่จะเลือกทำอะไรก็ตาม
และมองเกมของชีวิตที่เราต้องเล่นด้วยมุมมองระยะยาว จนไม่ลืมละเลยที่จะพิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้น หากทุกสิ่งไม่เป็นไปตามที่เราคิด
จึงเป็นเรื่องจำเป็น ที่เราต้องตระหนักเอาไว้ในใจเสมอ..
References
-
https://energy.ec.europa.eu/strategy/repowereu-phase-out-russian-energy-imports_en
-
https://www.themoscowtimes.com/2026/01/26/eu-gives-final-approval-to-russian-gas-ban-a91781
-
https://oilprice.com/Energy/Crude-Oil/China-Steps-In-as-India-Wavers-in-Russias-Oil-Trade.html
-
https://oilprice.com/Latest-Energy-News/World-News/Russia-Shipped-80-of-its-2025-Oil-Exports-to-China-and-India.html
-
https://www.aa.com.tr/en/world/russia-china-conduct-over-99-of-trade-in-national-currencies-says-official/3734770
-
https://tass.com/economy/2039043
-
https://carnegieendowment.org/russia-eurasia/politika/2025/09/russia-china-gas-deals
-
https://carnewschina.com/2025/11/17/chinese-auto-exports-to-russia-plummet-58-amid-policy-squeeze-and-market-cool-down/
-
https://eias.org/publications/op-ed/the-power-of-the-siberia-2-pipeline-china-russia-and-mongolia-at-the-nexus-of-energy-geopolitics/
เศรษฐกิจ
26 บันทึก
43
1
20
26
43
1
20
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย