Note : ภาพการลงโทษบริเวณตอนล่างของผนัง A และ B แม้จะอยู่ในบริบทเดียวกัน คือการทำให้ผู้มาเยือนตระหนักถึงผลแห่งบาปและความน่าพรั่นพรึงของนรก แต่เมื่อพิจารณาให้ละเอียด จะเห็นว่าน้ำหนักของทั้งสองด้านไม่เหมือนกันนัก
ผนัง A ดูจะเน้นภาพรวมของการพิพากษาและสภาพของผู้ถูกตัดสินแล้ว—เป็นภาพของชะตากรรมปลายทางของผู้หลงผิด .. ส่วนผนัง B กลับมีลักษณะเป็นชุดภาพสอนใจที่แจกแจงคนบาปเป็นหมวดหมู่มากกว่า ราวกับศิลปินตั้งใจให้ผู้ชมอ่านทีละช่องว่า ความผิดแต่ละแบบนำไปสู่การลงทัณฑ์เช่นใด
ด้วยเหตุนี้ หากผนัง A คือภาพเตือนใจเรื่อง “ปลายทางของบาป” ผนัง B ก็ดูจะเป็นภาพอธิบาย “ชนิดของบาปและผลตอบแทนของมัน” อย่างเป็นรูปธรรมและตรงไปตรงมามากขึ้น
ยิ่งมองนานขึ้น เราจะยิ่งเห็นว่า จิตรกรรมด้าน A ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสอนให้ “กลัวนรก” หากกำลังสอนให้มนุษย์ ตระหนักถึงน้ำหนักของเสรีภาพ
อีกสิ่งหนึ่งที่สะดุดตาอย่างมากในระเบียงของอารามริลา ต่อเนื่อง จมุมระเบีงภาพด้าน A. และ B คือภาพบุคคลศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏต่อเนื่องอยู่แทบทุกช่วงเสา ทุกคอซุ้ม และทุกแถบผนัง ภาพเหล่านี้มิได้เล่าเรื่องเป็นลำดับ