Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Supawan’s Colorful World
•
ติดตาม
26 มิ.ย. เวลา 05:41 • ท่องเที่ยว
Balkan 2026 (77) …Bulgaria: Sofia: Cathedral Garden
สวนแห่งศรัทธา ความทรงจำ และจิตวิญญาณของชนชาติบัลแกเรีย
หากกรุงโซเฟียคือหัวใจของประเทศบัลแกเรีย พื้นที่สีเขียวรอบ โบสถ์เซนต์โซเฟีย (Saint Sofia Church Garden) ก็คงเปรียบได้กับสมุดบันทึกประวัติศาสตร์เล่มใหญ่ที่เปิดกางไว้ให้ผู้มาเยือนได้อ่านอย่างเงียบสงบใต้ร่มเงาแมกไม้
สวนแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อนของชาวเมือง หากแต่ได้รับการออกแบบให้เป็น “อนุสรณ์สถานกลางแจ้ง” ที่บอกเล่าเรื่องราวของการก่อร่างสร้างชาติ ความศรัทธา การต่อสู้ และการเปลี่ยนผ่านของบัลแกเรีย ตั้งแต่ยุคกลาง ยุคฟื้นฟูชาติ ยุคสังคมนิยม จนถึงบัลแกเรียยุคใหม่
เมื่อเดินไปตามทางภายในสวน เราจะพบประติมากรรมและอนุสาวรีย์เรียงรายอยู่แทบทุกมุม แต่ละชิ้นล้วนมีเรื่องราวเป็นของตนเอง
เริ่มจากกลุ่มประติมากรรมสมัยใหม่ที่มีรูปทรงบิดเบี้ยว แขนที่ยกสูง และร่างมนุษย์ที่โอบกอดกัน ผลงานแนว Abstract และ Expressionist เหล่านี้ไม่ได้เน้นความเหมือนจริง
… หากใช้ท่วงท่าของร่างกายถ่ายทอดอารมณ์แห่งความทุกข์ ความสูญเสีย ความหวัง และการแสวงหาเสรีภาพ หลายชิ้นสะท้อนบาดแผลจากสงครามและยุคคอมมิวนิสต์ ขณะที่บางชิ้นเป็นการสดุดีผู้เสียสละผู้ไร้นามที่ร่วมสร้างชาติ
ถัดมา คือ อนุสาวรีย์อีวาน วาซอฟ (Ivan Vazov) นักเขียนและกวีผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งวรรณกรรมบัลแกเรียสมัยใหม่”
ผลงานของเขาปลุกจิตสำนึกรักชาติ ถ่ายทอดชีวิตของผู้คน และบันทึกความงดงามของแผ่นดินบัลแกเรียเอาไว้จนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรม รูปปั้นในอิริยาบถนั่งสงบกลางสวน ราวกับกำลังเฝ้ามองผู้คนรุ่นหลังใช้ชีวิตอยู่ในเสรีภาพที่เขาเคยใฝ่ฝัน
ไม่ไกลกันนักคือ อนุสาวรีย์ซาร์ซามูอิล (Tsar Samuil) กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งจักรวรรดิบัลแกเรียที่ 1 ผู้ครองราชย์ระหว่าง ค.ศ. 997–1014
พระองค์ทรงเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ การปกป้องแผ่นดิน และการต่อต้านจักรวรรดิไบแซนไทน์ ดาบและไม้กางเขนในพระหัตถ์สะท้อนทั้งพลังแห่งการปกครองและความศรัทธาในคริสต์ศาสนาออร์โธดอกซ์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของอัตลักษณ์ชาวบัลแกเรีย
ดวงตาของรูปปั้นถูกออกแบบให้มีประกายพิเศษ เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สะเทือนใจในประวัติศาสตร์ เมื่อทหารของพระองค์นับหมื่นถูกทำให้ตาบอดหลังความพ่ายแพ้ในสงคราม กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสูญเสียและศักดิ์ศรีที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของชาติ
ระหว่างทางยังพบอนุสาวรีย์ทหารผู้ถือธงในท่วงท่าสง่างาม ซึ่งเป็นงานประติมากรรมแบบ Heroic Realism ที่ได้รับความนิยมในยุโรปตะวันออก ธงที่โบกสะบัดหมายถึงเสรีภาพ การปลดปล่อยจากจักรวรรดิออตโตมัน และการกำเนิดของรัฐบัลแกเรียสมัยใหม่
เมื่อเดินมาถึงด้านหน้าโบสถ์เซนต์โซเฟีย บรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นความสงบขรึม ที่นี่คือ อนุสาวรีย์ทหารนิรนาม (Monument to the Unknown Soldier)
มีสิงโตสำริดขนาดใหญ่หมอบเฝ้าอยู่เบื้องหน้า เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ ความสง่างาม และการพิทักษ์มาตุภูมิของชาวบัลแกเรีย ข้างกันคือเปลวไฟนิรันดร์ที่ลุกโชนไม่เคยมอด เพื่อรำลึกถึงเหล่าทหารผู้สละชีวิตเพื่อประเทศชาติ
ฉากหลังของอนุสาวรีย์คือ โบสถ์เซนต์โซเฟีย โบสถ์อิฐแดงอายุกว่า 1,500 ปี ซึ่งรอดผ่านทั้งสงคราม การเปลี่ยนแปลงการปกครอง และยุคออตโตมัน จนกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่มอบ “ชื่อ” ให้แก่กรุงโซเฟียในปัจจุบัน
จากสวนแห่งนี้ หากเดินต่อไปยังใจกลางเมือง จะพบ อนุสาวรีย์เซนต์โซเฟีย (Monument of Saint Sofia) ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2000 บนพื้นที่เดิมที่เคยตั้งรูปปั้นวลาดีมีร์ เลนิน หลังการล่มสลายของระบอบคอมมิวนิสต์ อนุสาวรีย์สูงกว่า 22 เมตรแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแลนด์มาร์กของเมือง แต่ยังสะท้อนการก้าวผ่านจากอดีตสู่ยุคใหม่ของบัลแกเรียอีกด้วย
แม้จะใช้ชื่อ “เซนต์โซเฟีย” แต่รูปปั้นไม่ได้ถ่ายทอดภาพนักบุญตามขนบคริสต์ศาสนา หากเป็นงานประติมากรรมเชิงสัญลักษณ์ที่ผสมผสานองค์ประกอบต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นมงกุฎที่สื่อถึงเกียรติยศของเมืองหลวง นกฮูกซึ่งหมายถึงปัญญาและความรู้ตามความหมายของคำว่า Sophia ในภาษากรีก และพวงมาลัยลอเรลซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและความสำเร็จ รูปลักษณ์อันสง่างามแต่แฝงความอ่อนช้อยนี้เคยก่อให้เกิดข้อถกเถียงจากคริสตจักรออร์โธดอกซ์ เพราะถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองในเชิงโลกีย์มากกว่าจะเป็นภาพของนักบุญตามหลักศาสนา
รอบบริเวณอนุสาวรีย์ยังรายล้อมด้วยสถานที่สำคัญของกรุงโซเฟีย ทั้งทำเนียบประธานาธิบดี อาคารรัฐสภาเดิม ห้างสรรพสินค้า TZUM และสถานีรถไฟใต้ดิน Serdika ซึ่งใต้ดินยังคงเก็บรักษาซากเมืองโรมันโบราณเอาไว้
สิ่งที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้น่าประทับใจที่สุด อาจไม่ใช่อนุสาวรีย์ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่คือการที่ประวัติศาสตร์ทุกยุคสมัยสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน ภายในสวนเดียว ผู้คนเดินผ่านกษัตริย์แห่งยุคกลาง นักเขียนผู้ปลุกจิตวิญญาณของชาติ วีรบุรุษสงคราม งานศิลปะร่วมสมัย และร่องรอยของยุคคอมมิวนิสต์ ก่อนจะเดินต่อไปยังโบสถ์โดมหัวหอมสีทองของรัสเซีย
ราวกับกำลังเดินผ่านหน้าประวัติศาสตร์ของยุโรปตะวันออกทีละบท…
และเมื่อแสงแดดยามบ่ายสาดกระทบอิฐสีแดงของโบสถ์ รูปปั้นสิงโต และเรือนยอดไม้เหนือศีรษะ เวลาก็ดูเหมือนจะเดินช้าลง เปิดโอกาสให้เราได้หยุดนิ่ง รับฟังเรื่องเล่าของแผ่นดินบัลแกเรีย ที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในสวนแห่งนี้อย่างไม่รู้จบ
บันทึก
1
1
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย