4 ชั่วโมงที่แล้ว • ข่าวรอบโลก

💥 วิกฤตคือโอกาส! "กวี ชูกิจเกษม" ลั่น! ทองคำย่อรอบนี้คือ "ของเซลล์" ช้าหมดอดรวย...สถิติชี้ชัด พุ่งทะยานทำ New High แน่นอน! 🚀💰

.
โลกการเงินที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ "ทองคำ" ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเสมอ ล่าสุด คุณกวี ชูกิจเกษม นักกลยุทธ์การลงทุนชื่อดัง ได้ออกมาเปิดมุมมองที่ทำให้เหล่านักลงทุนต้องหันขวับ
โดยยืนยันว่าแม้ในระยะสั้นราคาทองคำจะมีความแกว่งตัวจนน่าหวาดเสียว แต่ภาพรวมใหญ่ในเวลานี้คือสภาวะ "ขาขึ้นครั้งมโหฬาร" (Bullish) อย่างชัดเจน ซึ่งนี่ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสินทรัพย์ปลอดภัยในการหลบภัยเศรษฐกิจ
.
หลายคนมักสงสัยว่า ในเมื่อทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ทำไมเวลามีข่าวร้ายแรงหรือสงครามปะทุขึ้น ราคาทองกลับดิ่งลงสวนทางอย่างรุนแรง คุณกวีได้ไขข้อข้องใจนี้ว่า ในวินาทีที่เกิดความตื่นตระหนก
กลุ่มมหาเศรษฐีและศูนย์กลางการเงินโลกอย่างดูไบหรืออาบูดาบี มักจะเลือกเทขายทองคำออกมาทันทีเพื่อเปลี่ยนเป็น "เงินสด" เนื่องจากต้องการสภาพคล่องสูงสุดในมือ แต่หลังจากฝุ่นหายตลบและสถานการณ์เริ่มนิ่ง เม็ดเงินเหล่านั้นก็จะไหลกลับเข้าสู่ทองคำตามเดิม
.
แรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ทองคำยังคงเป็นขาขึ้นในระยะยาว มาจากแนวโน้มการลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-Dollarization) ของธนาคารกลางทั่วโลก ที่พากันลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ แล้วหันมาสะสมทองคำแท่งเข้าคลังอย่างต่อเนื่อง
ประกอบกับความเชื่อมั่นในรัฐบาลอเมริกาเริ่มสั่นคลอนจากการพิมพ์เงินเพิ่มเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อ และเมื่อดูจากสถิติในอดีต ทุกครั้งที่โลกเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ราคาทองคำก็มักจะปรับตัวพุ่งทะยานขึ้นเพื่อตอบรับวิกฤตเสมอ
.
ในอดีตที่ผ่านมา หากราคาทองคำเข้าสู่ช่วงพักฐาน นักลงทุนอาจจะต้องนั่งเหงารอนานถึง 10-20 ปีกว่าที่ราคาจะกลับไปจุดเดิม ซึ่งเรียกว่าการพักฐานแบบ L-Shape แต่คุณกวีเชื่อว่าวัฏจักรในรอบนี้จะแตกต่างออกไป
โดยมองว่าจะเป็นการฟอร์มตัวแบบ U-Shape หรือ V-Shape ซึ่งเป็นการปรับฐานในระยะเวลาที่สั้นกว่ามาก หมายความว่านักลงทุนในยุคนี้จะไม่ต้องรอนานเหมือนในอดีต ก่อนที่ราคาจะดีดตัวกลับไปทำจุดสูงสุดใหม่ (New High)
.
ส่วนประเด็นที่หลายคนกังวลว่า "ทองคำ Lab" ที่ผลิตจากห้องทดลองจะเข้ามาทำลายมูลค่าของทองคำจริง เหมือนกรณีของเพชรแท้ที่โดนเพชร Lab แย่งตลาดนั้น คุณกวีชี้ให้เห็นว่าในความเป็นจริงมองต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เพราะปัจจุบันต้นทุนในการผลิตทองคำ Lab ยังคงสูงกว่าการขุดทองคำแท้จากเหมืองธรรมชาติถึง 100 เท่า ทำให้ในเชิงพาณิชย์ยังไม่คุ้มค่าอย่างรุนแรง และไม่มีทางที่เทคโนโลยีนี้จะเข้ามาทดแทนทองคำจริงได้ในอนาคตอันใกล้นี้
.
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในเวลานี้ คำแนะนำที่สำคัญที่สุดคือ "อย่ากลัวการติดดอย" หากราคาทองคำมีการปรับฐานและย่อตัวลงมาแรง ๆ ให้นักลงทุนมองว่าเป็นโอกาสทองในการทยอยซื้อสะสมเพิ่ม ไม่ใช่จุดที่ต้องตื่นตระหนกตกใจแล้วเทขายตามตลาด
สิ่งสำคัญคือต้องบริหารความใจเย็นและมีวินัยในการถือครอง เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีเงินปันผลเหมือนหุ้น แต่มันจะทำหน้าที่ค้ำประกันความมั่งคั่งได้ดีที่สุดเมื่อโลกขาดความเชื่อมั่นในระบบเงินตรา
.
ทองคำไม่ใช่สินทรัพย์ที่จะทำให้คุณรวยเฉียบพลันในช้ามคืน แต่มันคือ "ผู้พิทักษ์ความมั่งคั่ง" ที่ทุกพอร์ตการลงทุนจำเป็นต้องมีติดไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากวิกฤตการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
ดังนั้น ทุกครั้งที่ราคาทองคำย่อตัวลงมาลึก ๆ อย่าเพิ่งถอดใจหรือละสายตาไปไหน เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่า รถด่วนขบวนที่จะวิ่งไปสู่การทำ New High รอบใหม่ กำลังเปิดรับผู้โดยสารช้อนซื้อในราคาต้นทุนที่ถูกลงอีกครั้ง
โฆษณา