26 มิ.ย. เวลา 10:41 • ธุรกิจ

เทคนิค “ส่งของระวังแตก” อย่างไรให้ปลอดภัย ถึงมือผู้รับแบบไร้รอยขีดข่วน

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หรือใครก็ตามที่ต้องส่งของบอบบาง แตกหักง่าย เช่น แก้ว เซรามิก เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของตกแต่งบ้าน มักจะมีความกังวลใจทุกครั้งเมื่อถึงเวลาจัดส่ง เพราะหากพัสดุเกิดความเสียหายระหว่างทาง ย่อมส่งผลเสียทั้งต่อต้นทุนและทำให้ลูกค้าเสียความรู้สึก การรู้วิธีจัดการเตรียมความพร้อมก่อ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้สินค้าถึงปลายทางอย่างสมบูรณ์แบบ วันนี้เรามีเคล็ดลับการแพ็คของและเตรียมตัวก่อนจัดส่งแบบมืออาชีพมาฝากกัน รับรองว่าปลอดภัยหายห่วง!
1. เช็กความเปราะบาง และเลือกกล่องพัสดุให้เป๊ะ
ก่อนอื่นต้องประเมินก่อนว่าสิ่งของของเรามีความเปราะบางระดับไหน น้ำหนักเท่าไหร่ เพื่อที่จะได้เลือก "เกราะป้องกัน" ด่านแรกได้อย่างถูกต้อง
  • กล่องกระดาษลูกฟูก: เป็นตัวเลือกยอดฮิตที่คุ้มค่า แนะนำให้เลือกความหนาระดับ 3 ชั้น หรือ 5 ชั้นสำหรับของที่แตกง่าย และที่สำคัญคือต้อง "เลือกขนาดกล่องให้พอดีกับของ" ไม่ใหญ่เกินไปจนของกลิ้งไปมาได้ และไม่เล็กจนแน่นเกินไป
  • กล่องพลาสติกหรือลังไม้: หากสินค้ามีมูลค่าสูง มีน้ำหนักมาก หรือต้องการการปกป้องขั้นสุด การเลือกลงทุนใช้กล่องพลาสติกหนาๆ หรือตีลังไม้ครอบไปเลย ถือเป็นทางเลือกที่เซฟที่สุด
2. อุปกรณ์กันกระแทก ไอเทมลับที่ขาดไม่ได้
ของแตกง่ายจะอยู่รอดปลอดภัยได้ ต้องพึ่งพาวัสดุกันกระแทกด้านในกล่อง ซึ่งมีให้เลือกใช้หลากหลายตามการใช้งาน
  • บับเบิ้ลกันกระแทก (Bubble Wrap): ไอเทมกันตายที่ต้องมี ใช้ห่อสินค้าแต่ละชิ้นอย่างน้อย 2-3 ชั้น โดยเฉพาะบริเวณขอบหรือมุมที่เสี่ยงต่อการแตกหัก
  • เม็ดโฟม (Peanuts Foam) / กระดาษฝอย: ใช้สำหรับเทลงไปเพื่อเติมเต็มช่องว่างในกล่อง ป้องกันไม่ให้สินค้าเคลื่อนที่ไปมาระหว่างรถตกหลุมหรือเบรก
  • แผ่นโฟม / กระดาษลูกฟูก: เหมาะสำหรับนำมารองก้นกล่อง ปิดด้านบน หรือนำมาตัดทำเป็นพาร์ทิชัน (ฉากกั้น) ระหว่างสินค้าหลายชิ้นในกล่องเดียวกัน เพื่อไม่ให้ของกระทบกันเอง
3. สเต็ปการแพ็คของ (Packing) ฉบับมือโปร
เมื่ออุปกรณ์พร้อมแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการลงมือแพ็ค ซึ่งสามารถทำตามได้ง่ายๆ ดังนี้
  • 1.
    ห่อแยกชิ้นเสมอ: หากมีของหลายชิ้น ห้ามจับมารวมกันเด็ดขาด ให้ใช้บับเบิ้ลห่อแยกทีละชิ้น
  • 2.
    อุดทุกช่องโหว่: วางสินค้าลงตรงกลางกล่อง แล้วใช้วัสดุกันกระแทกอุดช่องว่างรอบๆ ให้เต็ม
  • 3.
    ปิดผนึกกล่องให้แน่นหนา: ใช้เทปกาวที่เหนียวและทนทาน ปิดผนึกแบบรูปตัว H (H-Taping) คือปิดรอยต่อตรงกลางและขอบกล่องทั้ง 4 ด้าน เพื่อป้องกันกล่องปริแตกเมื่อต้องรับน้ำหนัก
  • 4.
    ติดป้าย “ระวังแตก” (Fragile): อย่าลืมติดสติ๊กเกอร์ระวังแตกสีแดงให้เห็นชัดเจนในหลายๆ ด้านของกล่อง เพื่อเป็นการย้ำเตือนพนักงานขนส่งให้เพิ่มความระมัดระวัง
4. เลือกบริษัทขนส่งที่ไว้ใจได้ ตอบโจทย์งานบริการ
นอกจากจะแพ็คของมาอย่างดีแล้ว การเลือกพาร์ทเนอร์หรือบริษัทขนส่งก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีมาตรฐาน มีนโยบายรับประกันสินค้าเสียหาย หรือถ้าหากเป็นการขนย้ายของจำนวนมาก ของชิ้นใหญ่ หรือย้ายบ้าน การเรียกใช้บริการ ที่มีความเป็นมืออาชีพ มีคนช่วยยกและจัดเรียงสินค้าอย่างระมัดระวัง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการแตกหักเสียหายลงไปได้มากเลยทีเดียว
อ่านต่อเพิ่มเติม : https://captainmove.com/fragile/
โฆษณา