Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แตงโม สกลนคร
•
ติดตาม
26 มิ.ย. เวลา 11:58 • การเมือง
วงจรอุบาทว์ “โมเดลข้าราชการทิพย์สู่โครงการทิพย์”
เรื่องร้อนตลอดสัปดาห์นี้คือ การทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ประจำปี 2568 ประเด็นที่น่าทุเรศคือเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีขบวนการเครือข่ายนายหน้าทั่วประเทศ เรียกเก็บเงินคนละ 5-8 แสนบาท พบหลักฐานแก้ไขคะแนนกว่า 3,000 รายชื่อ และมีมีพิรุธแก้คำตอบคนไม่จ่ายเหลือ 0 คะแนน ประเมินความเสียหายอาจสูงถึง 4,500 ล้านบาท
[ข้าราชการทิพย์ คือการลงทุน]
ประสบการณ์ผมโดยตรงเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ตอนเรียนจบปริญญาตรีใหม่ ๆ มีคนของฝ่ายการเมืองทำงานในท้องถิ่น มาทาบทามผ่านครอบครัวผมชวนไปทำงานอยู่ อบต. คุยราคากันตรง ๆ เลยจ่ายแค่ 35,000 บาท ได้ไปทำงานทันที
โชคดีที่ผมมีพฤติกรรมชอบความท้าทายและไม่ได้ดูถูกความสามารถตนเอง วาสนาจึงไม่ได้เป็นหนุ่ม อบต. อันมีเกียรติมีศักดิ์ศรี แต่ก็ตกใจเหมือนกันนะหลังเพื่อนมาเล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันราคาเข้าทำงานที่ท้องถิ่นอัพเดทขึ้นเกิน 300,000 บาทแล้วนะ บางพื้นที่เรียกเป็นค่า “เลี้ยงอาหารกลางวันรุ่นพี่”
การทุจริตเข้าทำงานในท้องถิ่น เทศบาล อบต. มีมานานแล้ว เรียกว่าเป็นวัฒนธรรมองค์กรเลยก็ได้นะ และไม่ได้มีเฉพาะหน่วยงานเดียว เอาเป็นว่าหน่วยงานภาครัฐมีทุกที่เลยละกัน แต่ท้องถิ่นดันเกมก่อนอาจเป็นเพราะว่าเหิมเกริมมาก ผมคิดว่าโมเดลของขบวนการเครือข่ายนี้ น่าจะพัฒนามาจาก “แชร์ลูกโซ่” ทำคนเดียวไม่ได้แน่นอน
[โครงการทิพย์ เป็นการคืนทุน]
เมื่อลงทุนโกงเข้ามาก็ต้องคืนทุน ช่องทางสำคัญคือ "โครงการทิพย์" เนื้องานไม่ได้ทำเพื่อประชาชน แต่เน้นงาน "สร้างหลักฐาน" ให้ถูกต้องตามระเบียบเป๊ะๆ เพื่อเบิกจ่ายงบประมาณและอัปเกรดตำแหน่งทางสังคมให้ตัวเอง
งานของพวกเขาจึงหนักและเคร่งเครียดจริงๆ ถึงขั้นเส้นเลือดในสมองอาจแตกได้ เพราะต้องใช้พลังในการคิดวางแผนสร้าง "หลักฐานเท็จ" ให้ดูจริงที่สุด กระบวนการทุกอย่างถูกตบแต่งให้ "เป็นไปตามระเบียบ" อย่างไร้ช่องโหว่ ต้องตรวจสอบโดยการจับเทรนด์หรือความนิยมเปรียบเทียบกันหลายปี
ความน่าเศร้าที่สุดของโมเดลนี้คือการมอง “ประชาชน” เป็นเพียง “เครื่องมือ” ที่ใช้สำหรับการทำเอกสารให้ครบถ้วน ไม่ใช่ผู้ที่จะต้องได้รับประโยชน์จริง เมื่อโครงการจบลงแต่ไร้คุณภาพ หรือไม่มีการจัดกิจกรรมจริงเกิดขึ้น ข้ออ้างมาตรฐานที่พวกเขามักหยิบมาใช้เพื่อปัดความรับผิดชอบคือ “ประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ”
[วิธีตรวจสอบ ตามรอยราคาและคุณภาพ]
หากใครสงสัยว่าหน่วยงานใกล้บ้านท่านเข้าข่าย “โมเดลข้าราชการทิพย์” หรือไม่ ให้ลองใช้หลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐานพิจารณา
ราคาที่สูงเกินจริง เมื่อเปรียบเทียบกับราคาตลาดในมาตรฐานเดียวกัน
มาตรฐานที่ต่ำเตี้ย งบประมาณจ่ายเต็ม แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือของเกรดต่ำ หรือโครงการที่ใช้งานจริงไม่ได้
การเบิกจ่ายทิพย์ การเบิกงบในหมวดค่าใช้จ่ายงานอบรมที่ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าจัดกิจกรรมจริง
[“โตไปไม่โกง” แค่คำสอนหรือคำลวง?]
โตไปไม่โกง... ประโยคสั้นๆ ที่กลายเป็นคำสอนติดปากในทุกเวทีการศึกษา แต่ในโลกความเป็นจริงของระบบราชการท้องถิ่นวันนี้ คำถามที่น่าเจ็บปวดที่สุดไม่ใช่การตั้งเป้าไปที่อนาคต แต่คือคำถามที่ว่าจะ “ปฏิบัติกันกี่โมงครับ?”
ท่ามกลางกระแสดังกล่าว ทำให้สังคมตั้งคำถามด้วยความเคลือบแคลงว่า
-สายพันธุ์ข้าราชการทิพย์ ผลิตทายาท Gen Z รุ่นที่กำลังเข้าสู่ระบบราชการมามากไหม?
-วงจรที่กำลังหมุนอยู่นี้กำลังผลิต "ผลลัพธ์" แบบไหนออกมา?
-หากข้าราชการระดับสูงในกระทรวงยังถูกตั้งคำถามว่ามีส่วนพัวพันกับวงจรอุบาทว์ แล้วหน่วยงานท้องถิ่นที่รับนโยบายมา จะเหลือพื้นที่สีขาวให้คนรุ่นใหม่ยืนอยู่ได้อย่างไร?
ท้ายที่สุด...
หากข้าราชการที่โกงยังคงมีความเขินอาย มีความละอายใจ หรือมียางอายเหลืออยู่บ้าง คงถึงเวลาที่ต้องหยุดพูดคำว่า “โตไปไม่โกง” เพราะหากวันนี้ตัวผู้สอนเองยังคงวนเวียนอยู่กับ “โครงการทิพย์” ที่กัดกินงบประมาณแผ่นดิน
ไม่ว่าทายาทรุ่นต่อไปจะเก่งแค่ไหน แต่ถ้าต้องโตมาในระบบที่ "โกงให้ถูกระเบียบ" เราก็คงไม่ต่างจากการปลูกต้นไม้พิษที่ออกลูกเป็นพิษไปตลอดกาล หากคิดในแง่บวกรัฐบาลกำลังลดขนาดหน่วยงานลงก็ได้ เนื่องจากงบรายจ่ายประจำ (เงินเดือน) สูงมาก
เรื่อง: แตงโม สกลนคร
อ้างอิง:
https://policywatch.thaipbs.or.th/article/government-338
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย