Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Cashury
•
ติดตาม
27 มิ.ย. เวลา 07:00 • ความคิดเห็น
วางแผนเกษียณมาตลอด แต่ทำไมเงินยังไม่พอ? 🚨 6 สาเหตุที่ทำให้แผนเกษียณล้มเหลว
หลายคนเข้าใจว่าการวางแผนเกษียณ คือการมีเงินเก็บก้อนใหญ่สักก้อนก่อนอายุ 60 ปี แต่ในความเป็นจริง การมีเงินเก็บเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะแผนเกษียณที่ดูดีในวันนี้ อาจล้มเหลวได้จากการคาดการณ์ที่ผิดพลาดเพียงเล็กน้อย
การวางแผนเกษียณจึงไม่ใช่แค่การตั้งเป้าหมายว่าจะมีเงินกี่ล้านบาท แต่ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยอีกหลายด้านที่อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
วันนี้เราเลยรวบรวมสาเหตุที่ทำให้แผนเกษียณของหลายคนล้มเหลว เพื่อนๆ ที่วางแผนเกษียณอยู่จะได้มีเวลาเตรียมตัวและปรับแผนได้ก่อนที่จะสายเกินไป
1. เริ่มเก็บเงินช้าเกินไป
หลายคนคิดว่าอายุ 40 หรือ 50 ค่อยเริ่มวางแผนเกษียณก็ยังทัน เลยไม่รีบวางแผนเก็บเงินเกษียณตั้งแต่อายุยังน้อยๆ
เงินเก็บออมเพื่อการเกษียณในจำนวนที่เท่ากัน แต่ถ้าเราเริ่มลงทุนตั้งแต่อายุ 25 ปี อาจใช้เงินออมต่อเดือนน้อยกว่ากว่าคนที่เริ่มตอนอายุ 45 ปีหลายเท่า
สิ่งที่เสียไปไม่ใช่แค่เวลาในการออมเงิน แต่คือ พลังของดอกเบี้ยทบต้น ยิ่งเริ่มช้า ยิ่งต้องออมหนักขึ้น
2. ประมาณการค่าใช้จ่ายหลังเกษียณต่ำเกินไป
บางคนคิดว่า เมื่อเราเกษียณแล้ว ค่าใช้จ่ายอาจจะลดลง แต่ความเป็นจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป
เพราะวัยเกษียณจะมีค่าใช้จ่ายในด้านอื่นๆ เพิ่มขึ้น ทั้งด้านสุขภาพ การท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมต่างๆ การดูแลและปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับช่วงวัย รวมถึงเงินช่วยเหลือบุตรหลาน
ดังนั้น หากประเมินค่าใช้จ่ายต่ำเกินไป เงินที่เตรียมไว้ก็อาจหมดเร็วกว่าที่คิด
3. คาดการณ์อายุขัยสั้นเกินไป
ในอดีตคนไทยอาจมีอายุเฉลี่ยเพียง 60-70 ปี แต่ปัจจุบันหลายคนมีโอกาสถึง 80-90 ปี หรือมากกว่านั้นก็ได้ เพราะเทคโนโลยีทางการแพทย์ทำให้เราอายุยืนยาวมากขึ้น
หากเราวางแผนโดยคิดว่าจะใช้เงินหลังเกษียณเพียง 10-15 ปี แต่สุดท้ายมีชีวิตที่ยืนยาวกว่านั้น เงินเกษียณที่เตรียมไว้ก็คงไม่เพียงพอ และนี่คือความเสี่ยงที่นักวางแผนการเงินกังวลมากที่สุด เพราะเงินหมดก่อนชีวิตเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากกว่าการมีชีวิตสั้นกว่าที่คาด
4. ไม่คำนึงถึงอัตราเงินเฟ้อ
สิ่งที่เคยซื้อได้ในราคา 100 บาทวันนี้ อาจต้องใช้เงินมากกว่านั้นหลายเท่าในอีก 20-30 ปีข้างหน้า โดยอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ที่ 3% ต่อปี ค่าใช้จ่ายต่างจะค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้อาจมีค่าใช้จ่ายบางอย่างที่ปรับสูงขึ้นกว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย เช่น ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น
การวางแผนเกษียณโดยใช้ตัวเลขค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน อาจทำให้เราประเมินจำนวนเงินที่ต้องใช้ต่ำกว่าความเป็นจริง
5. ลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนต่ำเกินไป
บางคนเก็บเงินเกษียณไว้ในบัญชีออมทรัพย์หรือเงินฝากเพียงอย่างเดียว เพราะรู้สึกปลอดภัยและเงินต้นไม่หาย เป็นสินทรัพย์ที่ความเสี่ยงต่ำ แต่ผลตอบแทนที่ได้รับอาจไม่เพียงพอที่จะเอาชนะเงินเฟ้อในระยะยาว โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีเวลาอีกหลายสิบปีก่อนเกษียณ
นอกจากวางแผนเก็บเงินเพื่อเกษียณแล้ว เราควรจะบริหารเงินให้งอกเงยให้เหมาะสมกับระยะเวลาลงทุนและระดับความเสี่ยงที่รับได้อีกด้วย
6. คาดหวังสวัสดิการภาครัฐมากเกินไป
หลายคนหวังจะใช้เงินบำนาญ เงินประกันสังคม หรือเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นแหล่งรายได้หลักในช่วงวัยเกษียณ แต่ความจริงแล้ว สวัสดิการเหล่านี้อาจช่วยแบ่งเบาภาระได้เพียงบางส่วน และอาจไม่เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตตามที่เราต้องการ
ดังนั้น การสร้างเงินเกษียณด้วยตัวเองจึงยังเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
จะเห็นได้ว่า การวางแผนเกษียณที่ล้มเหลว ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการลงทุนผิดพลาดครั้งใหญ่ แต่เกิดจากการประเมินอนาคตผิดพลาดทีละเล็กละน้อย ยิ่งเรารู้ตัวเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีเวลาแก้ไขมากขึ้นเท่านั้น
นอกจากนี้ แผนเกษียณเป็นแผนที่ใช้ระยะเวลาเก็บออมและลงทุนค่อนข้างยาวนาน หากในวันนี้มีพอร์ตลงทุนเพื่อวัยเกษียณอยู่แล้ว อย่าลืมมั่นเช็คพอร์ตและอัปเดตสถานการณ์การลงทุนสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
#Cashury #ลงทุน #รู้เท่าธัน #ออมเงิน #เกษียณ #วางแผนเกษียณ #เงินเกษียณ #Retirement #วางแผนการเงิน #เงินเฟ้อ #อิสรภาพทางการเงิน
การเงิน
ความรู้รอบตัว
เศรษฐกิจ
30 บันทึก
36
1
39
30
36
1
39
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย