27 มิ.ย. เวลา 00:07 • ความคิดเห็น
เออ... นั่งลงก่อนสิไอ้หนู มาฟังคนแก่อย่างลุงบ่นอะไรให้ฟังหน่อย ลุงก็อยู่มาจะค่อนชีวิตละ ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านยุคที่คนเรากราบไหว้ตั้งแต่ต้นไม้ยันจอมปลวก ยิ่งไอ้เรื่องไสยศาสตร์ หมอดู หมอเดา หรือพวกสิ่งศักดิ์สิทธิ์อภินิหารเหาะเหินเดินอากาศเนี่ย ลุงเห็นมานักต่อนัก บอกตามตรงจากคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนเลยนะ ส่วนใหญ่ลุงมองว่าเป็นเรื่องวิปลาสของคนที่จิตอ่อนทั้งนั้นแหละ
พอคนเรามันไม่มีที่พึ่ง จิตใจมันหวั่นไหวอ่อนแอลงมาหน่อย อะไรนิดอะไรหน่อยก็ทึกทักว่าเป็นปาฏิหาริย์ เป็นผีสางเทวดาไปหมด แล้วพวกสิบแปดมงกุฎมันก็ชอบใช้ความกลัวตรงนี้มาหากิน
ลุงไม่ได้พูดลอยๆ หรือมาเล่าขำๆเอามันส์นะ แต่มันเป็นประสบการณ์ตรงที่ลุงเจอมากับตา คนสมัยก่อนหรือสมัยนี้ก็เถอะ ชอบนับถือร่างทรงกันจัง วันนั้นลุงกับเพื่อนแก๊งเดียวกันเนี่ยแหละ ไปดูเขาทำพิธีกัน ไอ้เราก็ยืนดูเงียบๆ แต่ไอ้เพื่อนลุงคนหนึ่ง มันเป็นคนไม่เชื่อเรื่องพวกนี้เลย แถมใจถึงอีกต่างหาก
ในโรงพิธีนี่ควันธูปโขมง ร่างทรงกำลังร่ายรำ ตัวสั่นงันงก ร้องเสียงหลงบอกว่า กูคู่ออน... เทพองค์นั้นองค์นี้ประทับทรงแล้ว ใครอยากขออะไรให้กราบ
เพื่อนลุงมันหมั่นไส้ เดินเนียนๆเข้าไปข้างหลัง ในมือมันถือบุหรี่ที่จุดไฟแดงวาบอยู่... จังหวะที่ร่างทรงกำลังหลับตาพริ้ม ร่ายรำหันหลังให้ มันเอาธูปหรือบุหรี่เนี่ยแหละลุงจำไม่ได้ละ แต่น่าจะบุหรี่แดงๆนี่แหละ จี้ปังเข้าให้ที่เนื้อไหล่เต็มๆ
2
มึงเอ๊ย... ไหนบอกเทพไม่เจ็บ ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ร่างทรงที่กำลังรำๆอยู่สะดุ้งตัวลอย ร้องโวยวายลั่นโรงพิธี ตะโกนด่าพ่อล่อแม่ซะงั้น ไอ้คนในงานก็ตกใจ นึกว่าเทพกริ้ว หรือไม่ก็ผีเข้าผีออก แต่อ้าว... ไหงกลายเป็นคนเจ็บแผลวิ่งหนีไปคว้าราดน้ำเฉยเลย
2
สติเท่านั้นที่จะช่วยเราได้ นี่แหละหนา ลุงถึงบอกว่าโลกเรามันแปลก คนเราเวลาจิตใจอ่อนแอ มันพร้อมจะเชื่อทุกอย่างโดยไม่ลืมตาดูความเป็นจริง ลุงเล่าให้ฟังไม่ใช่จะมาท้าทายอะไรหรอกนะ แต่อยากให้คนรุ่นพวกแกมองโลกด้วยความจริง
 
อย่าให้ความกลัว มาอยู่เหนือเหตุผล อย่าให้จิตใจที่อ่อนแอกลายเป็นเครื่องมือทำมาหากินของใคร
 
ปาฏิหาริย์ที่แท้จริงคือการสู้ชีวิตด้วยมือด้วยตีนของตัวเองนี่แหละ
2
จำไว้นะไอ้หนู... ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ดีที่สุดแล้ว
โฆษณา