27 มิ.ย. เวลา 11:40 • ท่องเที่ยว

Balkan 2026 (85)… Bulgaria: Sofia: Church of St. George Rotunda

โบสถ์ที่กาลเวลาซ่อนเอาไว้กลางเมือง
บางครั้ง…สถานที่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็ไม่ได้ตั้งตระหง่านอยู่กลางถนน
แต่กลับซ่อนตัวเงียบ ๆ อยู่หลังประตูบานหนึ่ง
หลังจากเดินผ่านลานกว้างของ The Largo และกลุ่มอาคารราชการอันโอ่อ่าที่สร้างขึ้นในยุคคอมมิวนิสต์ หากเราลอดผ่านซุ้มประตูของทำเนียบประธานาธิบดีเข้าไป จะพบว่าพื้นดินค่อย ๆ ลดระดับลงเล็กน้อย ก่อนที่อาคารอิฐทรงกลมสีแดงหลังหนึ่งจะปรากฏขึ้นตรงหน้า
นี่คือ Church of St. George Rotunda โบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของกรุงโซเฟีย และเป็นอาคารที่มีอายุยืนยาวที่สุดแห่งหนึ่งของบัลแกเรียที่ยังคงใช้งานอยู่จนถึงทุกวันนี้
Photo : Internet
โบสถ์หลังเล็กแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 4 ในสมัยจักรวรรดิโรมัน มีอายุกว่า 1,700 ปี
นั่นหมายความว่า…
เมื่ออาคารแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้น จักรวรรดิโรมันตะวันตกยังไม่ล่มสลาย และเมืองแห่งนี้ยังไม่ได้ชื่อว่า “โซเฟีย”
ในเวลานั้น เมืองนี้รู้จักกันในชื่อ Serdica เมืองสำคัญของจักรวรรดิโรมัน จนมีเรื่องเล่าว่า จักรพรรดิคอนสแตนตินมหาราชเคยตรัสไว้ว่า
“Serdica is my Rome.”
“เซอร์ดิกา คือโรมของข้า”
นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า อาคารทรงกลมแห่งนี้อาจเคยเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังหรืออาคารสาธารณะของชาวโรมัน บางทฤษฎีเชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับโรงอาบน้ำหรือสถานที่ประกอบพิธี ก่อนจะถูกดัดแปลงเป็นศาสนสถานของคริสต์ศาสนา หลังจักรวรรดิโรมันประกาศให้ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่ได้รับการยอมรับ
คำว่า Rotunda หมายถึงอาคารทรงกลม ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ได้รับความนิยมในยุคโรมัน
ผนังอิฐหนา หน้าต่างโค้งเล็ก ๆ และโดมทรงกลมอันเรียบง่าย อาจดูไม่โอ่อ่าเหมือนมหาวิหารขนาดใหญ่ในยุโรป แต่กลับเปี่ยมด้วยความสงบนิ่ง ราวกับกาลเวลาที่เดินช้าลงเมื่อก้าวเข้ามาใกล้
ตลอดเวลากว่า 17 ศตวรรษ โบสถ์หลังนี้ผ่านการเปลี่ยนแปลงของประวัติศาสตร์มาแทบทุกยุค
จากจักรวรรดิโรมัน สู่จักรวรรดิไบแซนไทน์
จากอาณาจักรบัลแกเรียยุคกลาง สู่การปกครองของจักรวรรดิออตโตมัน
จากยุคคอมมิวนิสต์ จนมาถึงบัลแกเรียในปัจจุบัน
ครั้งหนึ่งในศตวรรษที่ 16 โบสถ์แห่งนี้เคยถูกดัดแปลงเป็นมัสยิด ภาพพระเยซูและนักบุญบนผนังถูกฉาบปูนขาวปิดทับตามธรรมเนียมของศาสนาอิสลาม
แต่สิ่งที่ดูเหมือนการลบอดีต กลับกลายเป็นการปกป้องอดีตโดยไม่ตั้งใจ
เมื่อมีการบูรณะในเวลาต่อมา นักอนุรักษ์ได้ค้นพบจิตรกรรมฝาผนังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชั้นปูนเหล่านั้น ทำให้วันนี้ภายในโบสถ์ยังคงเก็บรักษา Frescoes จากหลายยุคสมัยไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์
นักประวัติศาสตร์พบว่า ภาพเขียนบนผนังถูกสร้างและซ้อนทับกันถึงห้ายุค ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10 จนถึงศตวรรษที่ 14
แต่ละชั้นของสี ไม่ได้ลบอีกชั้นหนึ่งออกไป
หากกลับบันทึกช่วงเวลาของแต่ละยุคเอาไว้บนผนังเดียวกัน
ราวกับกำแพงอิฐแห่งนี้กำลังจดจำประวัติศาสตร์ทุกหน้าที่เมืองโซเฟียเคยผ่านพบ
สิ่งที่ทำให้ St. George Rotunda แตกต่างจากโบราณสถานหลายแห่ง ไม่ใช่เพียงอายุของมัน
แต่คือ “ตำแหน่งที่ตั้ง”
เพราะโบสถ์โรมันอายุ 1,700 ปีแห่งนี้ กลับถูกโอบล้อมด้วยอาคารราชการยุคคอมมิวนิสต์ โรงแรมหรู และร้านค้าของเมืองสมัยใหม่
เมื่อยืนอยู่ตรงนี้ เราจะเห็นอดีตและปัจจุบันอยู่ในภาพเดียวกัน
อิฐสีแดงของโลกโรมัน…
ตัดกับกำแพงหินขนาดมหึมาของศตวรรษที่ 20
และรายล้อมด้วยผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ 21
โซเฟียไม่เคยพยายามซ่อนอดีตของตัวเอง
แต่ปล่อยให้ทุกยุคสมัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบ
ราวกับต้องการบอกเราว่า…
ประวัติศาสตร์ไม่จำเป็นต้องถูกลบเพื่อสร้างอนาคต
เพราะอดีตทุกชั้น ล้วนเป็นรากฐานของเมืองในวันนี้
และบางที…
เสน่ห์ที่แท้จริงของ St. George Rotunda อาจไม่ได้อยู่ที่ความเก่าแก่ของอาคาร
แต่อยู่ที่ความสามารถในการทำให้เรา “มองเห็นเวลา”
เวลา…ที่ยังคงไหลผ่านกำแพงอิฐเดิม
และยังคงมีชีวิตอยู่ ท่ามกลางเมืองที่ไม่เคยหยุดเดิน.
โฆษณา