Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Supawan’s Colorful World
•
ติดตาม
28 มิ.ย. เวลา 10:34 • ท่องเที่ยว
Balkan ในความทรงจำ(03).. เดินตามตริกซอกซอยของเมืองเก่า
บางเมือง…ทำให้เราอยากรีบเดินไปให้ถึงจุดหมาย… แต่โชโปรน (Sopron) ไม่ใช่เมืองแบบนั้น
เมืองนี้ทำให้เราอยากหยุดยืนอยู่สักครู่ เพื่อมองภาพตรงหน้าให้เต็มตาเสียก่อน
จากจัตุรัสด้านนอกของเขตเมืองเก่า เรามองเห็นหอคอยสีเขียวอ่อนของ Firewatch Tower โผล่พ้นแนวหลังคากระเบื้องสีส้มขึ้นมาอย่างสง่างาม
อาคารเก่าสีเหลือง สีครีม สีอิฐ เรียงตัวอยู่เคียงกันอย่างเป็นระเบียบ เสาพระแม่มารีตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล … ขณะที่ผู้คนในเมืองยังคงใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย เดินข้ามถนน นั่งพักบนม้านั่ง หรือปั่นจักรยานผ่านจัตุรัสเหมือนเช้าวันธรรมดาวันหนึ่ง
ทุกอย่างดูสงบนิ่ง… แต่กลับเต็มไปด้วยพลังบางอย่างที่ดึงดูดสายตา
เราแทบยังไม่รู้จักเมืองนี้เลย
ไม่รู้ว่าตรอกเล็ก ๆ หลังแนวอาคารจะพาเราไปพบอะไร
ไม่รู้ว่าหอคอยที่เห็นอยู่ไกล ๆ เคยเฝ้ามองประวัติศาสตร์ของเมืองมายาวนานเพียงใด
ไม่รู้แม้กระทั่งว่า หลังซุ้มประตูหินอ่อนตรงนั้น จะมีเรื่องราวอะไรซ่อนอยู่
ความไม่รู้เหล่านั้นเอง… กลับกลายเป็นเสน่ห์ของการเดินทาง
เมื่อหัวใจเริ่มรู้สึกอยากค้นหา เท้าก็พร้อมจะก้าวออกเดิน และเมืองเก่าโชโปรน ก็เริ่มเปิดเรื่องราวของตัวเองให้เราได้รู้จัก…ทีละก้าว
แรงดึงดูดนั้น พาเราเดินตรงไปยังหอคอยเฝ้าระวังไฟ (Firewatch Tower) แลนด์มาร์กที่โดดเด่นที่สุดของเมือง
ยิ่งเดินเข้าใกล้ หอคอยยิ่งสูงใหญ่กว่าที่มองเห็นจากระยะไกล
… แต่สิ่งที่ทำให้เราหยุดยืนอยู่ตรงนั้น กลับไม่ใช่ตัวหอคอย
… หากเป็นซุ้มประตูหินอ่อนที่อยู่ใต้ฐานของมัน
ฉันเงยหน้ามองประติมากรรมสีขาวเหนือซุ้มประตู… ตรงกลางคือเทพีฮังการี ผู้แผ่แขนรับประชาชนของตนไว้ ขณะที่ผู้คนรายรอบต่างแสดงความเคารพและความจงรักภักดี
ประติมากรรมชิ้นนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของกษัตริย์ หรือชัยชนะในสงคราม … แต่มันสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงการตัดสินใจของ “คนธรรมดา”
เมื่อปี ค.ศ. 1921 หลังจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีล่มสลาย เมืองโชโปรนต้องเผชิญกับคำถามครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์
จะเลือกอยู่กับออสเตรีย… หรือจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของฮังการี
ท้ายที่สุด คนส่วนใหญ่ของเมืองลงคะแนนเลือกฮังการี
การตัดสินใจครั้งนั้นทำให้โชโปรนได้รับสมญานามว่า “Civitas Fidelissima” หรือ “เมืองแห่งความจงรักภักดีที่สุด”
ฉันยืนมองรูปสลักอยู่ครู่ใหญ่ แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า…
หากผู้คนที่เคยยืนลงคะแนนในวันนั้น ยังมีชีวิตอยู่และได้มีโอกาสมองเห็นยุโรปในวันนี้
ยุโรปที่ไม่มีด่านพรมแดนระหว่างหลายประเทศ
ยุโรปที่ชาวฮังการีเดินทางไปออสเตรียได้อย่างสะดวก
ยุโรปที่เมืองชายแดนอย่างโชโปรนกลายเป็นเมืองที่ผู้คนสองวัฒนธรรมใช้ชีวิตร่วมกันอย่างปกติ
…พวกเขาจะยังเลือกเหมือนเดิมหรือไม่?
คำถามนั้นคงไม่มีใครตอบได้
และบางที…เราเองก็ไม่ควรรีบหาคำตอบ
เวลาที่ผ่านไปกว่าหนึ่งศตวรรษ ทำให้การมองย้อนกลับไปเป็นเรื่องง่าย เรารู้แล้วว่าโลกเดินมาทางไหน พรมแดนเปลี่ยนไปอย่างไร และยุโรปกลายมาเป็นอย่างทุกวันนี้ได้อย่างไร
แต่คนในปี ค.ศ. 1921 ไม่ได้มีโอกาสรู้อนาคตแบบเดียวกับเรา
สิ่งที่พวกเขามี มีเพียงบ้านเกิด ครอบครัว ความหวัง ความกังวล และโลกในวันที่พวกเขายืนอยู่
การตัดสินใจของพวกเขา จึงควรถูกทำความเข้าใจด้วยบริบทของยุคสมัยนั้น มากกว่าจะถูกตัดสินด้วยสายตาของคนในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด
ฉันยืนอยู่ใต้หอคอยเฝ้าระวังไฟอีกพักใหญ่
เงยหน้ามองเทพีฮังการีที่ประดิษฐานอยู่เหนือซุ้มประตูหินอ่อน ก่อนจะทอดสายตาไปยังอุโมงค์ทางเดินที่ทอดยาวเข้าสู่เมืองเก่า
เบื้องหลังซุ้มประตูนั้น คงยังมีเรื่องราวอีกมากมายรอให้เราเข้าไปค้นหา
แต่สำหรับวันนี้… ฉันขอใช้เวลาอยู่ตรงนี้อีกสักครู่
เพื่อซึมซับบรรยากาศของเมืองชายแดนเล็ก ๆ แห่งนี้ และเก็บภาพของ “ประตูแห่งความจงรักภักดี” ไว้ในความทรงจำ
เพราะบางครั้ง…
การเดินทางที่งดงาม ไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเราเดินเข้าไป
แต่มันเริ่มต้นตั้งแต่วินาทีที่เมือง ทำให้เราอยากก้าวเข้าไปค้นหาด้วยหัวใจของตัวเอง
บันทึก
1
1
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย