28 มิ.ย. เวลา 13:10 • ความคิดเห็น
ถ้าถามว่า AI ตัวไหนผมใช้บ่อยที่สุด ผมตอบตรงๆเลยว่าผมแทบไม่ได้ใช้เป็นกิจวัตร ไม่ใช่เพราะผมแอนตี้นะครับ ใครจะใช้ผมว่ามันก็ดี มันมีประโยชน์จริง มันช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น เร็วขึ้น ฉลาดขึ้น อันนี้เถียงไม่ได้เลย
แต่สำหรับผม ผมรู้สึกว่ามันไม่ได้อารมณ์ ผมเป็นคนชอบอะไรที่มันเกิดจากน้ำมือมนุษย์จริงๆ ชอบอะไรที่มันผ่านการคิด ผ่านการลองผิดลองถูก ผ่านความผิดพลาด เพราะสำหรับผมความงดงามที่สุดของมนุษย์มันไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ แต่มันคือความไม่สมบูรณ์แบบนี่แหละ
ลองนึกภาพง่ายๆนะ สมมุติคุณเดินขึ้นเขาด้วยตัวเอง แบกของเอง เหนื่อยเอง หอบเอง กว่าจะหาที่กางเต็นท์ได้ก็แทบหมดแรง จากนั้นคุณไปเก็บไม้ เก็บหินมาก่อไฟแบบทุลักทุเล ควันเข้าหน้า มือเปื้อนดิน เปื้อนโคลน คุณเอาเนื้อมาย่าง โรยเกลือแบบกะเอาเอง บางชิ้นไหม้ ขี้เถ้าปลิวติดอาหารอีกต่างหาก แต่วินาทีที่คุณกินมันเข้าไป แม่งโคตรอร่อย ทั้งที่จริงๆมันอาจไม่ได้อร่อยที่สุดด้วยซ้ำ แต่มันอร่อยเพราะคุณสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเองทั้งหมด
AI สำหรับผมก็คล้ายๆกัน มันเหมือนคุณไปพักโรงแรมหรู เปิดแอร์เย็นๆ มีคนจัดทุกอย่างไว้ให้หมด สะดวก สบาย เร็ว แทบไม่มีข้อผิดพลาด ซึ่งมันไม่ผิดนะ มันดีด้วยซ้ำ แต่ผมดันเป็นคนที่ชอบเดินเข้าป่าเองมากกว่า เพราะผมรู้สึกว่าถ้าเราปล่อยให้ AI ทำทุกอย่างแทนเราหมด สุดท้ายมันอาจออกมาสมบูรณ์แบบก็จริง แต่มันมีประโยชน์อะไรล่ะ ถ้างานทุกอย่างออกมาดีหมดจนไม่มีใครวิจารณ์ ไม่มีใครบอกว่าตรงนี้พลาด ไม่มีใครบอกว่าตรงนี้ห่วย ไม่มีใครบอกว่าคุณควรแก้อะไร แล้วมันจะสนุกตรงไหนถามจริง
เพราะมนุษย์เราเติบโตขึ้นมาได้ไม่ใช่เพราะเราทำทุกอย่างได้สมบูรณ์แบบ แต่เพราะเราเคยทำพลาด แล้วมีคนสะท้อนให้เห็นว่าเราควรดีขึ้นยังไง ทุกวันนี้คนกำลังวิ่งหาความสมบูรณ์แบบกันมากเกินไป จนลืมไปว่าบางทีรอยเปื้อนบนมือ คราบดินบนรองเท้า ความผิดพลาดที่เคยโดนคนหัวเราะใส่ นั่นแหละมันคือเสน่ห์ของการมีชีวิตอยู่จริงๆ
สำหรับผมนะ ผมยังชอบอะไรที่มันมีกลิ่นดิน กลิ่นฝุ่น กลิ่นเหงื่อ กลิ่นโคลน เพราะมันทำให้ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมสร้างขึ้นมา มันยังมีหัวใจของมนุษย์อยู่ในนั้นจริงๆ
โฆษณา