28 มิ.ย. เวลา 18:12 • สิ่งแวดล้อม
สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)

ก้าวสุดท้ายบนเลนวิ่ง “สวนรถไฟ”🌳🏃‍♀️🚲

เมื่อสิทธิของคนเดินเท้ากำลังเลือนหาย ท่ามกลางความแออัดของเมืองใหญ่
กรุงเทพมหานครในขวบปี 2569 เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย ตึกสูงระฟ้าและวิถีชีวิตที่เร่งรีบเบียดเสียดจนคนเมืองอย่างเราแทบไม่มีช่องว่างให้หายใจ สำหรับตัวเราแล้ว “สวนวชิรเบญจทัศ” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “สวนรถไฟ” พื้นที่สีเขียวขนาด 375 ไร่ใจกลางเขตจตุจักร คือโอเอซิสแห่งเดียวที่เรามักจะหนีความวุ่นวายมาผูกเชือกรองเท้าออกวิ่งเพื่อเยียวยาความเครียดอยู่เป็นประจำ
แต่การลงพื้นที่มาวิ่งออกกำลังกายของเราในระยะหลังมานี้ บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง สวนรถไฟที่เคยสงบเงียบร่มรื่น กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ในการจัดสรรพื้นที่สาธารณะให้ปลอดภัยและเท่าเทียมสำหรับทุกคน ซึ่งประเด็นนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ หรือ SDG ข้อ 11 ว่าด้วยเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (Sustainable Cities and Communities)
จากการที่เราได้มาเดินสำรวจและร่วมพูดคุยกับนักวิ่งขาประจำหน้างาน ปัญหาหลักที่สะท้อนออกมาคือ “วิกฤตทางร่วมและความปลอดภัย” แม้ว่าสวนรถไฟจะเป็นสวรรค์ของนักปั่นจักรยาน ทว่าปริมาณจักรยานเช่าที่มีจำนวนมหาศาลในวันหยุด ประกอบกับกลุ่มนักปั่นสายซิ่งที่ใช้ความเร็วสูงเกินกำหนด กำลังทำให้เลนวิ่งและเลนปั่นที่ควรจะแยกกัน เกิดจุดตัดที่อันตรายมาก โดยเฉพาะบริเวณทางโค้งน้ำและสะพานเชื่อมข้ามคูน้ำต่างๆ
เรามีโอกาสได้เข้าไปคุยกับ “คุณนิสา” นักวิ่งวัย 42 ปี ที่มาออกกำลังกายที่สวนแห่งนี้เป็นประจำเกือบสิบปี คุณนิสาแชร์ความคิดเห็นให้เราฟังว่า
“ เมื่อก่อนพี่มาวิ่งที่นี่เพราะได้ความสงบและอากาศบริสุทธิ์ แต่เดี๋ยวนี้คนแน่นขึ้นมาก เวลาวิ่งต้องคอยเหลียวหลัง ระแวง และกระโดดหลบจักรยานซิ่งที่ขี่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมาเกือบทุกวัน ถ้าวันหนึ่งสวนสาธารณะไม่ปลอดภัยสำหรับคนเดินเท้าหรือคนวิ่งอีกต่อไป คนกรุงเทพ ก็คงไม่เหลือพื้นที่ฮีลใจ และเมืองนี้ก็คงไร้ความเท่าเทียม ”
คำพูดของคุณนิสาทำให้เรานึกถึงเป้าหมาย SDG 11.7 ที่ว่า เมืองที่ยั่งยืนต้องมีพื้นที่สีเขียวที่ปลอดภัยและเท่าเทียมสำหรับทุกคน แต่ภาพคนวิ่งที่ต้องคอยหลบจักรยานซิ่ง สะท้อนว่าสิทธิคนเดินเท้ากำลังถูกกลืนกินด้วยกฎระเบียบสวนที่ไม่ได้ปรับปรุงมานานกว่า 22 ปี ภาระทั้งหมดจึงตกมาอยู่ที่คนหน้างานอย่างพี่ๆ รปภ. ที่ต้องคอยเคลียร์เหตุเฉี่ยวชนรายวัน
อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 กทม. ได้ใช้สวนรถไฟทำโครงการ “Your Park” เพื่อรื้อกฎระเบียบสวนสาธารณะใหม่ทั้งหมด นี่คือทางรอดสำคัญที่จะช่วยคืนความเท่าเทียม โดยการบังคับใช้กฎจำกัดความเร็วของจักรยานอย่างจริงจัง ขยายเวลาเปิด-ปิดให้เข้ากับคนเมือง และจำแนกโซนนิ่ง (Zoning) ทางวิ่งกับเลนจักรยานแยกขาดจากกันอย่างเป็นรูปธรรม
การลงพื้นที่ทำสารคดีท่องเที่ยวเชิงลึกในครั้งนี้ทำให้เรารู้สึกและตระหนักว่า เมืองที่ยั่งยืนและมีสุขภาวะที่ดีไม่ใช่แค่การปลูกต้นไม้ให้เพิ่มขึ้นหรือสร้างสวนให้กว้างใหญ่ขึ้นเท่านั้น แต่คือการบริหารจัดการพื้นที่เหล่านั้นอย่างมีอารยะ เคารพสิทธิ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สวนรถไฟในวันนี้อาจจะยังมีรอยต่อของความขัดแย้งที่ต้องแก้ไข แต่ก้าวใหม่ของเมืองในการปรับปรุงกฎระเบียบร่วมกับประชาชน น่าจะช่วยให้ก้าวเดินบนเลนวิ่งของพวกเรา กลับมาเป็นก้าวที่ปลอดภัย มั่นคง และยั่งยืนได้อย่างแท้จริง
#SPUCAหนีเรียนไปเที่ยว
โฆษณา