29 มิ.ย. เวลา 03:23 • สิ่งแวดล้อม

“PFAS สารเคมีคงทน” ความท้าทายใหม่ด้านคุณภาพน้ำในปัจจุบัน

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเด็นสารปนเปื้อนใหม่ในแหล่งน้ำได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ กลุ่มสาร PFAS (Per- and Polyfluoroalkyl Substances) ซึ่งเป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติในการกันน้ำ กันน้ำมัน ทนความร้อน และไม่สลายตัวง่ายในสิ่งแวดล้อม จึงมักถูกเรียกว่า “สารเคมีคงทน” ในทางวิทยาศาสตร์ PFAS มีโครงสร้างทางเคมีที่แข็งแรง โดยเฉพาะพันธะระหว่างคาร์บอนกับฟลูออรีน (C-F) ที่แตกตัวได้ยาก ส่งผลให้จุลินทรีย์ แสงแดด หรือกระบวนการทางธรรมชาติทั่วไปไม่สามารถย่อยสลายได้
รูปที่ 1 โครงสร้างทั่วไปของสาร PFAS
แม้ว่า PFAS จะถูกใช้ในอุตสาหกรรมมานานกว่า 70 ปี แต่ได้รับความสนใจมากขึ้นในระดับสากล และเริ่มเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ในช่วง 10 - 20 ปีที่ผ่านมา เมื่อมีการพบว่าสารกลุ่มนี้อาจปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยสารกลุ่มนี้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหาร อุตสาหกรรมสิ่งทอ
เนื่องจาก PFAS ช่วยไม่ให้น้ำมันหรือความชื้นซึมผ่าน บรรจุภัณฑ์อาหารจะไม่เปื่อยหรือรั่วซึมง่าย และในอุตสาหกรรมสิ่งทอ PFAS ใช้เคลือบผิวผ้าเพื่อกันน้ำและคราบสกปรก สารนี้อาจเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน และด้วยคุณสมบัติที่คงทน เมื่อ PFAS ปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อมทำให้เกิดการสะสมระยะยาวในห่วงโซ่อาหาร ซึ่งมาจากทั้งฝน น้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน
รูปที่ 2 วงจรการปนเปื้อนของ กลุ่มสาร PFAS (Per- and Polyfluoroalkyl Substances) ในสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีค่ามาตรฐานเฉพาะสำหรับ PFAS เนื่องจากการตรวจวัดสารกลุ่มนี้ จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือเฉพาะทางที่มีความละเอียดสูง รวมถึงบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ อีกทั้ง PFAS ยังมีสารย่อยมากกว่า 9,000 ชนิด ทำให้การกำหนดขอบเขตควบคุมและประเมินความเสี่ยงมีความซับซ้อนมาก
โดยในปี 2568 ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1) กรมชลประทาน 2) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 3) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และ 4) กรมควบคุมมลพิษ เพื่อร่วมกันศึกษาวิจัย และยกระดับขีดความสามารถด้านการจัดการคุณภาพน้ำและการปนเปื้อนในแหล่งน้ำผิวดินรวมถึงแหล่งน้ำทะเลของประเทศไทย
จากมลสาร (Contaminants) และ สารมลพิษอุบัติใหม่ (Emerging Contaminants) เช่น PFAS เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial Resistance : AMR) ไมโครพลาสติก (Microplastics) จากแหล่งกำเนิดต่างๆ ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเพื่อการสื่อสารสร้างความตระหนัก ทำความเข้าใจต่อยอดเครือข่ายความร่วมมือการดำเนินงานและเครือข่ายวิชาการระดับนานาชาติ
นอกจากนี้ในปี 2569 กรมควบคุมมลพิษ ได้มีความร่วมมือกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ดำเนินโครงการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างน้ำผิวดินและน้ำบาดาลในพื้นที่แหล่งน้ำที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนลงสู่ชั้นน้ำบาดาล จำนวน 11 พื้นที่ ซึ่งภายใต้การดำเนินโครงการดังกล่าว มีการวิเคราะห์กลุ่มสาร PFAS กลุ่มโลหะหนัก (Heavy Metals) กลุ่มแอนไอออน (Anions) กลุ่มแคตไอออน (Cations) ไซยาไนด์ (Cyanide) กลุ่มสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ไนโตรเจนทั้งหมด (Total Nitrogen) และไอโซโทปเสถียรของน้ำ ในน้ำทิ้ง น้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน
เพื่อจัดทำแนวทางการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนมลพิษลงสู่ชั้นน้ำบาดาล รวมถึงการจัดทำลายนิ้วมือระบุแหล่งที่มาเพื่อรวบรวมเป็นห้องสมุดข้อมูล PFAS ของประเทศไทย
ดังนั้น การจัดการสารดังกล่าว จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งการกำหนดนโยบาย การวิจัย การปรับปรุงกระบวนการผลิต รวมถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อย่างรู้เท่าทัน ติดตามข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และการส่งเสริมองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพด้านการตรวจวิเคราะห์ และการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรองรับความท้าทายใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การเข้าถึงแหล่งน้ำที่ปลอดภัยและมีคุณภาพในระยะยาว
โฆษณา