29 มิ.ย. เวลา 15:22 • การศึกษา
โรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม

🌶️ เล็กพริกขี้หนู! ส่องประวัติและพฤกษศาสตร์ของ "ความเผ็ด" ที่ซ่อนในเม็ดจิ๋ว

ถ้าพูดถึงสมุนไพรคู่ครัวไทยที่ไม่ว่าบ้านไหนก็ต้องมี มีใครให้มากกว่า "พริกขี้หนู" ไหมคะ? 🙋‍♀️ ถึงน้องจะตัวจิ๋วหลิวสมชื่อ แต่บอกเลยว่าดีกรีความเผ็ดร้อนและประโยชน์เนี่ย "แจ๋ว" จนโลกต้องตะลึง! วันนี้หนูจะพาทุกคนไปเจาะลึกกันค่ะว่า เจ้าเม็ดจิ๋วระเบิดระเบ้อนี้ มีความเป็นมาและลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่น่าสนใจยังไงบ้าง!
เห็นเราเรียกน้องว่าพริกขี้หนูแบบเป็นกันเองแบบนี้ แต่ในทางพฤกษศาสตร์ น้องมีชื่อเสียงเรียงนามที่เท่และอินเตอร์ไม่เบาเลยนะจะบอกให้
• ชื่อวิทยาศาสตร์ : Capsicum frutescens L.
• ชื่อวงศ์ : SOLANACEAE (เป็นญาติโกโหติกาเดียวกับมะเขือ มะเขือเทศ และมันฝรั่งเลยค่ะ)
• ชื่อสามัญ : Bird's Eye Chili, Chili pepper
รู้หรือไม่? คำว่า Capsicum มาจากภาษาละตินว่า "Capsa" ที่แปลว่า "กล่อง" ค่ะ ซึ่งสื่อถึงลักษณะของผลพริกที่มีลักษณะเป็นห้องโถงกลวง ๆ ซ่อนเมล็ดไว้ข้างในนั่นเอง แอบเหมือนกล่องสมบัติความเผ็ดเลยเนอะ!
🔎 ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เจาะลึกร่างจิ๋ว ❗️❗️
พริกขี้หนูไม่ได้มีดีแค่ผลนะคะ แต่อวัยวะส่วนต่างๆ ของน้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากกก นักพฤกษศาสตร์เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บเลย
• 1. ลำต้นและทรงพุ่ม (Stem & Habit) พริกขี้หนูเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก อายุประมาณ 1-3 ปี ความสูงส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 30–120 เซนติเมตร (เตี้ยกว่าหนูอีกค่ะคุณน้า) ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านสาขาเก่งมากจนดูเป็นทรงพุ่มแน่น กิ่งอ่อนมักจะเป็นเหลี่ยมๆ หน่อยค่ะ
• 2. ใบ (Leaves) เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับตรงกันข้าม หน้าตาของใบจะเป็นรูปไข่หรือรูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ผิวใบเรียบมัน สีเขียวสดใสม้ากกก
• 3. ดอก (Flowers) ดอกพริกขี้หนูแอบมีความมินิมอลสายเกามากค่ะ! โดยน้องจะออกเป็นดอกเดี่ยว หรือเป็นกระจุก 2-3 ดอกตามซอกใบ กลีบดอกมีสีขาวหรือขาวอมเขียว มีเกสรเพศผู้ 5 อัน จุดเด่นคือ ก้านดอกจะชี้ตั้งขึ้น หรือห้อยลงเล็กน้อยแล้วแต่สายพันธุ์ย่อยค่ะ
• 4. ผลและเมล็ด (Fruits & Seeds) ไฮไลท์เด็ดอยู่ตรงนี้! ผลของพริกขี้หนูเป็นผลเดี่ยว ผลสุกมีสีสันจัดจ้าน (มีทั้งเขียว เขียวอมเหลือง จนไปถึงแดงเพลิงเมื่อสุกจัด) ผิวเปลือกมันวาววิบวับ
✨ ความพิเศษสุดคิ้วท์
ผลของพริกขี้หนูพันธุ์แท้ส่วนใหญ่จะ ชี้ตั้งขึ้นฟ้า เหมือนน้องกำลังชูมือทักทายท้องฟ้าเลยค่ะ (ตรงข้ามกับพริกเม็ดใหญ่หรือพริกชี้ฟ้าที่ผลจะห้อยย้อยลงมา) ส่วนภายในผลจะกลวง และมีเมล็ดกลมแบนสีเหลืองอ่อนเกาะอยู่กับแกนกลาง (รกพริก) เป็นจำนวนมาก ซึ่งตรงรกนี่แหละค่ะ...ตัวเผ็ดเลย!
ประโยชน์ดี ๆ ภายใต้ความเผ็ดร้อน
พริกขี้หนูไม่ได้มีดีแค่ทำให้น้ำยำแซ่บหรือต้มยำจัดจ้านเท่านั้น แต่น้องยังมีประโยชน์ต่อร่างกายสารพัดเลย
• ช่วยเผาผลาญ
สารแคปไซซิน (Capsaicin) ในพริกช่วยกระตุ้นระบบเมตาบอลิซึม ช่วยให้ร่างกายเบิร์นพลังงานได้ดีขึ้นด้วยนะ
• กินแล้วอารมณ์ดี
เวลาเรากินเผ็ด ร่างกายจะหลั่งสาร เอนดอร์ฟิน (Endorphin) หรือสารแห่งความสุขออกมา ทำให้เรารู้สึกฟิน สดชื่น ตื่นตัว (นี่คือเหตุผลว่าทำไมยิ่งเผ็ด ยิ่งหยุดกินไม่ได้ใช่ไหมคะ 🤣)
• วิตามินซีสูงปรี๊ด
พริกขี้หนูสดมีวิตามินซีสูงมากกก ช่วยต้านอนุมูลอิสระและเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ป่วยง่ายค่ะ
💡 ทริกแก้เผ็ดฉบับเร่งด่วน
ถ้าเผลอเคี้ยวพริกขี้หนูเข้าไปเต็มคำ แล้วเผ็ดจนน้ำตาไหลพราก อย่าดื่มน้ำเปล่าเย็น ๆ เด็ดขาดเลยนะคะ! เพราะสารแคปไซซินไม่ละลายในน้ำ แต่ละลายได้ดีในไขมันและแอลกอฮอล์ค่ะ หนูแนะนำให้ดื่ม นมสด น้ำนมถั่วเหลือง หรือจะอมน้ำมันพืชแล้วบ้วนปากดูนะคะ จะช่วยดับความร้อนแรงได้เร็วกว่าเยอะเลยค่ะ!
พริกขี้หนูเลยไม่ใช่แค่เครื่องปรุงรสธรรมดาๆ ในครัวเลยค่ะ แต่เป็นความมหัศจรรย์ทางพฤกษศาสตร์ที่ธรรมชาติสร้างมาให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ ทั้งผลที่ชี้ฟ้า ดอกก็น่ารัก แถมความเผ็ดร้อนก็ไม่มีใครเกิน! วันหลังถ้าตักพริกขี้หนูใส่จานข้าว ลองสังเกตรายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้ดูนะคะ แล้วจะรู้ว่าเจ้าเม็ดจิ๋วนี้...ไม่ธรรมดาจริงๆ!
แล้วเพื่อนๆ พี่ๆ ชอบกินพริกขี้หนูสดหรือพริกขี้หนูแห้งในเมนูโปรดมากกว่ากัน? คอมเมนต์มาคุยกันได้น้าา❗️❗️
โฆษณา