30 มิ.ย. เวลา 06:14 • ท่องเที่ยว

Balkan ในความทรงจำ (12) .. Croatia: Zagreb Lower Town (Donji Grad)

ท่วงทำนองแห่งสีสันและสายลม: จังหวะชีวิตที่ไม่มีวันหลับใหล ณ Lower Town ซาเกร็บ
หาก Upper Town คือบทกวีอันเงียบสงบที่กระซิบเล่าเรื่องราวในอดีต พื้นที่เมืองด้านล่างลัดเลาะต่อเนื่องไปตามตรอกซอกซอย ก็คงเป็นบทเพลงแจ๊สที่มีท่วงทำนองสดใส คึกคัก และเต็มไปด้วยสีสันที่คอยต้อนรับเราให้กลับสู่โลกแห่งความจริงอันรื่นรมย์
เมื่อก้าวพ้นความเงียบงันลึกลับของเนินเขา Upper Town เสียงระฆังโบราณยังแว่วแผ่วอยู่เบื้องหลัง ย่างก้าวของเราก็ค่อยๆ พาสายตาและหัวใจโลดแล่นลงสู่ความอบอุ่น มีชีวิตชีวา ของตรอกซอกซอยที่เชื่อมโยงอดีตและปัจจุบันเข้าด้วยกัน ก่อนจะเปิดตัวสู่ลานกว้างใหญ่เบื้องล่าง
จากลานกว้างใหญ่ เพียงเราขยับก้าวเดินลัดเลาะเข้าสู่แนวตรอกซอยแคบๆ เมืองก็เปลี่ยนโหมดเข้าสู่ความอบอุ่นเป็นกันเองในทันที
จุดแรกรับหลังจากก้าวลงจากเมืองเก่า คือลานกว้างของ ตลาดโดลัต (Dolac Market) ตลาดดาดฟ้าอันเลื่องชื่อ ..
ในยามบ่ายที่ตลาดวายแล้ว ลานหินกว้างที่เคยเต็มไปด้วยร่มสีแดงกางกั้น บัดนี้เหลือเพียงความโล่งกว้างและพื้นหินที่ฉ่ำวาวสะท้อนเงาอาคารสีเหลืองมัสตาร์ด โดยมียอดหอระฆังหัวหอมของโบสถ์เซนต์แมรี่คอยยืนเฝ้ามองอยู่เงียบๆ
แต่ถึงแม้ตลาดจะวาย ทว่ากลิ่นอายความสุขยังไม่จางหาย เพราะซุ้มขายของไม้เล็กๆ รอบๆ ยังคงส่งกลิ่นหอมชวนฝันของ ถุงผ้าสีม่วงละมุนของดอกลาเวนเดอร์ (Lavanda) โชยมาตามลม ผสมผสานกับไอเย็นของหยาดฝนที่เพิ่งผ่านพ้น
เมื่อสายตาหลงทางในตรอกสกาลินสกา (Skalinska Ulica)
เราขยับก้าวเดินลัดเลาะลงมาตามแนวตรอกซอยแคบๆ เมืองก็เปลี่ยนโหมดเข้าสู่ความอบอุ่นเป็นกันเองในทันที ฉันพาตัวเองมาหยุดยืนอยู่บน ตรอกสกาลินสกา (Skalinska Ulica) ตรอกทางเดินหินกรวดที่ขนาบข้างด้วยตึกเก่าแก่ ฝั่งหนึ่งทาสีฟ้าสดใสคลาสสิก อีกฝั่งเผยผิวปูนเก่าคร่ำคร่าตามกาลเวลา
ยามที่สายฝนโปรยปราย ผู้คนต่างกางร่มสีม่วง สีดำ สวนทางกันไปมา .. แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะที่สุด คือเมื่อเราเงยหน้าขึ้นมองตรงไปตามความลาดชันของตรอก... ปลายสายตานั้นขนาบด้วยตึกสองฝั่ง แต่ตรงกลางกลับเผยให้เห็น ยอดแหลมคู่ของมหาวิหารซาเกร็บ (Zagreb Cathedral) ที่โผล่พ้นม่านหมอกฝนขึ้นไปเสียดฟ้า
ภาพตรงหน้าชวนให้ตั้งคำถาม... ยอดวิหารที่ยิ่งใหญ่ขนาดยะนั้น แอบมาซ่อนตัวอยู่ตรงปลายตรอกเล็กๆ นี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ? หรือแท้จริงแล้ว สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มักซ่อนอยู่ในมุมที่เรียบง่ายที่สุดเสมอ
เสียงเพลงของกวีพเนจร และ ลายพู่กันแห่งความไร้เดียงสา
เมื่อเดินลึกเข้ามาในแถบ ถนนทคัลชิเชวา (Tkalčićeva Street) บรรยากาศรอบกายก็เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของร้านกาแฟและผู้คนที่ออกมานั่งทอดอารมณ์คลอกับเสียงฝน ..
ณ มุมหนึ่งกลางลานกว้าง รูปปั้นสัมฤทธิ์ของชายคนหนึ่งยืนอุ้มเครื่องดนตรีโบราณท้าทายสายฝนอย่างไม่รีบร้อน เขาคือ Petrica Kerempuh กวีและนักดนตรีพเนจรในตำนานผู้ใช้เสียงเพลงขับกล่อมและเสียดสีความจริงของโลกอย่างอารมณ์ดี
ท่ามกลางหยาดฝนที่ร่วงหล่น... แอบจินตนาการไปว่า หากรูปปั้นนี้มีชีวิต เสียงดนตรีที่เขาดีดท่ามกลางสายฝนวันนี้น่าจะเป็นเพลงที่เหงาเศร้า หรือเป็นเพลงที่ชวนให้เรายิ้มรับหยดน้ำกันแน่?
ถัดไปไม่ไกล สายตาของฉันไปสะดุดเข้ากับ ไข่อีสเตอร์ยักษ์สีสันสดใส ที่ตั้งเด่นอยู่หน้าแกลเลอรีศิลปะ
ลวดลายบนไข่ถูกแต่งแต้มด้วยพู่กันสไตล์ Naive Art เผยภาพทุ่งหญ้า บ้านหลังเล็ก และวิถีชนบทที่งดงามราวกับภาพในความฝันของเด็กๆ มันช่างตัดกับความเก่าแก่ของอาคารด้านหลังได้อย่างน่ารักและอบอุ่นใจเหลือเกิน
กลิ่นอายที่หลงเหลือ ณ ตลาดโดลัต (Dolac Market) และ ถุงหอมลาเวนเดอร์
เราเดินวนกลับมายัง ตลาดโดลัต (Dolac Market) ตลาดดาดฟ้าอันเลื่องชื่อ (ดังภาพภาพที่ 23) ในยามบ่ายที่ตลาดวายแล้ว ลานกว้างที่เคยเต็มไปด้วยร่มสีแดงกางกั้น บัดนี้เหลือเพียงความโล่งกว้างและพื้นหินที่ฉ่ำวาวสะท้อนเงาอาคารสีเหลืองมัสตาร์ด โดยมียอดหอระฆังหัวหอมของโบสถ์เซนต์แมรี่คอยยืนเฝ้ามองอยู่เงียบๆ
แต่ถึงแม้ตลาดจะวาย ความทรงจำและกลิ่นอายความสุขยังไม่จางหาย เพราะซุ้มขายของไม้เล็กๆ รอบๆ ยังคงส่งกลิ่นหอมชวนฝันของ ถุงผ้าสีม่วงละมุนของดอกลาเวนเดอร์ (Lavanda) โชยมาตามลม ผสมผสานกับไอเย็นของ น้ำพุมันดูเชวัค ที่อยู่เบื้องล่าง
ลานกว้างแห่งชีวิต: จตุรัสบาน เยลาชิช (Ban Jelačić Square)
ในที่สุด ตรอกซอกซอยแคบๆ ก็คลี่ตัวออก นำพาเรามาสู่ความกว้างขวางอันคึกคักของ จตุรัสบาน เยลาชิช (Ban Jelačić Square)
ศูนย์กลางที่เปรียบเสมือนห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ของชาวซาเกร็บ ท่ามกลางตึกรามบ้านช่องสไตล์คลาสสิกที่แต่งแต้มด้วยสีสันพาสเทลรสจัดจ้าน
ดาบที่ชี้ฟ้าและกาลเวลาที่ผันผ่าน: ท่านเคาน์ บาน โจซิป เยลาชิช
เด่นตระหง่านอยู่ใจกลางลานกว้างคือรูปปั้นอัศวินบนหลังม้าขี่ควบอย่างสง่างาม ดาบในมือขวาถูกเงื้อขึ้นชี้ตรงไปยังท้องฟ้า
.. ชายผู้ยอมอุทิศจิตวิญญาณไว้บนแท่นหินนี้คือ "บาน โจซิป เยลาชิช" (Ban Josip Jelačić) วีรบุรุษแห่งชาติของโครเอเชียในศตวรรษที่ 19 ผู้เป็นทั้งผู้ปกครอง (Ban) และแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ ท่านคือผู้ประกาศยกเลิกระบบทาสที่ดินและต่อสู้เพื่ออิสรภาพของแผ่นดินนี้
รูปปั้นนี้เคยถูกรื้อถอนออกไปในยุคคอมมิวนิสต์ ราวกับประวัติศาสตร์พยายามจะลบชื่อของท่านออกไป แต่ในที่สุด... สายลมแห่งการเวลาขยับเปลี่ยน ทวงคืนความยุติธรรมให้ท่านได้กลับมายืนสง่างามในบ้านของตัวเองอีกครั้งในปี 1990
… ประติมากรรมชิ้นนี้สร้างโดยศิลปินเอกชาวโครเอเชีย ชื่อ Ivan Mestroviv และด้านหลังท่านนายพล เป็นห้างสรรพสินค้า และโรงแรมหรูหรา … ส่วนฝั่งตรงข้ามจัตุรัส คือถนน Trg bana Josipa Jelacica ตัดกับถนน Praska ซึ่งบริเวณนี้เป็นย่านที่ทันสมัยที่สุดของโครเอเชีย เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ขาช้อปไม่ควรพลาด
น้ำพุมนตรา และละอองไอละมุนของสีม่วงลาเวนเดอร์
ไม่ไกลจากเงาของท่านเคาน์ เสียงสายน้ำจาก น้ำพุมันดูเชวัค (Manduševac Fountain) ดังกระซิบซ่าเบาๆ คลอไปกับเสียงเมือง
ตำนานเล่าว่าชื่อเมืองซาเกร็บ มีที่มาจากน้ำพุแห่งนี้ เมื่ออัศวินผู้เหนื่อยล้าขอให้หญิงสาวชื่อ 'มันดา' ช่วยตักน้ำให้ดื่ม (Zagrabiti แปลว่า ตักน้ำ) จนกลายเป็นความรักและชื่อเมืองในที่สุด
ถัดจากไอเย็นของน้ำพุ ซุ้มตลาดนัดคนเดินทำจากไม้ตั้งเรียงรายเป็นทิวแถว ชวนให้เราก้าวเท้าเข้าไปหลงทาง
สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ กระเป๋าและถุงผ้าสีม่วงละมุนของดอกลาเวนเดอร์ (Lavanda) ที่แขวนพริ้วไหวโชยกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ กลิ่นอายธรรมชาติแห้งๆ แต่ทว่าหวานซึ้ง ผสมกับสบู่โฮมเมดเนื้อเนียน (Melemi) ที่วางเรียงราย ราวกับซาเกร็บกำลังพยายามใช้กลิ่นหอมนี้ประทับตราลงในความทรงจำของเรา
ริบบิ้นสีฟ้าที่ตัดผ่านความทรงจำ: รถรางสายมนตรา
เสน่ห์สุดท้ายที่เติมเต็มความฝันของ Lower Town ให้สมบูรณ์แบบ คือการเคลี่อนตัวอย่างนุ่มนวลของ "รถรางสีฟ้า" (Blue Tram) เอกลักษณ์อันเป็นที่รักของเมืองนี้
ยามที่รถรางสีน้ำเงินเข้มเยือกเย็นแล่นตัดผ่านจตุรัสสีพาสเทล มันดูเหมือนพู่กันที่กำลังวาดเส้นสายสีฟ้าลงบนภาพวาดที่มีชีวิต เสียงล้อเหล็กบดไปตามรางปนเสียงกระดิ่งเตือนเบาๆ เคล้าไปกับหยาดฝน
รถรางคันนี้จะพาผู้คนเดินทางไปสู่อนาคต หรือกำลังพาใครบางคนย้อนกลับไปหาอดีตที่โหยหากันแน่?
บทสรุป: ส่วนผสมที่ลงตัวของความจริงและความชวนฝัน
ถ้า Upper Town คือที่ที่เราใช้เพื่อการ "ตกตะกอน" ความคิด Lower Town แห่งซาเกร็บก็คือที่ที่เราใช้เพื่อ "เฉลิมฉลอง" ให้กับการมีชีวิตอยู่ ที่นี่ประวัติศาสตร์ไม่ได้ตั้งอยู่บนหิ้ง แต่มันเคลื่อนไหวไปกับรถรางสีฟ้า ส่งกลิ่นหอมมากับถุงลาเวนเดอร์ และเต้นรำไปกับสายน้ำพุ... เป็นเมืองด้านล่างที่โอบกอดเราไว้ด้วยความสดใส และทำให้เราตกหลุมรักซาเกร็บซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกๆ นาทีที่เดินผ่าน
โฆษณา